Customers Also Purchased
เวลาเดินไปหน้าร้าน แล้วบอกว่าขอ หินเจียร คำถามแรก ที่มักได้กลับมาคือ เอาไปใส่กับอะไร? และเจียรวัสดุอะไร? เพราะคำว่าหินเจียรคำเดียวครอบคลุมของหลายอย่าง ที่ใช้แทนกันไม่ได้เลย
หลายคนจบด้วยการหยิบ ตามสีที่เคยเห็น หรือหยิบอันที่ขนาดพอดีรู แล้วมาเจอปัญหาทีหลัง ว่าเจียรแล้วไม่กินเนื้อ มีดที่ลับมาไหม้ดำ หรือหินสึกเร็วผิดปกติ และปัญหาก็ไม่ได้อยู่ที่เครื่องเลย
ความจริงคือ หินเจียร ไม่ได้ต่างกันที่สี แต่ต่างกันที่ชนิดเม็ดขัด ความละเอียดของเม็ด ขนาดรูแกน และความเร็วรอบที่หินเจียรแต่ละชนิดรับได้ เรื่องพวกนี้ต่างหาก ที่ตัดสินว่าใช้กับงานของเราได้หรือเปล่า โดยเฉพาะเรื่องความเร็วรอบ ที่ไม่ใช่แค่งาน แต่ยังเป็นเรื่องความปลอดภัยโดยตรง
หินเจียร กับใบเจียร ไม่ใช่ของอย่างเดียวกัน
เริ่มจากจุดที่สับสนกันมากที่สุดก่อน คำว่าหินเจียรในร้านเครื่องมือมักไม่ได้หมายถึงอย่างเดียว หนึ่งคือหินก้อนหนา ที่ใส่กับแท่นเจียรตั้งโต๊ะ หรือแท่นเจียรล้อคู่ สอง คือหินเจียรแกน ก้านเล็กที่ใส่กับเครื่องเจียรแกน หรือเครื่องมือหมุนรอบสูง และสามคือแผ่นบาง ๆ ที่ใส่กับเครื่องเจียรมือ ซึ่งอันนี้ เรียกให้ถูกคือใบเจียร หรือใบเจียรเหล็ก
ความต่างไม่ได้อยู่แค่ชื่อ แต่อยู่ที่วิธีรับแรง ซึ่งเป็นเหตุผล ว่าทำไมการเอาของสองอย่างมาสลับกันจึงไม่ใช่แค่เรื่องความไม่สะดวก
ทิศทางของแรง ที่กดลงไปไม่เหมือนกัน
หินแท่นเจียร ออกแบบมาให้กดงานเข้าหาหน้าหิน แรงจึงลงตรงหน้าสัมผัส ส่วน ใบตัดและใบเจียร ของเครื่องเจียรมือออกแบบมาให้ทำมุมกับชิ้นงาน และใช้หน้าใบ การใช้ผิดวิธีจึงเสี่ยงที่หินหรือใบจะแตกระหว่างใช้งาน
เลือก หินเจียร จากเครื่องที่มีอยู่ ก่อนเสมอ
ถ้าไม่แน่ใจว่าที่ต้องใช้คืออะไร ให้ดูจากเครื่องมือ ที่มีอยู่ก่อน แล้วค่อยเลือกชนิดวัสดุสิ้นเปลือง ให้ตรงกับเครื่องนั้น วิธีนี้ตัดตัวเลือกผิดออกไปได้ครึ่งหนึ่ง ตั้งแต่ยังไม่ต้องดูสเปกอะไรเลย
หินเจียร สีชมพูกับสีเขียว ต่างกันที่เม็ดขัด ไม่ใช่ความแข็ง
นี่คือจุดที่คนเข้าใจผิดกันบ่อยที่สุด หลายคนคิดว่าสีเขียวแข็งกว่า เลยดีกว่า ซึ่งไม่ใช่ ทั้งสองสีนี้ใช้เม็ดขัดคนละชนิด และออกแบบมาสำหรับวัสดุคนละกลุ่ม
สีของ หินเจียร เป็นเพียงผลจากชนิดของเม็ดขัดที่ใช้ ไม่ได้เป็นตัวบอกคุณภาพหรือราคา และการเลือกให้ตรงกลุ่มวัสดุมีผลกับความเร็วในการทำงานมากกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด

สีชมพู และสีขาว สำหรับเหล็กกล้า และงานลับคม
หินเจียรกลุ่มนี้ ใช้เม็ดขัดกลุ่มอะลูมิเนียมออกไซด์ (Aluminium Oxide) ที่จะทยอยแตกตัวเผยคมใหม่ระหว่างใช้งาน จึงเหมาะกับเหล็กกล้า เหล็กเครื่องมือ และงานลับดอกสว่าน หรือมีดที่ทำจากเหล็ก ซึ่งเป็นงานส่วนใหญ่ ที่เจอตามบ้าน และร้านซ่อมทั่วไป
สีเขียว สำหรับคาร์ไบด์ และวัสดุแข็งเปราะ
หินเจียรสีเขียว ใช้เม็ดซิลิคอนคาร์ไบด์ (Silicon Carbide) ซึ่งคมกว่าแต่เปราะกว่า เหมาะกับวัสดุแข็งเปราะอย่างคาร์ไบด์ เซรามิก หรือเหล็กหล่อ ไม่เหมาะกับเหล็กเหนียว ที่เจอในงานทั่วไป
ใช้สลับกัน แล้วเกิดอะไร?
เอาหินสีเขียวไปเจียรเหล็กเหนียว หินเจียรจะสึกเร็วผิดปกติ ส่วนถ้าเอาหินสีชมพูไปลับคาร์ไบด์จะกินเนื้อช้า และเกิดความร้อนสะสมจนปลายคาร์ไบด์อาจร้าวได้ ดังนั้นถ้างานหลัก คือลับดอกสว่านกับมีดทั่วไป หินสีชมพู คือคำตอบ ไม่ต้องจ่ายเพิ่มเพื่อสีเขียว ที่ไม่ได้เหมาะกับงาน
เบอร์ของ หินเจียร บอกว่างานจะเร็ว หรือจะเรียบ
ตัวเลขเบอร์บนหิน คือความละเอียดของเม็ดขัด คล้ายกับกระดาษทราย เลขน้อย แปลว่าเม็ดหยาบ เลขมากแปลว่าเม็ดละเอียด และหลักการคือ เม็ดหยาบกินเนื้อเร็วแต่ผิวหยาบ เม็ดละเอียดกินเนื้อช้าแต่ผิวเรียบ และคุมรูปทรงได้ดีกว่า
งานที่ลอกเนื้อเหล็กออกเยอะ ๆ เช่นแต่งรอยเชื่อมหรือปรับรูปชิ้นงาน ควรใช้เม็ดหยาบ ส่วนงานลับคมมีด หรือเก็บผิวให้เรียบก่อนใช้งานจริง ควรใช้เม็ดละเอียดขึ้น
ถ้ามีแท่นเจียรสองล้อ การใส่หินคนละเบอร์ซ้ายขวาเป็นวิธีที่คุ้มขึ้น เพราะลอกเนื้อข้างหนึ่ง แล้วย้ายไปเก็บผิวอีกข้างได้ โดยไม่ต้องถอดเปลี่ยน
อย่างไรก็ตาม อย่าเลือกเม็ดละเอียดเพราะคิดว่า จะได้งานสวยกว่าเสมอไป ถ้าต้องลอกเนื้อเยอะ แล้วใช้หินเจียร ละเอียด ผลที่ได้ คืออาจใช้เวลานานขึ้นมาก ชิ้นงานร้อนขึ้น และคมที่ลับมา อาจเสียความแข็งจากความร้อน ได้ง่ายกว่าเดิม
ขนาดและรูแกนของ หินเจียร ต้องตรงกับเครื่อง เท่านั้น
หินเจียรทุกอัน ต้องมีเส้นผ่านศูนย์กลาง ความหนา และขนาดรูแกน เป็นตัวกำหนด ว่าใส่กับเครื่องได้พอดี และกินเนื้อได้แค่ไหน ส่วนขนาดรูแกน เป็นค่าที่ไม่ควรดัดแปลงเด็ดขาด เพราะเนื้อหินรอบรูคือจุดที่รับแรงเหวี่ยงมากที่สุดขณะหมุน การเปลี่ยนแปลงอะไรตรงนั้น จะกระทบความแข็งแรงของทั้งใบ
รูใหญ่กว่าแกน ให้ใช้บุช ที่ผลิตมาสำหรับงานนี้
ถ้ารูหินใหญ่กว่าแกนเครื่อง ต้องใช้บุช หรือปลอกลดขนาดที่มากับหิน หรือที่ผลิตมาสำหรับงานนี้เท่านั้น และไม่ควรคว้านรูหินให้กว้างขึ้นเอง เพื่อให้ใส่ได้
หน้าแปลนประกบต้องเท่ากัน และแนบเต็มหน้า
หน้าแปลนสองฝั่งควรมีขนาดเท่ากัน และวางแนบเต็มหน้า ถ้าหน้าแปลนบิ่น เบี้ยว หรือใช้แหวนรองผิดแบบ แรง จะกดลงบนหินไม่สม่ำเสมอ ซึ่งเป็นสาเหตุของการแตกที่พบบ่อยพอ ๆ กับการใช้หินผิดประเภท
ความเร็วรอบสูงสุดบน หินเจียร ตัวเลข ที่อย่ามองข้าม
บนฉลากหินจะมีค่าความเร็วรอบสูงสุดกำกับไว้เสมอ ค่านี้ไม่ใช่คำแนะนำ แต่เป็นขีดจำกัดทางกายภาพ กฎคือ รอบสูงสุดของหินเจียร ต้องไม่ต่ำกว่ารอบของเครื่องที่จะเอาไปใส่
สำหรับ หินเจียร แกนที่ใช้กับเครื่องรอบสูง ยังมีอีกเรื่องที่ต้องดู คือความยาวของก้านที่จับอยู่ในหัวจับ ถ้าปล่อยก้านยื่นยาวเกินไป ก้านจะสั่น และงอได้ง่าย

เวลาใส่จึงควรจับก้านให้ลึกที่สุด เท่าที่ยังทำงานได้ ไม่ใช่จับแค่ปลาย เพื่อให้เอื้อมถึงงานง่ายขึ้น
ใช้ หินเจียร ให้อยู่ทน และปลอดภัย
เช่นเดียวกับ ใบเจียรเหล็ก ตกพื้น เจอแดด เจอน้ำ เจอความร้อน ใช้ได้อยู่ไหม? หินเจียรที่แตกร้าวจากการตกพื้นมองด้วยตาเปล่าไม่เห็นเสมอไป การตรวจก่อนใส่จึงสำคัญกว่าที่คิด โดยเฉพาะกับหินที่เก็บไว้นาน หรือเพิ่งย้ายที่เก็บ
- เคาะฟังเสียงก่อนใส่หินใหม่ แขวนหินหลวม ๆ แล้วเคาะเบา ๆ ด้วยด้ามไม้ หินที่ปกติจะให้เสียงกังวาน ส่วนหินที่ร้าวจะให้เสียงทึบ ถ้าเสียงทึบ ไม่ต้องลองใส่ดู ให้ทิ้งทันที
- ใส่การ์ด และปรับแท่นรองงานให้ชิดหน้าหินมากที่สุดเท่า ที่ไม่ชนหิน เพื่อไม่ให้ชิ้นงานดึงลงไปติดในช่องว่าง จากนั้นเปิดเครื่องแล้วปล่อยให้หมุนตัวเปล่าสักครู่ก่อนเริ่มเจียร โดยยืนเยื้องจากแนวหน้าหินในช่วงนั้น
- แต่งหน้าหินเมื่อเริ่มมันวาว คืนคมให้เม็ดขัด ให้เจียรได้เร็วขึ้นโดยไม่ต้องเปลี่ยนหินใหม่ และช่วยให้หน้าหินกลับมาเรียบตรงเหมือนเดิม ซึ่งมีผลกับความแม่นยำของงานลับคมโดยตรง
สัญญาณที่บอกว่า ถึงเวลาเปลี่ยน หินเจียร
หินเจียรเป็นวัสดุสิ้นเปลืองที่มีอายุขัย และมักมีสัญญาณเตือนก่อนเสมอ สิ่งที่ควรระวังคือการฝืนใช้ต่อเพราะคิดว่ายังพอไหว สิ่งที่ควรดู เช่น
- หินเหลือเส้นผ่านศูนย์กลางน้อย จนใกล้ขอบหน้าแปลน ให้เปลี่ยนทันที ไม่ต้องรอให้หมด
- หน้าหินสึกเว้าเป็นร่องจนแต่งหน้าหิน แล้วก็ยังไม่กลับมาเรียบ
- มีรอยร้าว รอยบิ่นที่ขอบ หรือเคาะแล้วเสียงทึบ
- เครื่องสั่นผิดปกติ ทั้งที่ประกอบถูกต้อง และหน้าแปลนไม่มีปัญหา
- เจียรแล้วชิ้นงานไหม้ง่ายผิดปกติ ทั้งที่ใช้แรงกดเท่าเดิม
ถ้าเจอสองข้อแรกพร้อมกัน ไม่ควรฝืนใช้ต่อ และถ้าไม่แน่ใจว่าเครื่องสั่นเพราะหินหรือเพราะตัวเครื่อง ควรหยุดใช้ แล้วให้ช่างตรวจ
ใครควรซื้อ หินเจียร แบบไหน?
ความต้องการต่างกันตามงานที่ทำบ่อย ไม่ใช่ตามงบที่มี การซื้อครบทุกแบบตั้งแต่แรกมักจะไปจบที่มีการมีหินเจียร ที่ไม่ได้ใช้เลย
- ใช้ที่บ้าน ลับดอกสว่านและมีด หินเจียร สีชมพูเบอร์กลาง บนแท่นเจียรล้อคู่ ตอบโจทย์เกือบทุกงานแล้ว ไม่จำเป็นต้องมีหินหลายแบบตั้งแต่แรก
- ร้านซ่อม และงานเชื่อม ควรมีเบอร์หยาบสำหรับลอกเนื้อ และเบอร์ละเอียดสำหรับเก็บผิว แยกกันคนละล้อ ส่วนงานที่ต้องแต่งคาร์ไบด์ หรือเหล็กหล่อ ค่อยเพิ่มหินสีเขียวเข้ามา
- งานตัดและเจียรด้วยเครื่องเจียรมือ ถ้างานส่วนใหญ่คือการตัดหรือเจียรแนวเชื่อมด้วยเครื่องมือถือ สิ่งที่ต้องซื้อจริง ๆ คือใบเจียรกับใบตัดที่ตรงวัสดุ ไม่ใช่ หินเจียร แบบก้อน
การแยก หินเจียร ให้ถูก ตั้งแต่ตอนซื้อ ช่วยลดได้ทั้งค่าใช้จ่าย และความเสี่ยงหน้างาน

สรุป เลือก หินเจียร จากวัสดุ และเครื่อง ไม่ใช่จากสี
หินเจียร ที่ดีคือหินที่ตรงกับวัสดุที่จะเจียร เครื่องที่จะใส่ และลักษณะงานว่าต้องลอกเนื้อ หรือเก็บผิว ถ้าทั้งหมดนี้ตรงกัน หินราคาปกติ ก็ทำงานได้ดีกว่าหินที่แพงกว่า แต่เลือกผิดประเภท
วัสดุที่จะเจียร มีความแข็ง และพฤติกรรมตอนเจียรต่างกัน เหล็กทั่วไป เหล็กชุบแข็ง สแตนเลส หรือโลหะอ่อน ไม่ได้เหมาะกับหินชนิดเดียวกันทั้งหมด ถ้าเลือกเม็ดขัดหรือความแข็งของหินไม่สัมพันธ์กับวัสดุ หินอาจกินเนื้อช้า อุดตันเร็ว หรือสร้างความร้อนเกินจำเป็น จนเกิดอาการชิ้นงานไหม้ หรือคมเสีย
เครื่องที่จะใช้ ต้องดูทั้งขนาดหิน รูเพลา ความหนา และที่สำคัญ คือค่ารอบสูงสุดที่หินเจียร รองรับต้องเหมาะกับเครื่อง หินคุณภาพดีแต่ขนาดหรือรอบไม่ตรงกับแท่นเจียร ก็ไม่ใช่หินที่เหมาะกับงานนั้น และอาจกระทบถึงความปลอดภัย ในการใช้งานด้วย
ถ้าต้องลอกเนื้อออกเยอะ ควรเลือกหินที่กินเนื้อได้เร็ว และระบายเศษได้ดี แต่ถ้าเป็นช่วงเก็บคม เก็บผิว หรือปรับรายละเอียดสุดท้าย ใช้หินที่ละเอียดขึ้น เพื่อให้ผิวเรียบกว่า การใช้หินละเอียดทำงานลอกเนื้อหนัก ๆ อาจทำให้ต้องกดนานขึ้น ชิ้นงานร้อนเร็ว และหน้าหินอุดตัน ไวกว่าเดิม
ก่อนเลือก หินเจียร ดูค่าเหล่านี้บนฉลาก ได้แก่ ชนิดเม็ดขัด เบอร์เม็ด และรอบสูงสุด แล้วเทียบกับเครื่องมือที่มีอยู่ ตัดปัญหาที่เจอกันบ่อยที่สุด ออกไปได้เกือบหมด
TH
English










