Customers Also Purchased
พิมพ์งานเสร็จแล้วก็ปิดสวิตช์ปลั๊กพ่วง หรือไม่ก็ดึงปลั๊กเครื่องปริ้นออกเลย วิธีนี้ดูเหมือนไม่มีอะไร เพราะสุดท้ายเครื่องก็ดับเหมือนกับตอนกดปุ่ม Power แต่ถ้าเป็นเครื่องปริ้น Inkjet การดับของเครื่องสองแบบนี้ไม่ได้เหมือนกันเสียทีเดียว เพราะก่อนที่เครื่องจะหยุดทำงานอย่างสมบูรณ์ บางรุ่นยังมีกระบวนการภายในที่ต้องจัดการกับหัวพิมพ์ให้เรียบร้อยก่อน
เมื่อเรากดปุ่ม Power เครื่องไม่ได้แค่ดับหน้าจอแล้วหยุดทำงานทันที ในเครื่อง Inkjet หลายรุ่น หัวพิมพ์จะถูกนำกลับไปยังตำแหน่งพักและมีกลไกช่วยปกป้องบริเวณหัวฉีดเมื่อไม่ได้ใช้งาน ผู้ผลิตอย่าง Canon จึงระบุไว้ในคู่มือของเครื่องหลายรุ่นว่า หากต้องการถอดปลั๊ก ควรกดปิดเครื่องและรอจนไฟ ON ดับก่อน เพราะหากตัดไฟก่อนที่เครื่องจะปิดสมบูรณ์ หัวพิมพ์อาจไม่ได้รับการครอบอย่างเหมาะสม และอาจนำไปสู่ปัญหาหัวพิมพ์แห้งหรืออุดตันได้
เพราะฉะนั้น ถ้าถามว่า ใช้วิธีดึงปลั๊กเพื่อปิด เครื่องปริ้น เลยได้ไหม? คำตอบคือไม่ควรใช้เป็นวิธีปิดเครื่องตามปกติ หากต้องการถอดปลั๊กหรือปิดสวิตช์ปลั๊กพ่วง ควรกดปุ่ม Power ให้เครื่องจัดการขั้นตอนก่อนปิดจนเสร็จ แล้วจึงค่อยตัดไฟ
กดปุ่ม Power แล้ว ทำไมเครื่องยังไม่ดับทันที?
หลังจากกดปิดเครื่องปริ้น Inkjet บางเครื่อง เราอาจเห็นไฟ Power ยังติดหรือกะพริบอยู่พักหนึ่ง บางครั้งยังได้ยินเสียงกลไกขยับจากข้างใน ก่อนที่เครื่องจะเงียบและไฟดับสนิท ช่วงเวลาสั้น ๆ นี้ไม่ได้หมายความว่าเครื่องปิดช้าหรือกำลังมีปัญหาเสมอไป แต่อาจเป็นช่วงที่เครื่องกำลังจัดการขั้นตอนต่าง ๆ ก่อนปิดตัวเอง
ตัวอย่างเช่น Canon อธิบายว่า เมื่อปิดเครื่องตามปกติ ตัวเครื่องจะปิดครอบหัวพิมพ์หรือหัวฉีดโดยอัตโนมัติเพื่อช่วยป้องกันไม่ให้แห้ง หากถอดปลั๊กขณะที่ไฟ ON ยังติดหรือกะพริบ กระบวนการดังกล่าวอาจไม่เสร็จสมบูรณ์ และอาจทำให้หัวพิมพ์แห้งหรืออุดตันจนส่งผลต่อคุณภาพงานพิมพ์ได้
ดังนั้น หลังจากกด Power แล้ว หากเครื่องยังมีเสียงทำงานหรือไฟสถานะยังกะพริบอยู่ ไม่ควรรีบปิดสวิตช์ปลั๊กพ่วงตามทันที ควรรอให้เครื่องปิดสมบูรณ์ตามสถานะที่คู่มือของรุ่นนั้นระบุ แล้วจึงค่อยถอดปลั๊กหรือตัดไฟหากจำเป็น
หัวพิมพ์กลับ Home Position ไปทำอะไร?
หัวพิมพ์เป็นส่วนสำคัญของเครื่อง Inkjet เพราะมีหัวฉีดขนาดเล็กที่ทำหน้าที่ปล่อยหมึกลงบนกระดาษ ในเครื่องที่ใช้ระบบหัวพิมพ์เคลื่อนที่ เมื่อหยุดใช้งานหัวพิมพ์จะกลับไปยังตำแหน่งพัก ซึ่งมักเรียกว่า Home Position หรือ Parking Position และในเครื่องหลายรุ่น บริเวณนี้มีกลไกสำหรับปกป้องหัวฉีดเมื่อเครื่องไม่ได้กำลังพิมพ์
ถ้าจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายขึ้น หลักการนี้คล้ายกับการปิดฝาปากกาหลังเขียนเสร็จ เราไม่ต้องการปล่อยบริเวณที่หมึกออกสัมผัสอากาศโดยไม่จำเป็น สำหรับเครื่องปริ้น กลไกบริเวณตำแหน่งพักก็มีส่วนช่วยปกป้องหัวฉีดในแนวคิดคล้ายกัน เพียงแต่โครงสร้างและวิธีการทำงานจริงอาจแตกต่างกันไปตามยี่ห้อและรุ่น
Epson เองก็มีคำแนะนำสำหรับเครื่องบางรุ่นว่า ก่อนถอดสายไฟควรตรวจสอบว่าหัวพิมพ์กลับสู่ Home Position และรอให้ไฟ Power ดับเสียก่อน เพราะหากหัวพิมพ์ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งดังกล่าว หมึกอาจแห้งและทำให้พิมพ์ได้ไม่สมบูรณ์
นี่จึงเป็นความต่างที่สำคัญระหว่างการกด Power กับการดึงปลั๊กทันที การกด Power เป็นการสั่งให้เครื่องเข้าสู่กระบวนการปิดตามที่ถูกออกแบบไว้ ส่วนการดึงปลั๊กหรือปิดสวิตช์ปลั๊กพ่วงคือการตัดแหล่งจ่ายไฟในทันที ซึ่งหากเครื่องยังจัดการขั้นตอนก่อนปิดไม่เสร็จ กระบวนการนั้นก็อาจถูกหยุดกลางทางได้
ถ้าเคยดึงปลั๊กไปแล้ว เครื่องจะเสียเลยไหม?
ถ้าเคยเผลอดึงปลั๊กหรือปิดสวิตช์ปลั๊กพ่วงไปครั้งหนึ่ง ก็ไม่จำเป็นต้องสรุปทันทีว่าเครื่องปริ้นจะเสีย เพราะผลที่เกิดขึ้นขึ้นอยู่กับรุ่นของเครื่องและจังหวะที่ไฟถูกตัดด้วย สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงมากกว่าคือการใช้วิธีนี้เป็นกิจวัตร เช่น พิมพ์เสร็จเมื่อไรก็ปิดสวิตช์ปลั๊กพ่วงทันที โดยไม่กด Power ที่ตัวเครื่องก่อน
ความเสี่ยงที่ผู้ผลิตระบุไว้สำหรับเครื่องบางรุ่นคือ หากตัดไฟก่อนกระบวนการปิดเสร็จ หัวพิมพ์อาจไม่ได้รับการปกป้องอย่างเหมาะสม จนมีโอกาสเกิดการแห้งหรืออุดตันและส่งผลต่อคุณภาพงานพิมพ์ หากหัวฉีดมีปัญหา อาการที่พบได้อาจเป็นงานพิมพ์มีเส้น สีบางสีขาดหาย หรือรายละเอียดบางส่วนออกมาไม่ครบ ซึ่งอาการลักษณะนี้อาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้เช่นกัน จึงไม่ควรสรุปจากอาการเพียงอย่างเดียวว่าเกิดจากการตัดไฟผิดวิธี
เมื่อหัวฉีดอุดตันจริง ผู้ใช้อาจต้องเรียกใช้ฟังก์ชันตรวจสอบและทำความสะอาดหัวพิมพ์ตามขั้นตอนของผู้ผลิต แต่ก็ไม่ควรกด Cleaning ซ้ำ ๆ โดยไม่จำเป็น เพราะกระบวนการทำความสะอาดมีการใช้หมึก ตัวอย่างเช่น Brother ระบุว่าการทำความสะอาดหัวพิมพ์บ่อยเกินความจำเป็นทำให้สิ้นเปลืองหมึก ดังนั้น การปิดเครื่องให้ถูกวิธีตั้งแต่ต้นจึงเป็นเรื่องง่าย ๆ ที่ช่วยหลีกเลี่ยงปัจจัยหนึ่งซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาหัวพิมพ์ได้
ปิดสวิตช์ปลั๊กพ่วงแทนการดึงปลั๊กได้หรือเปล่า?
ถ้าปิดสวิตช์ปลั๊กพ่วงแล้วกระแสไฟที่จ่ายให้เครื่องปริ้นถูกตัด ผลในแง่ของแหล่งจ่ายไฟก็ไม่ต่างจากการถอดปลั๊ก เพราะเครื่องสูญเสียไฟทันที ดังนั้น ต่อให้เราไม่ได้ดึงปลั๊กออกจากเต้าเสียบด้วยมือ แต่ถ้าพิมพ์เสร็จแล้วปิดสวิตช์ปลั๊กพ่วงทันที ก็ยังเป็นการข้ามขั้นตอนการปิดเครื่องตามปกติอยู่ดี
ถ้าต้องการปิดปลั๊กพ่วงหลังเลิกใช้งาน ให้เปลี่ยนลำดับเพียงเล็กน้อย คือ กด Power ที่เครื่องปริ้นก่อน รอจนเครื่องปิดสมบูรณ์และไฟสถานะที่เกี่ยวข้องดับ แล้วค่อยปิดสวิตช์ปลั๊กพ่วง หลักเดียวกันนี้ใช้ได้เมื่อต้องถอดปลั๊กเพื่อย้ายหรือเก็บเครื่อง โดยควรให้เครื่องปิดตัวเองให้เรียบร้อยก่อนตัดแหล่งจ่ายไฟ
แล้วควรถอดปลั๊กเครื่องปริ้นทุกครั้งหลังใช้หรือไม่?
คำถามนี้ต้องแยกออกจากเรื่องการดึงปลั๊กเพื่อปิดเครื่อง เพราะ “ปิดเครื่องอย่างไร” กับ “หลังปิดแล้วควรถอดปลั๊กหรือไม่” เป็นคนละเรื่องกัน เครื่อง Inkjet แต่ละยี่ห้อและแต่ละรุ่นอาจมีระบบจัดการพลังงานและดูแลหัวพิมพ์ไม่เหมือนกัน จึงไม่ควรตั้งกฎเดียวว่าเครื่องทุกเครื่องต้องถอดปลั๊กหลังใช้งาน หรือทุกเครื่องต้องเสียบปลั๊กไว้ตลอดเวลา
ตัวอย่างที่เห็นความแตกต่างได้ชัดคือ Brother ซึ่งระบุสำหรับเครื่อง Inkjet บางรุ่นว่า แม้ปิดด้วยปุ่ม Power แล้ว เครื่องยังใช้พลังงานปริมาณเล็กน้อยและสามารถทำความสะอาดหัวพิมพ์เป็นระยะเพื่อรักษาคุณภาพการพิมพ์ ผู้ผลิตจึงแนะนำสำหรับรุ่นที่เกี่ยวข้องว่าไม่ควรถอดปลั๊กบ่อยหรือปล่อยเครื่องโดยไม่เสียบปลั๊กเป็นเวลานาน
หากเครื่องที่ใช้อยู่มีโหมด Sleep, Auto Power Off หรือระบบดูแลหัวพิมพ์อัตโนมัติ ทางที่เหมาะสมคือดูคู่มือของรุ่นนั้นโดยตรง โดยเฉพาะเมื่อไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน เพราะคำแนะนำเรื่องการจัดเก็บและการตัดไฟอาจแตกต่างจากการใช้งานประจำวัน
ถ้าจำเป็นต้องถอดปลั๊ก ควรทำอย่างไร?
หลักจำง่าย ๆ คือ อย่าตัดไฟขณะที่เครื่องยังพิมพ์ กำลังทำความสะอาดหัวพิมพ์ หรือยังอยู่ในขั้นตอนปิดตัวเอง ก่อนถอดปลั๊กให้ตรวจดูว่าเครื่องไม่ได้ทำงานค้างอยู่ จากนั้นกดปุ่ม Power ตามปกติ แล้วรอจนไฟ Power หรือไฟสถานะที่คู่มือกำหนดดับสนิท จึงค่อยถอดปลั๊กหรือปิดสวิตช์ปลั๊กพ่วง
ระยะเวลาที่ใช้ปิดเครื่องไม่จำเป็นต้องเท่ากันทุกยี่ห้อหรือทุกรุ่น บางเครื่องอาจปิดค่อนข้างเร็ว ขณะที่ Canon ระบุสำหรับเครื่องบางรุ่นว่ากระบวนการปิดอาจใช้เวลาถึงประมาณ 40 วินาที เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นต้องตั้งกฎว่าต้องรอ 10, 20 หรือ 30 วินาทีทุกครั้ง สิ่งที่ควรดูมากกว่าคือนิ่งรอจนเครื่องแสดงว่ากระบวนการปิดเสร็จแล้วตามคำแนะนำของรุ่นนั้น
ส่วนกรณีเครื่องค้าง ปุ่ม Power ไม่ตอบสนอง หรือเกิด Error จนไม่สามารถปิดตามปกติได้ ถือเป็นอีกสถานการณ์หนึ่ง การถอดสายไฟอาจเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนแก้ปัญหาที่ผู้ผลิตกำหนดไว้สำหรับบางอาการ แต่ควรทำตามคู่มือหรือคำแนะนำของรุ่นนั้นโดยเฉพาะ ไม่ควรนำวิธีสำหรับแก้เครื่องค้างมาใช้เป็นวิธีปิดเครื่องในชีวิตประจำวัน
ปิดเครื่องให้ถูกก่อน แล้วค่อยคิดว่าจะถอดปลั๊กหรือไม่
สิ่งสำคัญของการปิด เครื่องปริ้น Inkjet ไม่ได้อยู่ที่ว่าจะต้องเสียบปลั๊กทิ้งไว้ตลอดหรือถอดออกทุกครั้ง แต่อยู่ที่การให้เครื่องมีโอกาสจบกระบวนการปิดตามที่ถูกออกแบบไว้ โดยเฉพาะเครื่องที่ต้องนำหัวพิมพ์กลับตำแหน่งพักและปกป้องบริเวณหัวฉีดก่อนหยุดทำงาน
ดังนั้น หากต้องการถอดปลั๊กหรือปิดสวิตช์ปลั๊กพ่วง ให้กด Power ที่ตัวเครื่องก่อนและรอจนเครื่องปิดสมบูรณ์ ส่วนหลังจากนั้นควรถอดปลั๊กหรือเสียบเครื่องทิ้งไว้ ให้ดูคำแนะนำของเครื่องรุ่นที่ใช้งาน เพราะ Inkjet บางรุ่นยังมีระบบดูแลหัวพิมพ์เป็นระยะแม้ไม่ได้กำลังพิมพ์
ถ้าจะจำเรื่องนี้ให้สั้นที่สุด ไม่จำเป็นต้องจำว่า “ห้ามถอดปลั๊กเครื่องปริ้น” เพราะในบางสถานการณ์เราก็จำเป็นต้องถอดปลั๊ก สิ่งที่ควรจำจริง ๆ คือ “อย่าใช้การดึงปลั๊กหรือปิดสวิตช์ปลั๊กพ่วงแทนการกดปุ่ม Power” ให้เครื่องจัดการขั้นตอนปิดของตัวเองให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยตัดไฟ เท่านี้ก็ช่วยหลีกเลี่ยงการรบกวนกระบวนการดูแลหัวพิมพ์ที่ผู้ผลิตออกแบบไว้ได้แล้ว
TH
English







