Customers Also Purchased
ลองนึกภาพดูครับ ระหว่างเดินในโรงงานอยู่ดีๆ เกือบลื่นล้มตรงทางเดินที่มีคราบน้ำมันบาง ๆ ทั้งที่สวม รองเท้าเซฟตี้ คู่ใหม่เอี่ยม! ซึ่งมีพื้นยางหนาและดอกยางลึกจนดูเหมือนจะยึดเกาะได้ดีมาก เมื่อพลิกพื้นรองเท้าขึ้นมาดู ก็ไม่พบร่องรอยสึกหรอหรือความเสียหายอะไร คำถามที่ตามมาคือ ทำไม รองเท้าเซฟตี้ ที่ดูแข็งแรง และมีดอกยางชัดเจนถึงยังลื่นได้?
หลายคนเข้าใจว่า รองเท้าเซฟตี้ ที่มีดอกยางลึกต้องกันลื่นได้ดีกว่า รองเท้าเซฟตี้ ที่มีพื้นเรียบกว่าเสมอ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ความสามารถในการยึดเกาะไม่ได้ขึ้นอยู่กับความลึกของดอกยางเพียงอย่างเดียวครับ ยังมีเรื่องของวัสดุพื้นรองเท้า ลักษณะพื้นผิว สารปนเปื้อน และรูปแบบการทดสอบเข้ามาเกี่ยวข้อง
การเลือก รองเท้าเซฟตี้ ให้เหมาะกับหน้างานจึงต้องพิจารณามากกว่าภาพที่มองเห็นจากใต้รองเท้า โดยเฉพาะพื้นที่โรงงาน อู่ซ่อมรถ หรือไซต์งานก่อสร้างที่มีสภาพพื้นเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
ทำไม รองเท้าเซฟตี้ ดอกยางลึก ยังลื่นบนพื้นเปียกได้?
เมื่อพื้น รองเท้าเซฟตี้ สัมผัสกับพื้นทางเดิน แรงเสียดทานระหว่างพื้นผิวทั้งสองช่วยให้เราสามารถเดิน หยุด และเปลี่ยนทิศทางได้อย่างมั่นคง แต่เมื่อมีน้ำ น้ำมัน หรือสารหล่อลื่นอยู่ระหว่างพื้นรองเท้ากับพื้นทางเดิน ลักษณะการสัมผัสจะเปลี่ยนไป และแรงเสียดทานที่ใช้ในการยึดเกาะอาจลดลง แม้พื้น รองเท้าเซฟตี้ จะมีดอกยางลึก แต่หากวัสดุและรูปแบบร่องดอกยางไม่เหมาะกับพื้นหรือสารปนเปื้อน ก็อาจเกิดการลื่นได้เช่นกัน
ดอกยาง รองเท้าเซฟตี้ ช่วยอะไรในการเดิน?
ดอกยางและร่องบนพื้น รองเท้าเซฟตี้ มีบทบาทในการสร้างลักษณะการสัมผัสกับพื้น รวมถึงช่วยให้ของเหลวหรือสิ่งสกปรกบางส่วนเคลื่อนออกจากบริเวณสัมผัสได้ ขึ้นอยู่กับการออกแบบ ตัวอย่างเช่น รองเท้าที่ใช้เดินบนพื้นดินหรือพื้นที่ขรุขระ อาจออกแบบดอกยางให้มีช่องว่างค่อนข้างมากเพื่อช่วยในการยึดเกาะและลดการสะสมของดิน แต่เมื่อนำรองเท้ารูปแบบเดียวกันไปใช้กับพื้นกระเบื้องเรียบที่มีคราบน้ำมัน ประสิทธิภาพในการยึดเกาะอาจแตกต่างจากการใช้งานบนพื้นดินอย่างมาก
ดอกยางลึกไม่ได้หมายความว่าแรงเสียดทานจะสูงเสมอไป
ความลึกของดอกยางเป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งในการออกแบบพื้น รองเท้าเซฟตี้ หากใช้วัสดุพื้นรองเท้าที่ไม่เหมาะกับลักษณะพื้น หรือมีคราบไขมันสะสมบนดอกยาง พื้นรองเท้าอาจยึดเกาะได้ไม่ดี แม้ดอกยางจะยังดูใหม่ นอกจากนี้ ดอกยางบางรูปแบบอาจช่วยยึดเกาะบนพื้นขรุขระได้ดี แต่มีพื้นที่สัมผัสที่ไม่เหมาะกับพื้นเรียบบางประเภท จึงไม่ควรตัดสินความสามารถในการกันลื่นจากความหนาหรือความลึกของดอกยางด้วยสายตาเพียงอย่างเดียว

รองเท้าเซฟตี้ กันลื่น ต้องดูมาตรฐานอะไร?
หนึ่งในมาตรฐานที่ใช้กับ รองเท้าเซฟตี้ คือ EN ISO 20345 ซึ่งกำหนดข้อกำหนดพื้นฐานและคุณสมบัติเพิ่มเติมสำหรับรองเท้าที่ใช้ป้องกันอันตรายในงานอาชีพ มาตรฐานฉบับ EN ISO 20345:2022 มีการปรับปรุงวิธีการทดสอบและสัญลักษณ์หลายส่วน รวมถึงการระบุคุณสมบัติด้านการกันลื่น
สิ่งสำคัญคือการอ่านข้อมูลบนรองเท้าให้ตรงกับฉบับมาตรฐานที่ผู้ผลิตอ้างอิง เพราะรองเท้าที่ผลิตหรือได้รับการรับรองตามมาตรฐานต่างช่วงเวลาอาจใช้สัญลักษณ์ไม่เหมือนกัน
สัญลักษณ์ SR หมายถึงอะไร?
สำหรับ EN ISO 20345:2022 รองเท้าเซฟตี้ต้องผ่านข้อกำหนดพื้นฐานด้านการกันลื่นตามวิธีทดสอบที่กำหนดอยู่แล้ว ส่วนสัญลักษณ์ SR (Slip Resistance) เป็นข้อกำหนดเพิ่มเติม โดยมีการทดสอบการยึดเกาะบนพื้นกระเบื้องเซรามิกที่ใช้กลีเซอรอลเป็นสารทดสอบ ภายใต้เงื่อนไขที่มาตรฐานกำหนด
การมีสัญลักษณ์ SR จึงช่วยให้ผู้ใช้งานทราบว่ารองเท้าผ่านการทดสอบเพิ่มเติมด้านการกันลื่น ไม่ใช่เพียงการโฆษณาว่าพื้นรองเท้ายึดเกาะดี อย่างไรก็ตาม การผ่านการทดสอบ SR ไม่ได้หมายความว่ารองเท้าจะไม่ลื่นบนพื้นทุกชนิดหรือกับสารปนเปื้อนทุกประเภท
แล้ว SRA, SRB และ SRC ที่เคยเห็นต่างกันอย่างไร?
รองเท้าเซฟตี้ ที่อ้างอิงมาตรฐานรุ่นก่อนหน้าอาจใช้สัญลักษณ์ดังนี้
- SRA การทดสอบการกันลื่นบนพื้นกระเบื้องเซรามิกภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด
- SRB การทดสอบการกันลื่นบนพื้นเหล็กภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด
- SRC ผ่านทั้งข้อกำหนด SRA และ SRB
เมื่อมาตรฐานมีการปรับปรุงในปี 2022 ระบบการทดสอบและสัญลักษณ์ก็เปลี่ยนแปลงไป โดยไม่ควรนำค่า SR ของมาตรฐานใหม่ไปเทียบเป็นระดับที่สูงหรือต่ำกว่า SRC โดยตรง เนื่องจากเงื่อนไขการทดสอบแตกต่างกัน ดังนั้น ก่อนเปรียบเทียบรองเท้าสองรุ่น ควรตรวจว่าทั้งคู่ใช้มาตรฐานฉบับเดียวกันหรือไม่
เลือก รองเท้าเซฟตี้ สำหรับพื้นลื่น ควรดูอะไรเป็นอันดับแรก?
ก่อนซื้อ ควรสำรวจว่าพื้นที่ทำงานมีความเสี่ยงจากอะไรบ้าง เพราะรองเท้าที่เหมาะกับพื้นโรงงานเรียบอาจไม่เหมาะกับพื้นดินในไซต์ก่อสร้าง ตัวอย่างการพิจารณา ได้แก่
- พื้นโรงงานเรียบ ตรวจข้อมูลมาตรฐานกันลื่นและคุณสมบัติของวัสดุพื้นรองเท้า
- พื้นเปียกน้ำเป็นประจำ พิจารณาคุณสมบัติการกันลื่นและการป้องกันน้ำตามความจำเป็น
- พื้นมีน้ำมันเครื่อง ตรวจข้อมูลกันลื่น การทนต่อสารที่สัมผัส และมาตรการควบคุมคราบน้ำมัน
- ไซต์ก่อสร้างพื้นดินหรือหิน พิจารณารูปทรงดอกยาง ความมั่นคง และคุณสมบัติป้องกันการเจาะทะลุเมื่อมีความเสี่ยง
- งานขึ้นลงบันได ตรวจความพอดีของรองเท้าและคุณสมบัติที่เกี่ยวข้องกับการยึดเกาะขั้นบันไดตามข้อกำหนดของงาน
หลักสำคัญคือ ไม่ควรซื้อรองเท้าจากคำว่า Anti-Slip หรือกันลื่นบนโฆษณาเพียงอย่างเดียว แต่ควรอ่านมาตรฐานและข้อมูลการทดสอบประกอบส่วนเรื่องอื่นที่ต้องดูประกอบ อย่างหัวรองเท้า ทรง และไซซ์ที่ใส่ได้ทั้งวัน อ่านต่อได้ใน How to เลือก รองเท้าเซฟตี้ คู่ใจ ใส่ลุยงานทั้งวันก็ยังรอด!
แบรนด์ รองเท้าเซฟตี้ ที่มีมาตรฐาน SR มีรุ่นไหนน่าสนใจ?
สำหรับผู้ที่กำลังเปรียบเทียบ รองเท้าเซฟตี้ ซึ่งมีการระบุคุณสมบัติกันลื่นตามมาตรฐาน สามารถพิจารณาผลิตภัณฑ์ของ SAFETY JOGGER ซึ่งมีรองเท้าสำหรับงานอุตสาหกรรมหลายประเภท
ตัวอย่างเช่น SAFETY JOGGER FUJI S3S MID ซึ่งปรากฏในกลุ่มรองเท้าเซฟตี้ของ iTOOLMART โดยข้อมูลจากผู้ผลิตระบุว่ามีคุณสมบัติ S3S, SR และ FO ตามมาตรฐาน EN ISO 20345:2022+A1:2024 พร้อมหัวป้องกันแบบคอมโพสิตและพื้นรองเท้าที่ออกแบบสำหรับงานอุตสาหกรรม
คุณสมบัติเหล่านี้ทำให้รุ่นดังกล่าวเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการรองเท้าซึ่งมีข้อมูลมาตรฐานชัดเจน โดยต้องตรวจความเหมาะสมกับสภาพพื้นหน้างานและขนาดเท้าจริงเพิ่มเติม
นอกจากนี้ ผู้ใช้งานยังสามารถเปรียบเทียบรองเท้าของแบรนด์อื่นที่ iTOOLMART มีจำหน่าย โดยตรวจสัญลักษณ์บนป้ายรองเท้าและเอกสารทางเทคนิคของแต่ละรุ่น ไม่ควรสรุปว่ารองเท้าทุกรุ่นในแบรนด์เดียวกันมีคุณสมบัติ SR เหมือนกันทั้งหมด
สรุป รองเท้าเซฟตี้ กันลื่น ต้องดูมากกว่าความลึกของดอกยาง
ความสามารถในการกันลื่นของ รองเท้าเซฟตี้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับดอกยางที่ลึกหรือพื้นรองเท้าที่ดูหนาเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากการทำงานร่วมกันระหว่างวัสดุพื้นรองเท้า รูปแบบดอกยาง ลักษณะพื้นผิว และสารปนเปื้อนที่พบระหว่างใช้งาน การอ่านสัญลักษณ์อย่าง SR รวมถึงการแยกความแตกต่างระหว่างคุณสมบัติกันลื่นกับคุณสมบัติทนน้ำมัน ช่วยให้ผู้ใช้งานเลือกอุปกรณ์ได้ตรงกับความเสี่ยงมากขึ้น แต่รองเท้าที่ผ่านมาตรฐานก็ยังไม่สามารถป้องกันการลื่นได้ทุกสถานการณ์
สำหรับช่างมืออาชีพ ผู้รับเหมา และผู้ทำ DIY การเลือกรองเท้าที่เหมาะสมควรเริ่มจากการสำรวจพื้นที่ทำงานจริง ควบคู่กับการตรวจมาตรฐานและสภาพรองเท้าอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้การเดินและทำงานมีความมั่นคงมากที่สุด แล้วหน้างานของคุณมีปัญหาพื้นเปียก พื้นน้ำมัน หรือพื้นฝุ่นมากที่สุด และรองเท้าเซฟตี้ที่ใช้อยู่รับมือกับสภาพพื้นเหล่านั้นได้ดีแค่ไหน?
เลือก รองเท้าเซฟตี้ ให้เหมาะกับการใช้งาน
TH
English





