Customers Also Purchased
เวลาเลือก เครื่องตัดพลาสม่า นอกจากกระแสตัด ขนาดความหนาของเหล็ก ที่เครื่องรองรับ หรือกำลังไฟแล้ว ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ส่งผลต่อคุณภาพการตัดมากกว่าที่หลายคนคิดครับ แล้วนั่น ก็คือ คุณภาพของลมอัด ที่ป้อนเข้าเครื่อง เครื่องตัดพลาสม่าไม่ได้ใช้ลม แค่เพื่อ “เป่าเศษโลหะ” ออกจากแนวตัด ลมยังมีส่วนโดยตรง ในการสร้าง และควบคุมลำพลาสม่า รวมไปถึงการระบายความร้อน ให้ชิ้นส่วนบริเวณหัวตัดด้วย
เพราะงั้น ต่อให้เราใช้เครื่องตัดพลาสม่าที่มีกำลังเพียงพอ ตั้งกระแสถูกต้อง และเลือกหัวตัดตรงกับงาน ถ้าลมที่ออกจากปั๊มลมมี ความชื้น น้ำ หรือไอน้ำมันปะปนอยู่เยอะเกินไป ก็อาจทำให้คุณภาพการตัดลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งตัดไม่เรียบ ขอบงานมีตะกรัน พลาสม่าไม่นิ่ง ไปจนถึงหัวตัด และอะไหล่สิ้นเปลืองสึกเร็วขึ้นกว่าเดิม
คำว่า “ลมสะอาดและแห้ง” ไม่ใช่รายละเอียดเล็ก ๆ สำหรับเครื่องตัดพลาสม่า แต่เป็นหนึ่งในปัจจัยพื้นฐานที่จะทำให้เครื่องทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในงานที่ต้องตัดต่อเนื่องหรือใช้เครื่องตัดพลาสม่า เป็นประจำ
เครื่องตัดพลาสม่า ใช้ปั๊มลม ทำอะไร?
ทำไมใช้ เครื่องตัดพลาสม่า ต้องมีปั๊มลม? เจาะลึก ระบบ และการทำงาน เราต้องเข้าใจก่อนครับว่า เครื่องตัดพลาสม่า ทำงานต่างจากเครื่องตัดโลหะทั่วไป และหน้าตากับระบบก็คล้าย ๆ กับเครื่องเชื่อม หรือตู้เชื่อมทั่วไป
หลักการพื้นฐานคือ เครื่องจะสร้างอาร์กไฟฟ้าบริเวณหัวตัด จากนั้นส่งแก๊ส หรือลมอัดผ่านช่องเล็ก ๆ ในหัวตัด เมื่อแก๊สหรือลมอัดได้รับพลังงานจากอาร์กไฟฟ้า อุณหภูมิจะสูงมาก จนเกิดสภาวะที่เรียกว่า “พลาสม่า” ที่จะเร่งความเร็วผ่านรูของหัวฉีดออกไป เป็นลำพลังงานขนาดเล็ก
พลาสม่านี้จะหลอมโลหะบริเวณแนวตัด ขณะที่แรงดันจากลมช่วยพาโลหะ ที่หลอมเหลวออกจากร่องตัด ทำให้เกิดการแยกออกจากกัน
ในเครื่องตัดพลาสม่าขนาดเล็ก และขนาดกลาง ที่นิยมใช้ตามร้านเหล็ก อู่ หรือสายผลิต ทั่วไป ส่วนใหญ่มักใช้ลมจาก ปั๊มลม เป็นแหล่งจ่าย ดังนั้นสิ่งที่อยู่ภายในระบบปั๊มลมจึงสามารถเดินทางมาถึงเครื่องตัดพลาสม่าได้ หากไม่มีระบบกรองที่เหมาะสม
ลมคือส่วนหนึ่งของกระบวนการตัดด้วย เครื่องตัดพลาสม่า โดยตรง ไม่ใช่ส่วนที่เสริมเข้ามาช่วย ถ้าลมมีสิ่งปนเปื้อน คุณสมบัติของ พลาสม่าก็สามารถเปลี่ยนไปได้ เช่นกัน

ทำไมลมจากปั๊มลม ถึงมีน้ำปะปนอยู่ได้?
หลายคนอาจสงสัยว่า ปั๊มลมก็แค่ดูด “อากาศ” เข้าไป แล้วน้ำเข้าไปอยู่ในถังได้ยังไง?
- อากาศรอบตัวเรามี ไอน้ำหรือความชื้น ปะปนอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนชื้น
- เมื่อปั๊มลมดูดอากาศจำนวนมากเข้ามา แล้วอัดให้มีแรงดันสูง อุณหภูมิของอากาศจะเพิ่มขึ้น
- จากนั้นเมื่ออากาศไหลเข้าไปอยู่ในถังพักลม และเริ่มเย็นลง ไอน้ำบางส่วนจะควบแน่นกลายเป็นหยดน้ำสะสมอยู่ภายในถัง
- ยิ่งเปิดปั๊มลมทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานาน หรือใช้งานในพื้นที่ที่มีความชื้นสูง ปริมาณน้ำที่เกิดจากการควบแน่นก็อาจเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
หากไม่ได้ระบายน้ำออกจากถังเป็นประจำ น้ำเหล่านี้อาจเข้าสู่สายลมพร้อมกระแสลม และสุดท้ายไปถึง เครื่องตัดพลาสม่า
เราอาจไม่เห็นน้ำไหลออกมาเป็นหยด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าลมแห้ง เพราะความชื้นอาจอยู่ในรูปของละอองน้ำละเอียดมาก ซึ่งยังสามารถส่งผลต่อการทำงานของระบบพลาสม่าได้
ลำพลาสม่า จาก เครื่องตัดพลาสม่า อาจไม่นิ่งเหมือนเดิม
หนึ่งในผลกระทบที่เกิดขึ้นได้เมื่อลม มีความชื้นสูง คือความเสถียรของลำพลาสม่าลดลงครับ
เครื่องตัดพลาสม่าต้องการการไหลของแก๊ส อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้พลาสม่ารวมตัว และพุ่งผ่านหัวฉีดอย่างเหมาะสม พอมีละอองน้ำ หรือความชื้นปนเข้ามา คุณสมบัติของแก๊สที่ไหลผ่านหัวตัดก็ เปลี่ยนไป อาการที่อาจสังเกตได้ ก็มี เช่น
- อาร์กไม่นิ่ง
- เสียงพลาสม่าเปลี่ยนไป
- ตัดแล้วแนวเดินไม่สม่ำเสมอ
- บางครั้งเกิดอาการคล้ายพลาสม่าสะดุด
ในงานที่ตัดเหล็กบาง ความแตกต่างอาจยังไม่ชัดมาก แต่เมื่อต้องตัดวัสดุหนาขึ้น หรือเดินแนวตัดต่อเนื่องเป็นระยะไกล ผลกระทบ จะเห็นได้ชัดเจน
ขอบตัดหยาบ และมีตะกรันมากขึ้น
คุณภาพของลมยังสัมพันธ์กับการเป่าโลหะหลอมเหลว ออกจากร่องตัด หากกระแสพลาสม่าไม่เสถียรหรือแรงลมผิดปกติ โลหะที่หลอมอาจไม่ได้รับการเป่าออกจากแนวตัด อย่างสมบูรณ์
ผลที่เกิดขึ้นคือบริเวณด้านล่างของชิ้นงานอาจมี ตะกรัน (Slag / Dross) เกาะมากขึ้น แนวตัด เอียงหรือไม่เรียบ และหลังจากใช้เครื่องตัดพลาสม่า อาจต้องเสียเวลาใช้เครื่องเจียรเก็บงานเพิ่มเติม
หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพราะกระแสตัดต่ำไป หรือเดินหัวตัดเร็วไป ซึ่งสองเรื่องนี้ ก็เป็นสาเหตุได้จริง แต่คุณภาพลมก็เป็นอีกตัวแปรที่ไม่ควรมองข้าม ถ้าเคยใช้เครื่องตัดพลาสม่า เครื่องเดิม ตัดวัสดุชนิดเดิม ตั้งกระแสใกล้เคียงเดิม แต่วันหนึ่งคุณภาพงาน กลับแย่ลง การตรวจสอบระบบลม เป็นหนึ่งในสิ่งที่ควรทำครับ
น้ำทำให้หัวตัด และวัสดุสิ้นเปลือง (Consumables) สึกเร็วขึ้นได้
บริเวณหัวตัดของเครื่องตัดพลาสม่า มีชิ้นส่วนหลายชิ้นที่ทำงานภายใต้อุณหภูมิสูงมาก เช่น Electrode, Nozzle และชิ้นส่วนควบคุมการไหลของแก๊ส ซึ่งโดยธรรมชาติ แล้วล้วนเป็นอุปกรณ์อะไหล่สิ้นเปลือง ที่มีอายุการใช้งาน และต้องเปลี่ยนเมื่อเกิดการสึกหรอ ถ้าคุณภาพลมไม่ดี อายุของชิ้นส่วนเหล่านี้อาจสั้นลงกว่าปกติ
- ความชื้นที่ผ่านเข้าไปในหัวตัดสามารถรบกวนการเกิดอาร์ก
- ทำให้การกระจายความร้อนบริเวณ Electrode หรือ Nozzle ไม่สม่ำเสมอ
- เมื่อเกิดขึ้นซ้ำ ๆ จุดสึกหรอของชิ้นส่วนจึงอาจเกิดเร็วกว่าที่ควร
ผลที่ตามมาคือ รูของหัว Nozzle อาจเริ่มเสียรูปหรือขยายตัว ทำให้ลำพลาสม่าที่ควรพุ่งเป็นแนวแคบเริ่มกระจายออก คุณภาพร่องตัดจึงลดลงไปอีก
จุดนี้ทำให้ เครื่องตัดพลาสม่า เกิดปัญหาเป็นวงต่อเนื่อง คือ ลมไม่ดี Consumables สึกเร็ว ลำพลาสม่าเสียรูป แนวตัดแย่ลง

บางคนเปลี่ยนหัวตัดบ่อยมาก แต่ไม่เคยตรวจระบบลม สุดท้ายต่อให้เปลี่ยนหัวใหม่ อายุการใช้งานก็ยังสั้นเหมือนเดิม
น้ำมันส่งผล ต่อการใช้ เครื่องตัดพลาสม่า ยังไง?
เมื่อไอน้ำมัน หรือละอองน้ำมันเข้าสู่ระบบของ เครื่องตัดพลาสม่า น้ำมัน อาจกลายเป็นสิ่งปนเปื้อนภายในทางเดินอากาศ และบริเวณหัวตัด เมื่อผ่านบริเวณ ที่มีอุณหภูมิสูงมาก น้ำมันเหล่านี้สามารถเกิดการเผาไหม้ หรือแตกตัว เกิดคราบสะสมตามชิ้นส่วนต่าง ๆ ได้
เมื่อมีคราบมากขึ้น ช่องทางการไหลของอากาศอาจไม่สมบูรณ์ ส่งผลต่อรูปแบบการไหลของ ที่ใช้ควบคุมลำพลาสม่า และเพิ่มความเสี่ยงที่ Consumables จะสึกไม่สม่ำเสมอ
น้ำมันจึงไม่ได้ทำให้เกิดปัญหาเพียงเรื่อง “ความสกปรก” ครับ แต่สามารถเชื่อมโยงไปถึงคุณภาพของอาร์ก และอายุของหัวตัด ได้ด้วย ยิ่งในงาน CNC Plasma ที่ต้องเดินเครื่องตัดพลาสม่า เป็นเวลานาน ความสม่ำเสมอของลมยิ่งสำคัญ เพราะความผิดปกติเล็กน้อย ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องสะสมเป็นต้นทุนจากหัวตัด งานเสีย และเวลาที่ต้องหยุดเครื่องได้
อย่าลืมว่า “แรงดันลมพอ” ไม่ได้แปลว่า “คุณภาพลมดี”
จุดที่ทำให้หลายคนมองข้ามเรื่องนี้คือ เมื่อดูเกจแล้วแรงดันลมยังอยู่ในระดับที่เครื่องตัดพลาสม่าต้องการ ก็คิดว่าระบบลมไม่มีปัญหาครับ
- แรงดันเป็นเพียงส่วนหนึ่ง
- สมมติว่าเครื่องต้องการแรงดันประมาณหนึ่ง และปั๊มลมสามารถรักษาแรงดันนั้นได้ตลอดการตัด ก็ยังไม่ได้หมายความว่าอากาศที่เข้าสู่เครื่องสะอาด
- ภายในลมอาจมีทั้งน้ำ น้ำมัน สนิมจากถัง หรือสิ่งสกปรกขนาดเล็กปะปนอยู่
- เวลาตรวจระบบของ เครื่องตัดพลาสม่า จึงควรดูอย่างน้อยสามเรื่องควบคู่กัน คือแรงดัน ปริมาณการไหล และคุณภาพของลม
ต่อให้แรงดันสูง แต่ กระแสลมไม่เพียงพอ เครื่องก็สามารถตัดสะดุดได้ และต่อให้ทั้งแรงดันกับ กระแสลมเพียงพอ แต่ลมเต็มไปด้วยน้ำ อายุของหัวตัดและคุณภาพงานก็ยังลดลงได้อยู่ดี
วิธีดูแลระบบลม สำหรับ เครื่องตัดพลาสม่า แบบง่าย ๆ
ก่อนใช้ เครื่องตัดพลาสม่า เตรียมตัวยังไงให้พร้อม และต้องมีอะไรบ้าง? สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ไม่จำเป็นต้องทำระบบลมซับซ้อนเหมือนโรงงานเสมอไป จุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดคือการดูแลปั๊มลม และระบบกรองให้พร้อมใช้งาน
ระบายน้ำที่ก้นถังปั๊มลมอย่างสม่ำเสมอ ขึ้นอยู่กับการใช้งานและสภาพอากาศ หากพบว่ามีน้ำออกจากถังปริมาณมาก แสดงว่าระบบกำลังสร้างความชื้นสะสมค่อนข้างมาก การเพิ่มตัวดักน้ำก่อนเข้าเครื่องจึงมีประโยชน์ ควรตรวจโถกรองลมว่าเริ่มมีน้ำสะสม หรือไม่ และระบายออกก่อนที่จะเต็ม รวมถึงตรวจสภาพไส้กรองตามระยะ เพราะไส้กรองที่อุดตันสามารถทำให้ปริมาณลมลดลงได้
ถ้าใช้สายลมยาวมาก ก็ควรคำนึงถึงการควบ แน่นภายในสายด้วย โดยเฉพาะเมื่ออากาศร้อนจากปั๊มเดินทางผ่านท่อหรือสายที่เย็นกว่า เพราะไอน้ำอาจควบแน่นขึ้นใหม่หลังจากผ่านถังมาแล้วได้
สำหรับงานที่ต้องใช้ เครื่องตัดพลาสม่า ทุกวัน การเพิ่มระบบกรองหลายขั้น หรือระบบกรองละเอียดสำหรับน้ำมัน และความชื้น อาจช่วย ลดปัญหาคุณภาพงานในระยะยาวได้มากกว่าการเปลี่ยนหัวตัดบ่อย ๆ

สรุป ลมสะอาด และแห้ง ช่วยให้ เครื่องตัดพลาสม่า ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
เครื่องตัดพลาสม่า เป็นเครื่องมือที่ต้องพึ่งพาคุณภาพของอากาศมากกว่าที่หลายคนคิดครับ เพราะลมไม่ได้ทำหน้าที่แค่เป่าโลหะออกจากแนวตัด แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้าง และควบคุมลำพลาสม่าโดยตรง
ถ้าลมมีน้ำหรือความชื้นมากเกินไป ลำพลาสม่าอาจไม่เสถียร แนวตัดหยาบ มีตะกรันมากขึ้น และทำให้ Electrode หรือ Nozzle สึกเร็วกว่าปกติ ส่วนละอองน้ำมัน ก็สามารถสร้างคราบแ ละสิ่งปนเปื้อนภายในหัวตัด ส่งผลต่อรูปแบบการไหลของอากาศ และอายุของ อะไหล่สิ้นเปลืองได้เช่นกัน
ดังนั้น การดูแลเครื่องตัดพลาสม่าให้ตัดได้ดี ควรมองตั้งแต่ ปั๊มลม ถังพักลม สายลม ตัวดักน้ำ ชุดกรอง ไปจนถึงแรงดันที่เข้าสู่เครื่อง
การระบายน้ำออกจากถังปั๊มอย่างสม่ำเสมอ ตรวจไส้กรอง และป้องกันไม่ให้น้ำมันหรือสิ่งสกปรกเดินทางเข้าสู่หัวตัด เป็นรายละเอียด ที่ดูเหมือนเล็ก แต่ช่วยให้แนวตัดสม่ำเสมอ ลดการเปลี่ยนอะไหล่ และทำให้ เครื่องตัดพลาสม่า ทำงานได้ใกล้เคียงกับประสิทธิภาพเต็ม มากที่สุด
เครื่องตัดพลาสม่า ไม่ได้ต้องการแค่ “ลมแรง” แต่ต้องการ ลมที่แรงพอ สม่ำเสมอ สะอาด และแห้ง ไปพร้อมกัน
TH
English




