Customers Also Purchased
งานตัดในบ้าน หรือหน้างานเล็ก ๆ ไม่ได้เกิดขึ้นทุกสัปดาห์ บางเดือนก็ไม่มีอะไรต้องตัดเลย แต่พอถึงวันที่ต้องตัดจริง เช่น ไม้อัดที่ซื้อมากว้างเกินช่องที่จะวาง ชั้นวางที่ประกอบเอง แล้วยาวเกินไปสองนิ้ว หรือท่อเก่า ที่ต้องรื้อออกก่อนติดตั้งของใหม่ คำถามที่ตามมาคือ ควรซื้อ เลื่อยไฟฟ้า สักเครื่องไหม และถ้าซื้อ ควรเป็นแบบไหน?
คำถามที่หลายคนถามก่อน คือเลื่อยไฟฟ้ายี่ห้อไหนดี หรือรุ่นไหนแรงที่สุด แต่สำหรับคนที่ยังไม่มีเครื่องเลย คำถามที่ให้คำตอบตรงกว่าคือ งานตัดที่ทำบ่อยที่สุดเป็นแนวตรง หรือแนวโค้ง และตัดวัสดุอะไร
เพราะเลื่อยไฟฟ้าแต่ละแบบออกแบบมา ให้ถนัดคนละเรื่องจริง ๆ ไม่ใช่รุ่นแพงกว่าแล้วทำได้ทุกอย่าง เพราะอย่างที่รู้ ๆ กัน เลื่อยวงเดือนสร้างมาเพื่อตัดตรง จิ๊กซอว์สร้างมาเพื่อตัดโค้ง เลื่อยชักตอบโจทย์งานรื้อ
การเลือกให้ตรงกับแนวตัด ที่ทำบ่อยที่สุด ให้ผลต่างกว่าการเพิ่มงบ เพื่อเอาเครื่องที่แรงขึ้นในแบบที่ไม่ตรงงานอยู่แล้ว และนี่คือเหตุผลที่หลายคนจบด้วยการซื้อเครื่องที่สองภายในปีเดียวกัน ไม่ใช่เพราะเครื่องแรกพัง แต่เพราะเครื่องแรกทำงานที่เจอจริง ได้ไม่ดีพอ
ก่อนเลือก ให้ตอบคำถามตัวเอง ว่า “ตัดอะไร” “ตัดแนวไหน”
เลื่อยไฟฟ้า ทุกแบบออกแบบโดยยึดสองเรื่องเป็นหลัก คือวัสดุที่ตัดกับลักษณะแนวตัด ถ้าตอบสองข้อนี้ได้ ตัวเลือกก็จะเหลือน้อยลง และไม่ต้องเทียบสเปกข้ามประเภทเครื่องให้งงกว่าเดิม
ลองนึกภาพว่างานที่ทำบ่อยที่สุด คือซอยไม้อัดแผ่นใหญ่ให้เป็นชิ้นตามขนาดที่ต้องการ แนวตัดเป็นเส้นตรงยาวเกือบตลอดแผ่น วัสดุเป็นไม้แผ่นความหนาปานกลาง งานลักษณะนี้คือพื้นที่ของ เลื่อยวงเดือนโดยตรง ถ้าเอาเลื่อยชักมาทำงานเดียวกัน ตัดขาดเหมือนกัน แต่ได้ขอบที่หยาบจนต้องเก็บงานเพิ่ม ส่วนเลื่อยจิ๊กซอว์ ก็ตัดได้ แต่อาจใช้เวลานานกว่าหลายเท่า และควบคุมให้ตรงยากขึ้น
กลับกัน ถ้างานที่เจอบ่อย คือตัดโค้งตามแบบ เจาะช่องกลางแผ่นเพื่อฝังอ่าง หรือฝังเต้ารับ หรือฉลุลายบนไม้บาง เลื่อยวงเดือน จะทำไม่ได้เลย ไม่ใช่เพราะกำลังไม่พอ แต่เพราะข้อจำกัดด้านการออกแบบ ซึ่งงานประเภทนี้เป็นงานของเลื่อยจิ๊กซอว์
ปัญหาของคนที่ยังตอบสองข้อนี้ไม่ได้ คือจะไปจบที่การเลือก เลื่อยไฟฟ้า ที่ดูทำได้หลายอย่างที่สุด ซึ่งในทางปฏิบัติ แปลว่าไม่เก่งเป็นพิเศษสักอย่าง แล้วพอเจองานจริง ก็ต้องซื้อเครื่องที่ตรงงานเพิ่มอยู่ดี

เลื่อยวงเดือน: เลื่อยไฟฟ้า ที่ตัดตรงเร็วที่สุด แต่เลี้ยวไม่ได้เลย
เลื่อยวงเดือนเป็น เลื่อยไฟฟ้า ที่ใช้ใบกลมหมุนรอบเร็ว กินเนื้อไม้เป็นแนวตรงได้ไว และได้รอยค่อนข้างเรียบ ถ้างานหลักคือซอยไม้แผ่น ตัดไม้โครง หรือตัดวงกบ นี่คือเครื่องที่ควรมีเป็นเครื่องแรก
แต่ข้อจำกัดของเลื่อยวงเดือน ก็ตรงไปตรงมา คือบังคับให้เลี้ยวไม่ได้ ใบกลมเดินได้ทางเดียว คือตรงไปข้างหน้า และเป็น เลื่อยไฟฟ้า ที่ต้องระวังอาการดีดกลับมากที่สุดแบบหนึ่ง เพราะถ้าร่องตัดปิดหนีบใบระหว่างทาง แรงหมุนจะย้อนกลับมาที่ตัวผู้ใช้ในเสี้ยววินาที สาเหตุที่พบบ่อยคือการรองชิ้นงานผิด ทำให้ไม้ยุบลงมาบีบใบตอนตัดใกล้ขาด ใครที่กำลังจะเริ่มใช้เครื่องนี้ ควรอ่านเรื่อง รู้จัก Kickback ก่อนเลือก เลื่อยไฟฟ้า จัดอันดับ ประเภทไหน เสี่ยงสุด! ให้เข้าใจก่อนลงมือจริง
เลื่อยฉลุ เลื่อยจิ๊กซอว์: เลื่อยไฟฟ้า ที่ให้อิสระมากที่สุด แลกกับความเร็ว
เลื่อยจิ๊กซอว์ เลื่อยฉลุ เป็น เลื่อยไฟฟ้า ที่ใช้ใบเล็กบาง เคลื่อนขึ้นลง จึงบังคับเลี้ยวตามเส้นได้ ตัดโค้ง ฉลุลาย หรือเจาะช่องกลางแผ่นอย่างช่องอ่างล้างจานบนท็อปไม้ ได้ในเครื่องเดียว และถ้าเปลี่ยนใบให้ตรงวัสดุ ยังตัดพลาสติก กับแผ่นโลหะบางได้ด้วย
สิ่งที่ต้องทำใจ คือความเร็ว และความตรง งานตัดเส้นตรงยาวหนึ่งเมตร จิ๊กซอว์ทำได้ แต่ใช้เวลานานกว่า และควบคุมให้ตรงยากกว่าเลื่อยวงเดือนมาก อีกเรื่องคือใบที่บาง และยาวมีโอกาสบิดเวลาตัดไม้หนา ทำให้หน้าตัดด้านล่างเอียงโดยที่ด้านบนยังดูตรงดี ถ้างานส่วนใหญ่เป็นแนวตรง หรือไม้หนา อย่าเลือก เลื่อยไฟฟ้า เพราะแค่เห็นว่าตัด ได้ทุกอย่าง
เลื่อยชัก: เลื่อยไฟฟ้า ของงานรื้อ ไม่ใช่งานเก็บ
เลื่อยชักเป็น เลื่อยไฟฟ้า ที่ใช้ใบยาวชักเข้าออกแรง ๆ ตัดได้ทั้งไม้ที่มีตะปูฝังอยู่ ท่อ และเหล็ก จุดเด่นจริง ๆ คือเข้าถึงที่แคบ และมุมอับที่เครื่องอื่นเอาไม่ลง เช่น ตัดท่อที่ติดผนัง หรือรื้อโครงไม้เก่าออกทั้งชุดโดยไม่ต้องถอดตะปูออกก่อน
แต่อย่าคาดหวังรอยตัดที่เอาไปประกอบต่อได้ทันที รอยที่ได้จะหยาบและมักไม่ตั้งฉาก เพราะใบยาวและเครื่องสั่นแรงระหว่างตัด ซึ่งไม่ใช่ข้อเสีย เพราะ เลื่อยตัวนี้ไม่ได้ออกแบบมาเพื่องานตกแต่ง ถ้ากำลังมองหาเครื่องเพื่อทำเฟอร์นิเจอร์หรืองานที่ต้องเข้ามุม เลื่อยชักจึงไม่ใช่คำตอบ
เลื่อยองศา: เลื่อยไฟฟ้า ที่คุ้มที่สุด เมื่อต้องตัดซ้ำหลายสิบชิ้น
เลื่อยองศาเป็น เลื่อยไฟฟ้า แบบแท่นตัด ที่ตั้งมุมได้ วางชิ้นงานแล้วกดใบลงมา จุดที่เหนือกว่าการถือเครื่องตัดเอง คือความสม่ำเสมอ ตัดสิบชิ้นได้ความยาว และมุมเท่ากันทั้งสิบชิ้น งานกรอบรูป บัว คิ้ว หรือปูพื้นไม้ทั้งห้องจะเห็นความต่างชัดมาก
ข้อแลกเปลี่ยน คือเลื่อยองศา ไม่ใช่เครื่องที่หิ้วไปไหนมาไหนสะดวก ต้องมีที่ตั้งถาวร หรือกึ่งถาวร และความกว้างของชิ้นงานก็จำกัดด้วยขนาดใบกับระยะสไลด์ของเครื่อง ถ้างานส่วนใหญ่เป็นการตัดไม่กี่ชิ้นในจุดที่ต่างกันไปเรื่อย ๆ เครื่องนี้จะกลายเป็นของที่ตั้งอยู่เฉย ๆ มากกว่าได้ใช้
เลื่อยสายพานกับมัลติทูล สอง เครื่องมือไฟฟ้า ที่ซื้อทีหลังได้
เลื่อยสายพานเป็น เลื่อยไฟฟ้า ที่ใช้ใบเป็นสายพานวิ่งทางเดียว ตัดต่อเนื่องได้เรียบ รุ่นงานไม้เหมาะกับการตัดโค้งในชิ้นหนา ที่จิ๊กซอว์เอาไม่อยู่ ส่วนรุ่นงานโลหะใช้ตัดท่อ และเหล็กเส้นให้ได้หน้าตัดเรียบโดยไม่เกิดสะเก็ดไฟ เหมือนใบตัดไฟเบอร์ เป็นเครื่องที่คุ้มเมื่อมีงานลักษณะนี้ประจำ มากกว่าจะซื้อเผื่อไว้
ส่วนมัลติทูล เป็นเครื่องมือไฟฟ้า ที่ใช้ใบสั่นในระยะสั้น ถนัดงานเก็บรายละเอียด ที่เครื่องใหญ่เข้าไม่ถึง เช่น ตัดวงกบประตูเพื่อสอดพื้นใหม่เข้าไป ตัดบัวพื้นที่ติดผนัง หรือเซาะช่องเล็ก ๆ กลางแผ่นที่เจาะนำไม่ได้ ถ้าไม่ได้ทำงานติดตั้ง หรือรีโนเวต ความจำเป็นจะน้อยกว่าเครื่องมืออื่น ๆ ที่กล่าวไปข้างต้น
เลื่อยไฟฟ้า มีสายหรือไร้สาย เลือกจากการย้ายจุดทำงาน
เลื่อยไฟฟ้า แบบมีสายเหมาะกับงานที่ทำในจุดเดิมและมีปลั๊กใกล้ ๆ ไม่ต้องกังวลว่าแบตจะหมดกลางงาน และไม่มีแบตเตอรี่ให้ต้องดูแลในช่วงที่ไม่ได้ใช้ ซึ่งสำคัญกับคนที่หยิบเครื่องออกมาใช้ปีละไม่กี่ครั้ง
เลื่อยไฟฟ้า ไร้สายได้เปรียบเมื่อต้องย้ายจุดบ่อย ขึ้นที่สูง หรือทำงานในจุดที่ไม่มีไฟ แต่ถ้ายังไม่มีอะไรเลย และงานส่วนใหญ่อยู่ใกล้ปลั๊ก เครื่องมีสาย ก็ยังเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี และคุ้มค่าด้วยราคาที่เบาลง
ถ้ามีเครื่องมือไร้สายอยู่แล้ว การเลือก เลื่อยไฟฟ้า ยี่ห้อ หรือรุ่นที่ใช้แบตระบบเดียวกันจะประหยัดกว่าการเริ่มระบบใหม่ทั้งชุด และเลือกซื้อแบบตัวเปล่าได้

ใบเลื่อยสำคัญไม่แพ้ตัว เลื่อยไฟฟ้า
เลื่อยไฟฟ้า ราคาสูงขึ้นไม่ได้ทำให้รอยตัดดีขึ้น เพราะถ้าเลือกใบไม่ตรงกับวัสดุ ผลที่ได้ คือรอยตัดอาจหยาบ ตัดช้า ไม้ไหม้ และเครื่องทำงานหนักกว่าที่ควร
ก่อนเริ่มงานทุกครั้ง ให้เช็กว่าใบที่ใส่อยู่รองรับวัสดุ และความหนาที่จะตัดหรือไม่ หลายกรณีที่คิดว่า เลื่อยไฟฟ้า ไม่แรงพอ จริง ๆ แล้วคือใส่ใบผิดประเภทหรือใบทื่อแล้ว
ข้อควรระวังก่อนใช้ เลื่อยไฟฟ้า ทุกครั้ง แม้จะตัดแค่ชิ้นเดียว
- ถอดปลั๊ก หรือถอดแบตเตอรี่ก่อนเปลี่ยนใบ หรือปรับตั้งเครื่องทุกครั้ง
- ยึดชิ้นงานด้วยแคลมป์ อย่าใช้มือ หรือเข่ากดแทน รองชิ้นงานให้ร่องตัดเปิดออก ไม่ใช่หุบเข้าหาใบ
- สวมแว่นนิรภัย และใช้ที่ครอบหู เมื่อทำงานนาน
- เมื่อใบติด หรือเครื่องเริ่มสะดุด ให้ปล่อยสวิตช์ แล้วหาสาเหตุ อย่าฝืนกดต่อ
- รอให้ใบหยุดสนิทก่อนยกเครื่องขึ้นจากชิ้นงาน
- ถ้าได้กลิ่นไหม้ มีเสียงผิดปกติ หรือสายไฟชำรุด ให้หยุดใช้ แล้วส่งช่างตรวจก่อน
งานตัดโครงสร้าง งานบนที่สูง หรืองานที่ไม่มั่นใจ ควรให้ช่างที่มีประสบการณ์ทำ หรือสอนหน้างานก่อน เพราะความเสียหายจากเลื่อยไฟฟ้าเกิดเร็วกว่าที่คนส่วนใหญ่คาดไว้มาก
ซื้อ เลื่อยไฟฟ้า เครื่องแรก ควรเริ่มจากแบบไหน?
ถ้างานส่วนใหญ่เป็นไม้แผ่น และแนวตรง เริ่มที่เลื่อยวงเดือน ถ้างานเป็นการตัดโค้ งหรือเจาะช่อง เริ่มที่จิ๊กซอว์ได้ ถ้าทำงานรื้อถอน หรือซ่อมระบบท่อ เริ่มที่เลื่อยชัก และถ้างานคือการตัดชิ้นซ้ำ ๆ ให้ได้มุมเท่ากัน เลื่อยองศาก็เป็นเลื่อยที่คุ้มค่า
สิ่งที่ไม่แนะนำ คือซื้อ เลื่อยไฟฟ้า ที่แรงที่สุดในงบ โดยยังไม่รู้ว่าจะตัดอะไรบ่อยที่สุด เพราะกำลังที่เกินความจำเป็นไม่ได้ทำให้งานเล็กดีขึ้น แต่ทำให้เครื่องหนักขึ้น และควบคุมยากขึ้นสำหรับคนที่ยังไม่คุ้นมือ

สรุป: เลือก เลื่อยไฟฟ้า จากงานที่ทำ บ่อยที่สุด
เลื่อยไฟฟ้าไม่มีแบบไหนดีที่สุดสำหรับทุกงาน มีแต่แบบที่ตรงกับลักษณะงานที่เราทำบ่อยที่สุด เพราะแต่ละประเภทออกแบบให้มีจุดเด่นต่างกันอย่างชัดเจน เลื่อยวงเดือน เหมาะกับงานตัดแนวตรง ส่วน จิ๊กซอว์ เด่นเรื่องความคล่องตัวของใบ เลี้ยวตามเส้นได้
ขณะที่ เลื่อยชัก เหมาะกับงานรื้อถอน ส่วน เลื่อยองศา เหมาะกับงานที่ต้องตัดชิ้นงานซ้ำ ๆ ให้ได้ความยาว หรือมุมใกล้เคียงกัน เช่น บัว คิ้ว หรือไม้โครงจำนวนหลายชิ้น
ดังนั้นเวลาจะเลือกเลื่อยไฟฟ้า ไม่จำเป็นต้องหาเครื่องที่ทำได้ทุกอย่าง ให้ดูว่างานที่ทำบ่อยที่สุดเป็น แนวตรง แนวโค้ง งานรื้อ หรืองานตัดซ้ำตามมุม แล้วเลือกเครื่องที่ทำออกมาเพื่อทำงานนั้นโดยตรง จะคุ้ม และใช้งานได้จริง มากกว่าการเลือกจากกำลัง หรือราคาสูงที่สุดอย่างเดียว
ถ้ายังลังเล ให้ย้อนกลับไปดูงาน 2-3 ชิ้นล่าสุดที่ทำ แล้วเลือก เลื่อยไฟฟ้า ที่ทำงานเหล่านั้นได้ดีที่สุด วิธีนี้ตรงกับความจริง มากกว่าการเลือก จากงานที่คิดว่าสักวันอาจได้ทำ
TH
English











