Customers Also Purchased
มีเครื่องมืออยู่หลายชนิด ที่เราสามารถวางทิ้งไว้ในตู้ได้เป็นเดือน แล้วหยิบกลับมาใช้งานได้แทบจะทันที แต่สำหรับ บล็อกลม (Pneumatic / Air Impact Wrench) เรื่องนี้อาจไม่ง่ายแบบนั้น โดยเฉพาะเครื่องที่เก็บรวมกับเครื่องมืออื่น ๆ หรือในพื้นที่ ที่มีความชื้นเป็นเวลาหลายเดือน
เราอาจคิดว่า ในเมื่อไม่ได้เปิดใช้งาน ชิ้นส่วนภายในก็คงไม่มีอะไรสึกหรอ แต่ความจริง ช่วงเวลาที่บล็อกลมหยุดนิ่งนี่แหละ ที่อาจเกิดทั้งสนิม ความชื้น น้ำมันหล่อลื่นที่ไหลออกจากตำแหน่งเดิม ซีลที่เริ่มแห้ง หรือฝุ่นที่เข้าไปสะสมตามจุดต่อสายลมได้
ถ้ารู้ล่วงหน้าว่า บล็อกลม จะไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน การดูแลก่อนเก็บ จะมีความสำคัญไม่แพ้การบำรุงรักษาระหว่างใช้งาน และเมื่อถึงวันที่เอาเครื่องกลับออกมาใช้ ก็ไม่ควรเสียบสายลมแล้วกดไกเต็มกำลังทันที ให้ตรวจสภาพเพียงไม่กี่นาทีก่อนเริ่มงาน เพื่อช่วยป้องกัน ทั้งเครื่องเสีย แรงบิดตก และความเสียหาย ที่เกิดกับชิ้นส่วนภายในได้
ทำไม บล็อกลม ที่ไม่ได้ใช้นาน ถึงยังต้องดูแล?
โครงสร้างของ บล็อกลม แตกต่างจากเครื่องมือไฟฟ้าหลายชนิด ไขข้อสงสัย บล็อกลม เน้นแรงดัน หรือปริมาณลม มากกว่ากัน? การทำงาน ต้องพึ่งอากาศอัดที่ไหลผ่านระบบภายใน อากาศจากปั๊มลมไม่ได้มีอากาศอย่างเดียว แต่อาจมีทั้งไอน้ำ ความชื้น และละอองสิ่งสกปรก ปะปนเข้ามาได้ หากระบบไม่มีตัวกรองและตัวแยกน้ำที่เหมาะสม ความชื้นบางส่วน ก็หลงเหลืออยู่ในทางเดินลม และชิ้นส่วนโลหะภายในเครื่องหลังใช้งาน
เมื่อบล็อกลมหยุดใช้งาน เป็นเวลานาน ความชื้นที่เหลืออยู่ อาจทำให้ผิวโลหะเกิดออกไซด์ หรือสนิมได้ ขณะที่น้ำมันสำหรับเครื่องมือลม ซึ่งเคลือบชิ้นส่วนอยู่เดิม อาจไหลลงด้านล่าง หรือค่อย ๆ ลดปริมาณลง ทำให้บางตำแหน่งไม่ได้รับการเคลือบป้องกันเหมือนตอนใช้งานเป็นประจำ
นอกจากนี้ซีล และโอริงภายในยังต้องอาศัยน้ำมันหล่อลื่น ช่วยรักษาสภาพ ถ้าปล่อยเครื่องไว้ในบริเวณร้อนจัดหรือแห้งเป็นเวลานาน วัสดุอาจสูญเสียความยืดหยุ่น เมื่อกลับมาอัดลมอีกครั้ง อาจมีอาการลมรั่ว รอบตก หรือกำลังของเครื่องไม่สม่ำเสมอได้
ไม่ควรมองว่า บล็อกลม หรือเครื่องมือที่ไม่ได้ใช้งาน ไม่มีการเปลี่ยนแปลง แม้ไม่มีการหมุน ไม่มีแรงกระแทก ไม่มีโหลด สภาพแวดล้อมรอบ ๆ ก็ยังส่งผลต่อวัสดุภายในอยู่ตลอดเวลา

ก่อนเก็บ บล็อกลม หลายเดือน ควรทำอะไรบ้าง?
ถ้ารู้ว่าจะหยุดใช้ บล็อกลม เป็นเวลาหลายสัปดาห์ หรือหลายเดือน การเตรียมเครื่องก่อนเก็บจะช่วยให้วันกลับมาใช้งานง่ายขึ้นมาก และยังลดโอกาสเกิดปัญหาในระบบลมและชุดกลไกภายใน
ทำความสะอาดตัวเครื่อง ก่อนเก็บ
หลังจบงาน บล็อกลม มักมีฝุ่น เศษโลหะ น้ำมัน หรือคราบจาระบีติด โดยเฉพาะบล็อก ที่ใช้ในอู่ซ่อมรถ งานโครงสร้าง หรือพื้นที่ก่อสร้าง ถ้านำเครื่องที่ยังสกปรกเข้าเก็บทันที ความชื้นอาจจับอยู่ตามคราบเหล่านี้ได้นานกว่าพื้นผิวสะอาด อาจทำให้โลหะบางส่วน เกิดสนิมได้ง่ายขึ้น
ทำไม บล็อกลม ไม่ควรโดนน้ำ? ทั้งที่ไม่มีวงจรไฟฟ้า ให้ช็อต ใช้ผ้าแห้ง หรือผ้าชุบน้ำหมาดเล็กน้อย เช็ดตัวเครื่อง ระวังไม่ให้น้ำ เข้าไปในช่องลมเข้า แล้วปล่อยให้เครื่องแห้งสนิทก่อนเก็บ ไม่ล้างเครื่องด้วยน้ำ หรือฉีดสารทำความสะอาดเข้าข้าง ใน เพราะสารบางชนิดอาจทำลายซีล หรือชะล้างสารหล่อลื่น ออกจากชุดกลไกได้
บริเวณหัวขับสี่เหลี่ยม หรือ Square Drive ให้เช็ดคราบสนิม ฝุ่นโลหะ และสิ่งสกปรกออกด้วย เพราะจุดนี้สัมผัสกับลูกบล็อกโดยตรง หากมีสนิมหรือเศษโลหะสะสมมาก เมื่อกลับมาใช้งานอาจทำให้ใส่ และถอดลูกบล็อกได้ยากขึ้น
หยอดน้ำมัน สำหรับเครื่องมือลม ก่อนเก็บ
สำหรับบล็อกลม หลายรุ่น ผู้ผลิตจะกำหนดให้หยด Air Tool Oil บริเวณช่องลมเข้าเป็นระยะ โดยปริมาณและวิธีการ ขึ้นอยู่กับรุ่น หากเป็นเครื่องที่กำลังจะเก็บเป็นเวลานาน สามารถตรวจคู่มือเพื่อดูขั้นตอนการหล่อลื่นก่อนเก็บ โดยเฉพาะ
หลังเติมน้ำมันตามปริมาณ ที่กำหนด แนะนำให้ต่อระบบลม แล้วเดินเครื่องช่วงสั้น ๆ โดยไม่รับโหลด เพื่อให้น้ำมันกระจายไปตามทางเดินลม และชิ้นส่วน ที่ต้องมีการหล่อลื่น
ตรวจว่าระบบ ไม่มีน้ำค้างอยู่
หลายครั้งผู้ใช้งานพบสนิมภายในเครื่องมือลมทั้งที่เก็บเครื่องไว้ในกล่องอย่างดี แต่สาเหตุจริงกลับมาจากน้ำที่ปะปนอยู่ในอากาศอัดตั้งแต่ตอนใช้งานครั้งสุดท้าย ดังนั้นการดูแลระบบผลิตลมจึงเป็นส่วนหนึ่งของการดูแล บล็อกลม เช่นกัน ไม่ใช่ดูเฉพาะตัวเครื่องอย่างเดียว
ถอดสายออกก่อนเก็บ หรือไม่?
หลังใช้งานเสร็จไม่ควรปล่อย บล็อกลม ต่ออยู่กับสายลมเป็นเวลาหลายวัน หรือหลายเดือน ให้ปลดเครื่องออกจากระบบลม เพื่อช่วยลดโอกาสที่ความชื้น หรือแรงดันตกค้างจากระบบ จะส่งผ่านเข้ามายังเครื่อง และยังช่วยป้องกันการเปิดเครื่องโดยไม่ตั้งใจอีกด้วย
หลังปลดสายแล้ว ควรตรวจบริเวณข้อต่อสายลม หรือ Coupler และช่องลมเข้า ว่ามีสิ่งสกปรกติดอยู่หรือไม่ ถ้ามีฝาปิดช่องลมเข้า จากผู้ผลิต ก็ควรใช้ปิดระหว่างจัดเก็บ เพราะเป็นหนึ่งในทาง ที่ฝุ่น เศษโลหะ หรือสิ่งสกปรกอาจ เข้าไปในเครื่อง ง่ายที่สุด
เก็บ บล็อกลม ไว้ที่ไหน ดีที่สุด?
เลือกพื้นที่แห้ง อากาศไม่ชื้น ไม่โดนฝน ไม่อยู่ใกล้สารเคมีที่มีไอระเหยกัดกร่อน และไม่รับแสงแดดโดยตรง กล่องเครื่องมือ ตู้เครื่องมือ หรือกล่องเดิมจากผู้ผลิตถือเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะช่วยป้องกันฝุ่น และการกระแทกได้ แต่ถ้าพื้นที่ มีความชื้นสูง ควรตรวจเป็นระยะให้มั่นใจ ว่าในกล่องไม่มีความชื้นสะสม
ใส่สารดูดความชื้นภายในตู้เครื่องมือก็สามารถช่วยควบคุมความชื้นรอบเครื่องได้ แต่ต้องเปลี่ยนหรืออบสารดูดความชื้นตามระยะ ไม่เช่นนั้นเมื่อดูดน้ำจนเต็มประสิทธิภาพแล้วก็แทบไม่มีประโยชน์เพิ่มเติม
อีกเรื่องที่มักมองข้าม คือการเก็บบล็อกลม ไว้บริเวณพื้นคอนกรีต หรือพื้นที่ติดดิน ซึ่งอาจมีความชื้นสูง โดยเฉพาะช่วงหน้าฝน จึงควรวางเครื่องไว้บนชั้น หรือภายในตู้ โดยไม่วางกับพื้นโดยตรง
หลังเก็บหลายเดือน อย่าเพิ่งกดไก เต็มแรงทันที
เมื่อผ่านไปหลายเดือนแล้ว ถึงเวลานำ บล็อกลม กลับมาใช้งาน หลายคนมักต่อสายลม ใส่ลูกบล็อก แล้วเริ่มคลายน็อตทันที ซึ่งเป็นวิธีที่ควรหลีกเลี่ยง
ช่วงแรกหลังหยุดใช้งานมานาน ถือเป็นช่วงตรวจสภาพ บล็อกลม เพราะยังไม่สามารถรู้ได้ว่า น้ำมันภายในยังเคลือบอยู่พอหรือไม่ มีสนิม หรือซีลต่าง ๆ ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ แค่ไหน

ก่อนกลับมาใช้ บล็อกลม ตรวจอะไรเป็นอย่างแรก?
เริ่มจากตรวจรอยแตกร้าวบนตัวเรือน เช็กไก ปุ่มเปลี่ยนทิศทาง ตัวปรับแรงบิด และส่วนควบคุมต่าง ๆ ว่าเคลื่อนที่ได้ตามปกติ
จากนั้นตรวจหัวขับสี่เหลี่ยม หากพบสนิมเล็กน้อยบริเวณพื้นผิวควรทำความสะอาดก่อนใส่ลูกบล็อก แต่ถ้ามีรอยแตกร้าว การบิ่น หรือสึกผิดปกติ ไม่ควรฝืนใช้งาน เพราะบริเวณนี้รับแรงกระแทกโดยตรงข้อต่อลมก็ต้องตรวจเช่นกัน หากมีสนิม สิ่งสกปรก หรือเกลียวเสียหาย ควรแก้ไขก่อนต่อเข้ากับระบบลม
ตรวจสายลม และข้อต่อด้วย
ข้อต่อสายลมควรล็อกได้แน่น ไม่มีอาการหลวมผิดปกติ หากข้อต่อมีการรั่ว จะทำให้แรงดันและอัตราการไหลของลมที่ไปถึงเครื่องลดลง แม้เกจบนปั๊มลมจะแสดงแรงดันเหมือนเดิมก็ตาม
นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ผู้ใช้บางคนเข้าใจผิดว่าบล็อกลมที่เก็บไว้นาน “แรงตก” ทั้งที่ตัวเครื่องไม่ได้มีปัญหา แต่ปัญหาอยู่ที่ข้อต่อหรือสายลมที่รั่ว
ก่อนเปิดใช้ หยอดน้ำมัน ใหม่ หรือไม่?
สำหรับบล็อกลมประเภท ที่ผู้ผลิตกำหนดให้เติม Air Tool Oil ทางช่องลมเข้า ถ้าเครื่องหยุดใช้งานเป็นเวลานาน ควรตรวจคำแนะนำการหล่อลื่นของรุ่นนั้นอีกครั้งก่อนเริ่มใช้
เสียงของเครื่องควรเรียบ ไม่มีเสียงโลหะเสียดสีกัน เสียงครูด หรือจังหวะสะดุดผิดปกติ ถ้าได้ยินเสียงที่ไม่เคยมี ให้หยุดเครื่อง และตรวจเพิ่มเติม ไม่ควรเพิ่มแรงดัน เพื่อดูว่าอาการจะหายไป หรือไม่
ทดลอง เดินเครื่องแบบไม่มีโหลด ก่อน
การเดินเครื่องแบบ No Load เป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยให้เราฟัง และสัมผัสอาการของ บล็อกลม ได้ชัดกว่าเริ่มงานจริงทันที
ลองกดไกช่วงสั้น ๆ ก่อน จากนั้นปล่อย แล้วสังเกตว่ารอบขึ้น และลงตามปกติไหม ทดลองเปลี่ยนทิศทาง Forward และ Reverse แล้วฟังเสียงของบล็อกลม ถ้าทุกอย่างปกติ จึงเพิ่มเวลาการเดินเครื่อง ขึ้นเล็กน้อย
การหล่อลื่นชุดกระแทก กับระบบลม ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
บล็อกลม บางรุ่นมีระบบหล่อลื่นมากกว่าหนึ่งส่วน Air Tool Oil ที่หยดเข้าช่องจะเกี่ยวข้องกับระบบมอเตอร์ลม และชิ้นส่วนทางเดินลม ขณะที่กลไก Hammer หรือชุดกระแทก อาจใช้จาระบี หรือน้ำมันอีกชนิด ตามโครงสร้างของผู้ผลิต
ถ้าเครื่องไม่ได้ใช้งานนานมาก หรือไม่เคยตรวจระบบหล่อลื่นชุดกระแทกมาหลายปี การนำ บล็อกลม กลับมาใช้งาน ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีในการตรวจ ตามรอบบำรุงรักษา ที่ผู้ผลิตกำหนด

สรุป บล็อกลม เก็บได้นาน แต่ต้องเตรียม ให้ถูก
การไม่ได้ใช้ บล็อกลม หลายเดือน ไม่ได้หมายความว่าเครื่องจะเสีย ถ้าเก็บอย่างเหมาะสมเราก็สามารถหยุดใช้งาน เป็นเวลานาน แล้วกลับมาทำงานได้ตามปกติ สิ่งสำคัญ คือ ไม่ควรเก็บ ทั้งที่มีความชื้น สิ่งสกปรก หรือขาดการหล่อลื่น
ก่อนเก็บ ควรทำความสะอาดเครื่อง ระบายน้ำในระบบลม หล่อลื่นตามคำแนะนำของผู้ผลิต ปลดสายลม และเก็บในที่แห้ง ส่วนวันที่นำกลับมาใช้ ให้ตรวจตัวเครื่อง ข้อต่อ สายลม ระบบจ่ายลม และสารหล่อลื่นก่อน แล้วเดินเครื่องแบบไม่มีโหลดเพื่อฟังเสียงและตรวจการทำงาน
การดูแลบล็อกลมไม่ใช่เรื่องซับซ้อน หลักสำคัญมีเพียง ลมสะอาดและแห้ง การหล่อลื่นเหมาะสม เครื่องเก็บในสภาพแวดล้อมที่ดี และก่อนกลับมาใช้งาน มีการตรวจสภาพก่อนรับโหลดจริง
แค่ดูแลถูกวิธี บล็อกลม ที่พักไว้หลายเดือน ก็มีโอกาสกลับมาทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และพร้อมอยู่กับงานของเราไปอีกนาน
TH
English




