Customers Also Purchased
งานยึดบานพับตู้ไม้เนื้อแข็ง เจาะเหล็กกล่องเพื่อใส่น็อต หรือเจาะแผ่นเหล็กหนา ให้ได้รูใหญ่ ล้วนเป็นงาน ที่หลายคนหยิบ ดอกสว่าน ขนาดที่ต้องการดอกเดียวใส่เครื่อง กดลงไปทีเดียว ทำแบบนี้ ผลที่มักตามมาคือปลายดอกลื่นไถลออกจากจุดที่มาร์กไว้ ไม้แตกตามแนวเสี้ยนตอนขันสกรู หรือดอกใหญ่กินเหล็กช้าจนร้อนจัด ทั้งที่เครื่องก็แรงพอ และดอกก็ยังคมอยู่
เราอาจมองว่าการใช้ดอกสว่านเจาะนำ (Pilot Hole) เป็นขั้นตอนเผื่อเหลือ เผื่อขาดของช่างที่ต้องการงานละเอียด เจาะทีเดียวก็ได้รูเหมือนกันไม่ใช่หรือ? ได้รูเหมือนกัน แต่ ไม่ได้รูที่ดีเท่ากัน และ ในบางงาน การข้ามขั้นนี้ คือสาเหตุตรงของชิ้นงานเสีย สกรูขาด และดอกหัก
มาดูกัน ว่ารูนำช่วยอะไร งานไหนควรเจาะนำทุกครั้ง งานไหนไม่ต้องเสียเวลา เลือกขนาดรูนำยังไง และมีจุดไหนบ้างที่ไม่ควรฝืนเจาะต่อ แม้จะเจาะนำไว้แล้วก็ตาม
ดอกสว่าน ขนาดใหญ่ เจาะให้ตรงจุดยากกว่าดอกเล็ก
ดอกสว่านเกลียว (Twist Drill) ที่ใช้กันทั่วไปนั้น ไม่ได้ตัดเนื้องานด้วยปลายแหลมอย่างที่หลายคนเข้าใจ ตรงกลางปลายดอกมีสันเล็ก ๆ หรือ คมตัดแกนกลาง (Chisel Edge) ส่วนนี้แทบไม่ได้ตัด แต่ทำหน้าที่ขูดและดันเนื้องานออกไปด้านข้าง งานตัดจริงเกิดที่ คมตัดสองข้าง (Cutting Lips) ที่ไล่ออกมาจากแกนกลาง
ยิ่งดอกสว่านใหญ่ สันแกนกลาง ก็ยิ่งกว้าง ต้องใช้แรงกดมากขึ้นกว่าจะเริ่มกินเนื้อ และระหว่างที่ยังไม่กิน ปลายดอกก็พร้อมจะไถลออกจากจุดเจาะ เป็นเหตุผลที่ ดอกสว่านขนาดเล็กมีสันแกนกลางแคบ เริ่มเจาะได้ง่ายและอยู่กับที่กว่า
ลองเทียบกับการขยายถนน การขยายถนนเดิมที่มีแนวอยู่แล้ว ทำได้เร็ว และตรงกว่าการเปิดถนนใหม่กลางป่า รูนำก็คือแนวถนนเดิม พอมีรูนำแล้ว ดอกสว่านขนาดใหญ่ไม่ต้องใช้สันแกนกลางดันเนื้องานอีก เหลือแค่คมตัดสองข้าง ทำหน้าที่ขยายรู
รูนำมีไว้เปิดทาง ให้ ดอกสว่าน จริง ทำหน้าที่เดียว คือขยายรู ไม่ต้องทั้งหาจุด ทั้งดัน ทั้งตัด

ไม้เนื้อแข็ง งานชิดขอบ ควรใช้ ดอกสว่าน เจาะนำก่อนขันสกรูเสมอ
อาการที่เจอบ่อยคือขันสกรูเข้าไม้เนื้อแข็งแล้วได้ยินเสียงไม้ปริ หรือเห็นรอยร้าววิ่งไปตามเสี้ยน บางครั้งสกรูขาดคารู เพราะต้องฝืนแรงหมุนมากเกินกว่าที่ก้านสกรูรับได้
สาเหตุ คือสกรูจะแทรกตัวเข้าไป และเบียดเนื้อไม้ให้แยกออกด้านข้างไม่ได้ตัดเนื้อไม้ออก ไม้เนื้อแข็งที่ยืดหยุ่นน้อย จึงแตกง่าย
ขนาดรูนำสำหรับสกรู ให้เทียบกับแกนสกรู ไม่ใช่เกลียว
เลือก ขนาดดอกสว่าน ให้ใกล้เคียงแกนสกรู (ส่วนก้าน ที่ไม่รวมเกลียว) วิธีเช็กง่าย ๆ ถือสกรูทาบหลังดอก ถ้ามองเห็นเกลียวโผล่พ้นดอกทั้งสองข้าง แต่ไม่เห็นแกน แปลว่าขนาดใกล้เคียงแล้ว ไม้เนื้อแข็งใช้ขนาดใกล้แกนเต็ม ๆ ส่วนไม้เนื้ออ่อนเลือกเล็กลงอีกนิดเพื่อให้เกลียวกัดแน่น ถ้าสกรูหัวจม ให้ใช้ดอกผายปาก (Countersink) ทำบ่าให้หัวสกรูด้วย ไม่งั้นสกรู จะดันผิวไม้ปริรอบรู
ชิดขอบ หรือหัวไม้ เจาะนำทุกครั้ง แม้เป็นไม้เนื้ออ่อน
ตรงขอบแผ่น และหัวไม้ เนื้อไม้ด้านข้างมีน้อย แรงเบียดจากสกรูจึงหาทางออกด้วยการผ่าไม้ทันที วิธีแก้คือเจาะนำทุกครั้งในจุดนี้ และเว้นระยะจากขอบให้มากที่สุด ถ้าต้องยิงหลายตัว เพราะรูนำที่เอียง จะพาสกรูเอียงตามไปทั้งแนว
ดอกสว่าน ดอกเดียว เจาะเหล็กรูใหญ่ ทำให้ดอกร้อน และเดินเบี้ยว
งานเจาะเหล็กแผ่นหนา หรือเหล็กกล่องให้ได้รูใหญ่ ถ้าใช้ ดอกสว่าน ขนาดใหญ่เจาะตรงลงไปเลย ดอกจะกินช้า ต้องกดแรง ความร้อนสะสมที่ปลายดอกเร็ว จนดอกคมหมด ก่อนเวลา
ตอกเหล็กนำศูนย์ก่อน แล้วค่อยเจาะนำ
เริ่มจากใช้ เหล็กนำศูนย์ (Center Punch) ตอกจุดให้เป็นหลุมเล็ก ๆ ที่ช่วยให้ปลายดอกเล็กไม่ไถล แล้วเจาะนำด้วย ดอกสว่านเจาะเหล็ก ขนาดเล็ก จากนั้นค่อยขยายด้วยดอกขนาดจริง ถ้ารูปลายทางใหญ่มาก ให้ขยายเป็นสองถึงสามขั้น ใส่น้ำมันตัดเฉือนระหว่างเจาะ และลดรอบลงเมื่อดอกใหญ่ขึ้น ถ้าเห็นควันขึ้นระหว่างเจาะ อ่านต่อได้ที่บทความ ดอกสว่าน เจาะเหล็กแล้วควันขึ้น ว่าควรหยุดตอนไหน
รูนำที่พอดี ใหญ่กว่าแกนกลาง ของดอกใหญ่เพียงเล็กน้อย
ขนาดรูนำในงานเหล็กให้ดูจากสันแกนกลางของดอกจริง รูนำควรกว้างกว่าสันนี้เล็กน้อย พอให้สันแกนกลางไม่ต้องแตะเนื้อเหล็กเลย ไม่เจาะนำใหญ่เกินไป เพราะคมตัดของดอกใหญ่จะเหลือเนื้อให้กินน้อย ดอกจะกระชาก สั่น และรูออกมาเป็นเหลี่ยม
ทุกครั้งที่เจาะเหล็ก ต้องจับชิ้นงานด้วยปากกาจับหรือแคลมป์ เพราะจังหวะที่ดอกทะลุ ดอกมักกัดติดและพาแผ่นเหล็กหมุนตามแรงเครื่อง
งานที่ต้องแม่นตำแหน่ง: ใช้ ดอกสว่าน เล็กนำ แล้วค่อยขยาย
บางงานเราไม่ได้เจาะนำเพื่อกันแตก แต่เพื่อให้ตำแหน่งถูก เช่น งานรูยึดบานพับ ที่ต้องตรงกับรูบนบาน รูใส่น็อตที่ต้องตรงกันสองชิ้น หรือรูบนแผงที่เรียงเป็นแถว
ถ้าเริ่มเจาะด้วยดอกสว่าน ขนาดใหญ่ แล้วพลาด รูนั้นแก้ไม่ได้แล้ว แต่ถ้าเริ่มจากดอกเล็ก เรายังเห็นได้ก่อนว่ารูอยู่ตรงไหน ถ้าคลาดไปนิดเดียว ยังขยับแนวได้ตอนขยาย วิธีที่ใช้ได้จริงคือเจาะนำทั้งสองชิ้นพร้อมกันโดยหนีบไว้ด้วยกัน แล้วค่อยแยกไปขยายรูทีละชิ้น
ผิวโค้ง และท่อกลม ต้องมีรูนำเสมอ
ผิวท่อกลมไม่มีพื้นราบให้ปลายดอกยืน ดอกสว่าน ขนาดใหญ่ จะไถลลงข้างใดข้างหนึ่งได้แทบทุกครั้ง ให้ตอกเหล็กนำศูนย์ให้ลึกกว่างานแผ่นเรียบ เริ่มด้วยดอกเล็กที่รอบต่ำ และจับท่อด้วยปากกาจับท่อหรือรองด้วยไม้บากร่องตัววี (V-Block) ให้ ท่อไม่หมุน
งานที่ ดอกสว่าน ไม่ต้องเจาะนำ และเจาะนำแล้ว อาจแย่ลง
ไม่ใช่ทุกงานต้องเจาะนำ บางงานถ้าฝืนทำ นอกจากเสียเวลาแล้ว ยังอาจได้ผลลัพธ์ที่แย่กว่าเดิม
สกรูปลายสว่าน (Self-Drilling Screw) ที่ใช้ยึดหลังคาเมทัลชีต หรือโครงเหล็กบาง ปลายของสกรูคือดอกเจาะในตัว การเจาะนำก่อน กลับทำให้ส่วนเกลียวไม่มีเนื้อเหล็กให้กัด
ดอกสว่าน เจาะไม้ แบบปลายแหลม (Brad Point) ดอกเกลียว และดอกเจาะรูกว้างอย่างดอกใบพาย หรือดอกฟอสเนอร์ (Forstner) มีเดือยนำศูนย์อยู่แล้ว เจาะได้ตรงจุดโดยไม่ต้องมีรูนำ

งานเหล็กแผ่นบาง ถ้าใช้ดอกเกลียวเจาะนำแล้วขยาย รูมักออกเป็นเหลี่ยม และมีครีบ เพราะแผ่นบางไม่มีความหนาพอให้ดอกประคองตัว งานนี้ ดอกเจดีย์ ทำได้ดีกว่า เพราะขั้นบันไดของดอกขยายรูทีละระดับในดอกเดียว
ส่วนงานเจาะปูน ด้วยดอก เจาะปูนคาร์ไบด์ รูขนาดทั่วไป ไม่จำเป็นต้องเจาะนำ แค่เริ่มด้วยรอบต่ำโดยยังไม่เปิดกระแทกจนดอกจับหลุมได้ แล้วค่อยเปิดโหมดกระแทก
อ่านอาการ จากรูที่ได้ บอกได้ ว่ารูนำของ ดอกสว่าน เล็กหรือใหญ่ไป
ถ้ารูนำเล็กเกินไป จะเห็นอาการคล้ายไม่ได้เจาะนำเลย ดอกใหญ่ยังต้องกดแรง ยังมีอาการไถล สกรูขันแล้วฝืดจนมีเสียง และไม้เนื้อแข็งยังปริ วิธีแก้คือขยับขึ้นมาหนึ่งขนาด แล้วลองใหม่บนเศษไม้ หรือเศษเหล็กชนิดเดียวกันก่อน
ถ้ารูนำใหญ่เกินไป อาการจะกลับกัน สกรูหมุนลื่นเข้าไปง่าย แต่ไม่แน่น ขันจนสุดแล้วยังหมุนฟรี ส่วนงานเหล็ก ดอกใหญ่จะกระชากตอนเริ่มขยาย มีเสียงสั่น และขอบรูไม่กลม ทางแก้ในงานไม้ คือเปลี่ยนไปใช้สกรูขนาดใหญ่ขึ้นหรือย้ายตำแหน่ง ส่วนงานเหล็กให้ลดรอบ ลดแรงกด ป้อนช้าลงจนผ่านช่วงกระชาก
ใช้ ดอกสว่าน เก่าที่เริ่มทื่อ มาเป็นดอกเจาะนำ ได้ไหม?
ได้ เมื่อเป็นงานไม้หรือพลาสติก ที่รูนำมีหน้าที่แค่เปิดแนวให้สกรู ดอกที่เริ่มทื่อนิดหน่อยยังทำงานนี้ได้ และช่วยยืดอายุดอกเก่าไปอีกช่วง
แต่ไม่ควรใช้ เมื่อเป็นงานเหล็ก เพราะรูนำในงานเหล็กคือจุดที่ดอกต้องกินเนื้อแข็งที่สุดตั้งแต่ศูนย์ ดอกทื่อจะสร้างความร้อนจนผิวเหล็กแข็งตัว ดอกตัวจริงที่ตามมา ก็จะกินยากขึ้นอีก และไม่ควรใช้ ดอกสว่าน ที่ปลายบิ่น งอ หรือหมุนแล้วแกว่ง ไม่ว่ากับงานไหน เพราะดอกงอ ที่หมุนรอบสูงอาจหัก และกระเด็นได้ ดอกราคาไม่กี่สิบบาท ไม่คุ้มกับความเสี่ยงนี้
ขั้นตอนเจาะนำ ด้วย ดอกสว่าน ให้ปลอดภัย
ทุกครั้งที่เปลี่ยน ดอกสว่าน ให้ขันหัวจับให้แน่น แล้วลองหมุนเปล่าดูว่าดอกไม่แกว่ง จับชิ้นงานให้นิ่งด้วยแคลมป์ ใส่แว่นนิรภัย ถ้าเจาะผนัง หรือพื้น ให้เช็กแนวสายไฟ และท่อน้ำก่อน ถ้าไม่แน่ใจว่ามีสายไฟหรือท่อในผนัง ให้ใช้เครื่องสแกนผนัง หรือให้ช่างไฟฟ้า หรือช่างประปามาดูก่อน
ระหว่างเจาะ จับเครื่องให้ตั้งฉากกับชิ้นงาน ใช้รอบต่ำตอนเริ่ม แล้วค่อยเพิ่มเมื่อดอกจับเนื้อแล้ว ถอนดอกออกมาคายเศษเป็นระยะ และผ่อนแรงกดเมื่อใกล้ทะลุ ถ้าเครื่องกระชากแรง ให้ปล่อยไก อย่าฝืนเกร็งข้อมือสู้แรงเครื่อง
หลังเจาะ อย่าจับดอกหรือเศษเหล็กด้วยมือเปล่าทันที เพราะยังร้อนจัด ปัดเศษด้วยแปรง ไม่ใช่มือหรือการเป่าด้วยปาก
ถ้าหัวจับสั่น หรือมีเสียงผิดปกติ ทั้งที่ใส่ ดอกสว่าน ใหม่แล้ว ปัญหาอาจอยู่ที่เครื่อง ให้หยุดใช้ และส่งเครื่องเข้าศูนย์ตรวจ

สรุป: ดอกสว่าน ตัวจริงทำงานง่ายขึ้น เมื่อมีรูนำเปิดทางไว้ก่อน
ทุกปัญหาที่เกิดจากการไม่เจาะนำ มาจากจุดเดียวกัน คือเราบังคับให้ ดอกสว่าน ดอกเดียวทำหลายหน้าที่พร้อมกัน ทั้งหาตำแหน่ง ทั้งดันเนื้องาน ทั้งตัด ผลจึงออกมาเป็นไม้ปริตอนยึดบานพับ รูเบี้ยวบนท่อเหล็ก หรือดอกใหญ่ร้อนจนคมหมดตอนเจาะแผ่นเหล็กหนา
สิ่งที่ต้องทำเรียงได้ไม่ยาก งานไม้เนื้อแข็ งและงานชิดขอบให้เจาะนำขนาดใกล้แกนสกรู งานเหล็กให้ตอกเหล็กนำศูนย์ เจาะนำให้กว้างกว่าสันแกนกลาง ของดอกใหญ่เล็กน้อย แล้วขยายเป็นขั้นพร้อมน้ำมันตัดเฉือน งานที่ต้องแม่นตำแหน่ง ให้เริ่มจากดอกเล็กเสมอ ส่วน สกรูปลายสว่าน ดอกที่มีเดือยนำศูนย์ งานแผ่นบาง และงานปูนทั่วไป ไม่ต้องเสียเวลาเจาะนำ
สิ่งสำคัญคือ จับชิ้นงานให้นิ่ง โดยเฉพาะแผ่นเหล็ก ที่ไม่ควรใช้มือจับเด็ดขาด เช็กสายไฟ และท่อก่อนเจาะผนังทุกครั้ง ดอกที่งอ บิ่น หรือแกว่ง ให้ทิ้ง และถ้าหัวจับสั่นทั้งที่ใส่ดอกใหม่ ให้ดูที่เครื่องก่อน
ถ้ากำลังมองหาดอกเจาะนำ หรือดอกขนาดจริงให้ครบชุด ดูได้ที่หมวด ดอกสว่าน และโฮลซอว์ ของ iToolmart พร้อมสว่านไร้สายที่ปรับรอบได้ละเอียดพอ สำหรับงานเจาะนำ
TH
English





