มีแค่ °C ไม่พอหรือ? ทำไม เครื่องวัดอุณหภูมิ หลายรุ่น เพิ่ม Fahrenheit มาด้วย?

มีแค่ °C ไม่พอหรือ? ทำไม เครื่องวัดอุณหภูมิ หลายรุ่น เพิ่ม Fahrenheit มาด้วย?

Customers Also Purchased

เวลาเลือกซื้อ เครื่องวัดอุณหภูมิ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องวัดอุณหภูมิอินฟราเรด เครื่องวัดแบบโพรบ เครื่องวัดอุณหภูมิอาหาร หรือกล้องตรวจจับความร้อน เรามักเห็นในสเปกว่าเครื่องสามารถแสดงค่าได้ทั้ง °C และ °F หรือ Celsius (เซลเซียส) และ Fahrenheit (ฟาเรนไฮต์) ครับ 

นอกจากคำถามว่า เครื่องวัดอุณหภูมิ กับกล้องตรวจจับความร้อน ต่างกันยังไง? อันไหนเหมาะกับคุณ? แล้ว สำหรับผู้ใช้ในประเทศไทย แทบทุกอย่างรอบตัวใช้ Celsius ครับ ตั้งแต่อุณหภูมิอากาศ เครื่องปรับอากาศ ไปจนถึงข้อมูลทางเทคนิคของเครื่องจักรหลายประเภท ก็อดสงสัยไม่ได้ว่า แล้ว Fahrenheit ที่ติดมากับเครื่องนั้นจำเป็นจริงหรือเป็นเพียงฟังก์ชันที่มีไว้แต่แทบไม่ได้ใช้ ?

คำตอบคือ สำหรับงานทั่วไปในไทย เราอาจใช้ Celsius หน่วยเดียวตลอดอายุของเครื่องวัดอุณหภูมิแต่การรองรับ Fahrenheit ก็มีเหตุผลในตัวเอง เพราะเครื่องมือวัดมักออกแบบมาเพื่อขายในตลาดทั่วโลก และยังมีงานบางประเภทที่เราจะเจอ Fahrenheit เป็นประจำ หรือผู้ผลิตที่ใช้ระบบหน่วยต่างกัน ความสามารถในการสลับหน่วยจึงอาจไม่ได้สำคัญ แต่ในบางสถานการณ์ช่วยลดขั้นตอน และลดความผิดพลาด ได้อย่างมาก

Celsius และ Fahrenheit คืออุณหภูมิเดียวกัน แค่ใช้คนละสเกล

ก่อนจะถามว่า เครื่องวัดอุณหภูมิ จำเป็นต้องมีสองหน่วยไหม? ต้องเข้าใจก่อนครับ ว่า Celsius และ Fahrenheit ไม่ได้เป็นอุณหภูมิสองชนิด แต่เป็น ระบบหน่วยที่ใช้บอกอุณหภูมิเดียวกันคนละสเกล การแปลงระหว่างสองหน่วย สามารถคำนวณได้จากสูตร °F = (°C × 9/5) + 32 และ °C = (°F − 32) × 5/9 เช่น 100°C จะเท่ากับ 212°F ส่วน 86°F จะเท่ากับ 30°C

  • ในระบบ Celsius จุดเยือกแข็งของน้ำอยู่ที่ประมาณ 0°C 
  • จุดเดือดอยู่ที่ประมาณ 100°C ภายใต้ความดันมาตรฐาน 
  • Fahrenheit กำหนดจุดเยือกแข็งไว้ที่ 32°F 
  • จุดเดือดประมาณ 212°F 
  • ระหว่างจุดเยือกแข็งถึงจุดเดือดจึงแบ่งเป็น 180 องศา ขณะที่ Celsius แบ่งเป็น 100 องศา

การเปลี่ยนจาก Celsius ไปเป็น Fahrenheit ไม่ได้ทำให้ เครื่องวัดอุณหภูมิ วัดเก่งขึ้นหรือแม่นขึ้น ตัวเซนเซอร์ยังวัดอุณหภูมิเดิม วงจรของเครื่อง แค่นำค่าที่วัดได้มาคำนวณและแสดงผลในหน่วยที่เลือก

มีแค่ °C ไม่พอหรือ ทำไม เครื่องวัดอุณหภูมิ หลายรุ่น เพิ่ม Fahrenheit มาด้วย

ถ้าใช้ เครื่องวัดอุณหภูมิ ในไทย Celsius พอไหม?

สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน และงานช่างทั่วไปในประเทศไทย Celsius ถือว่าเพียงพอสำหรับการใช้ เครื่องวัดอุณหภูมิ กับงานส่วนใหญ่ เราดูอุณหภูมิอากาศเป็น 30–40°C ตั้งเครื่องปรับอากาศประมาณ 24–26°C ใช้เครื่องวัดอุณหภูมิเช็กพื้นผิวเครื่องจักร วัดมอเตอร์ ตรวจระบบปรับอากาศ หรือวัดอุณหภูมิอาหาร โดยใช้หน่วย °C เป็นหลักอยู่แล้ว

ดังนั้น ถ้ามี เครื่องวัดอุณหภูมิ ที่รองรับทั้ง °C และ °F ก็ไม่ได้หมายความว่าเราต้องสลับใช้ทั้งสองหน่วย บางคนอาจตั้งไว้ที่ Celsius แล้วไม่เปลี่ยนอีกเลย ซึ่งก็ไม่มีปัญหาอะไร

แต่สิ่งที่ทำให้ Fahrenheit ยังมีประโยชน์ คือเราไม่ได้ทำงานอยู่กับข้อมูลจากประเทศไทยอย่างเดียวเสมอไป เมื่อเปิดคู่มือเครื่องจักรต่างประเทศ อ่าน Datasheet จากผู้ผลิต หรือดูข้อมูลจากเว็บไซต์ต่างประเทศ เราอาจเจอตัวเลขที่ระบุเป็น Fahrenheit ขึ้นมาได้ และตรงนี้เอง ที่ฟังก์ชันสลับหน่วยช่วยให้ทำงานสะดวกขึ้น

ทำไม เครื่องวัดอุณหภูมิ จึงใส่ทั้ง °C และ °F มาให้เกือบทุกเครื่อง?

เหตุผลหลักคือ เครื่องวัดอุณหภูมิ หนึ่งรุ่นมักออกแบบ สำหรับจำหน่ายหลายประเทศ ครับ ผู้ผลิตอาจขายเครื่องรุ่นเดียวกัน ในประเทศไทย สหรัฐอเมริกา หรือประเทศอื่น ๆ การผลิตตัวเครื่องแยกเป็นรุ่น Celsius และ Fahrenheit สำหรับแต่ละตลาดแทบไม่มีความจำเป็น เพราะสำหรับ เครื่องวัดอุณหภูมิ สมัยนี้ การแปลงหน่วยสามารถทำผ่านซอฟต์แวร์ หรือวงจรประมวลผลของเครื่องได้ง่ายมาก ๆ

เซนเซอร์ไม่ได้วัด Fahrenheit แยกจาก Celsius เครื่องวัดอุณหภูมิ รับข้อมูลอุณหภูมิเดิม จากเซนเซอร์ก่อน แล้วจึงแปลงตัวเลขตามหน่วยที่เลือก ดังนั้น การเพิ่มตัวเลือก °C/°F จึงช่วยให้เครื่องรุ่นเดียวใช้งานได้ในตลาดกว้างขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนฮาร์ดแวร์หลักของเครื่อง

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมแม้แต่ เครื่องวัดอุณหภูมิอินฟราเรด ระดับเริ่มต้นหลายรุ่น มีฟังก์ชัน C/F มาให้เป็นเรื่องปกติ ไม่ได้เป็นฟังก์ชันพิเศษเฉพาะเครื่องราคาแพง

เครื่องวัดอุณหภูมิ มี 2 หน่วย ช่วยลดความผิดพลาด จากการแปลงค่า

ถ้าต้องแปลงค่าหนึ่งหรือสองครั้ง การเปิดเครื่องคิดเลขในโทรศัพท์ อาจไม่ใช่เรื่องลำบาก แต่เมื่อทำงานกับค่าหลายสิบจุด หรือมีอุณหภูมิหลายค่าให้เปรียบเทียบ การแปลง Celsius และ Fahrenheit ไปมาตลอดเวลาจะเริ่มสร้างความยุ่งยาก ครับ

  • หน่วยบางประเภท สามารถคูณหรือหารด้วย 10, 100 หรือ 1,000 ได้ง่าย 
  • การแปลง Celsius กับ Fahrenheit ต้องมีทั้งการคูณ หาร และบวกหรือลบ 32 
  • มีโอกาสเกิดความผิดพลาดมากขึ้น หากจำสูตรคลาดเคลื่อนหรือรีบคำนวณหน้างาน
  • หากระบุอุณหภูมิสูงสุดไว้ที่ 194°F ซึ่งจริง ๆ เท่ากับ 90°C แล้วมีคนเข้าใจหรือแปลงผิดเพียงเล็กน้อย อาจทำให้การประเมินว่าอุปกรณ์ทำงานอยู่ในช่วงปลอดภัย หรือไม่เปลี่ยนได้

สำหรับงานซ่อมบำรุง งาน ควบคุมคุณภาพ (Quality Control) หรือส่งข้อมูลให้ทีมต่างประเทศ การตั้ง เครื่องวัดอุณหภูมิ ให้ใช้หน่วยเดียวกับคู่มือ หรือมาตรฐานที่อ้างอิงจึงเป็นวิธีที่ง่ายกว่า และลดการแปลงค่าที่ไม่จำเป็น

งานอาหาร เป็นพื้นที่ ที่ เครื่องวัดอุณหภูมิ อาจได้ใช้ Fahrenheit มากกว่าที่คิด

นอกจากงานเครื่องจักรแล้ว งานอาหารเป็นหนึ่งในพื้นที่ ที่ผู้ใช้ในประเทศไทยมีโอกาสเจอ Fahrenheit ค่อนข้างบ่อย โดยเฉพาะเมื่อใช้สูตรจากต่างประเทศครบ

สูตรอาจกำหนดอุณหภูมิเตาอบไว้ที่ 350°F, 375°F หรือ 425°F รวมถึงระบุอุณหภูมิภายในเนื้อสัตว์เป็น Fahrenheit หากใช้ เครื่องวัดอุณหภูมิ อาหาร ที่สามารถสลับ °C/°F ได้ เราสามารถตั้งเครื่องให้ตรงกับสูตร แล้วอ่านค่าตามนั้นได้เลย ไม่ต้องหยุดทำอาหารเพื่อแปลงตัวเลขทุกครั้ง สำหรับผู้ใช้ตามบ้าน อาจเป็นเพียงเรื่องความสะดวก แต่ในครัวเชิงพาณิชย์ ร้านอาหาร หรือใครที่ทำสูตรจากหลายประเทศเป็นประจำ การเลือกหน่วยให้ตรงกับเอกสารที่ใช้งานช่วยลดความสับสนได้

อย่างไรก็ตาม หากเป็นกระบวนการทำงานที่ต้องควบคุมคุณภาพ ควรกำหนดให้ชัดว่าหน่วยมาตรฐานของงานนั้นคืออะไร และใช้หน่วยเดียวกันต่อเนื่อง ไม่ควรเปลี่ยนไปมา ถ้าไม่จำเป็น

สิ่งที่ต้องระวัง คือเผลออ่านผิดหน่วย

อิกสิ่งที่ควรดูเพิ่ม จาก 6 ข้อควรระวังในการใช้งาน เครื่องวัดอุณหภูมิ แบบไม่สัมผัส คือ สมมติว่าเราคุ้นเคยกับ Celsius และใช้ เครื่องวัดอุณหภูมิ อินฟราเรด ไปยิงพื้นผิว ตัวเครื่องแสดงเลข 104 หากมองเพียงตัวเลข เราอาจเข้าใจว่าชิ้นงานมีอุณหภูมิสูงถึง 104°C แต่หากที่มุมจอแสดงว่า 104°F จริง ๆ แล้วอุณหภูมิ อยู่เพียงประมาณ 40°C เท่านั้น ความแตกต่างนี้มากพอที่จะทำให้การตีความสภาพของชิ้นงานเปลี่ยนไปทั้งหมด

ปัญหาลักษณะนี้เกิดขึ้นได้ง่ายในเครื่องที่ใช้ปุ่มเดียวทำหลายหน้าที่ เช่น กดครั้งหนึ่งเปิด Backlight แต่กดค้างเพื่อเปลี่ยน C/F หรือมีปุ่ม Mode อยู่ใกล้ตำแหน่งจับจนผู้ใช้เผลอกดระหว่างทำงาน วิธีป้องกันง่ายที่สุด คือ ก่อนบันทึกค่าอุณหภูมิที่สำคัญ ให้ดูสัญลักษณ์ °C หรือ °F บนหน้าจอทุกครั้ง

รู้กันคร่าว ๆ ว่าอุณหภูมิห้องประมาณ 25–30°C จะอยู่ราว 77–86°F ถ้า เครื่องวัดอุณหภูมิ กำลังวัดอุณหภูมิทั่วไปแล้วขึ้นเลขประมาณ 80–90 ลองเช็กก่อน ว่าเครื่องเผลอเปลี่ยนเป็น Fahrenheit หรือไม่

มีแค่ °C ไม่พอหรือ ทำไม เครื่องวัดอุณหภูมิ หลายรุ่น เพิ่ม Fahrenheit มาด้วย

มี °C และ °F ไม่ได้หมายความว่า เครื่องวัดอุณหภูมิ วัดได้กว้างขึ้น

อีกเรื่องที่ควรระวังเวลาดูสเปก เครื่องวัดอุณหภูมิ คือ อย่าเอาตัวเลข Celsius และ Fahrenheit มาเปรียบเทียบกันโดยตรงโดยไม่ดูหน่วยครับ

  • เครื่องหนึ่งระบุช่วงวัด -50°C ถึง 550°C เมื่อเปลี่ยนมาเขียนเป็น Fahrenheit ช่วงเดียวกันจะอยู่ประมาณ -58°F ถึง 1022°F 
  • ตัวเลข 1022 ดูสูงกว่า 550 มาก แต่ไม่ได้หมายความว่าเครื่องสามารถวัดอุณหภูมิได้สูงขึ้น 
  • ทั้งสองตัวเลขเป็นอุณหภูมิสูงสุดเดียวกัน
  • เวลาซื้อเครื่องวัดอุณหภูมิ อย่ามองว่าเครื่องรุ่นหนึ่งเขียนได้ถึง “1000 กว่าองศา” ต้องตรวจสอบก่อนว่าตัวเลขนั้นเป็น °C หรือ °F
  • สิ่งที่ควรเปรียบเทียบจริง ๆ คือ Measurement Range หลังจากทำให้ทุกเครื่องอยู่ในหน่วยเดียวกันแล้ว

สลับเป็น Fahrenheit เครื่องวัดอุณหภูมิ จะวัดละเอียดขึ้นไหม?

อีกความเข้าใจหนึ่ง ที่อาจเกิดขึ้นคือ เนื่องจากหนึ่งองศา Fahrenheit มีช่วงอุณหภูมิเล็กกว่าหนึ่งองศา Celsius เราจึงอาจคิดว่าการเปลี่ยนเครื่องไปแสดง °F ทำให้วัดละเอียดหรือแม่นยำกว่า

ในทางปฏิบัติ ไม่ควรสรุปแบบนั้น

ความแม่นยำของ เครื่องวัดอุณหภูมิ ขึ้นอยู่กับเซนเซอร์ วงจรอิเล็กทรอนิกส์ การสอบเทียบ ช่วงอุณหภูมิที่กำลังวัด และสเปก Accuracy ของเครื่อง ไม่ได้เปลี่ยนไปเพียงเพราะผู้ใช้กดปุ่ม C/F

หากเครื่องวัดอุณหภูมิ อ่านอุณหภูมิจากเซนเซอร์ชุดเดิม การเปลี่ยนจาก 25.0°C ไปเป็น 77.0°F เป็นเพียงการเปลี่ยนรูปแบบการแสดงผล ไม่ได้ทำให้เซนเซอร์วัดอุณหภูมิได้แม่นกว่าเดิม

ดังนั้นเวลาเลือก เครื่องวัดอุณหภูมิ สิ่งที่ควรดูมากกว่า คือ Accuracy เช่น ±1°C หรือค่าที่ผู้ผลิตกำหนดไว้ในแต่ละช่วงการวัด รวมถึงความละเอียดอื่น ๆ ที่หน้าจอสามารถแสดงได้ และ Emissivity คืออะไร? หนึ่งเหตุผลที่ เครื่องวัดอุณหภูมิ อินฟราเรด อ่านค่าไม่ตรง

ใครบ้าง ที่ควรสนใจฟังก์ชัน °C/°F เป็นพิเศษ?

สำหรับช่างซ่อมบำรุง วิศวกร โรงงานที่ใช้เครื่องจักรนำเข้า ฝ่ายตรวจสอบคุณภาพ ผู้ที่ต้องอ่านคู่มือจากสหรัฐฯ หรือคนที่ทำอาหารจากสูตรต่างประเทศเป็นประจำ การสลับหน่วยได้ถือว่ามีประโยชน์ค่อนข้างชัดเจนครับ

โดยเฉพาะสถานการณ์ที่ต้องเปรียบเทียบค่าจาก เครื่องวัดอุณหภูมิ กับตัวเลขในคู่มือทันที การใช้หน่วยเดียวกันช่วยให้มองเห็นได้ง่าย ว่าอุณหภูมิอยู่ต่ำกว่า ใกล้ถึง หรือสูงกว่า ค่าที่กำหนดไว้แค่ไหน โดยไม่ต้องมีขั้นตอนการแปลงตัวเลข คั่นกลาง

หากองค์กร หรือกระบวนการทำงานกำหนดมาตรฐานเป็น Celsius ทั้งหมด ฟังก์ชัน Fahrenheit ก็อาจแทบไม่มีผลต่อการทำงาน และควรตั้ง เครื่องวัดอุณหภูมิ ไว้ที่ Celsius เพื่อป้องกันการเปลี่ยนหน่วยโดยไม่ได้ตั้งใจ

มีแค่ °C ไม่พอหรือ ทำไม เครื่องวัดอุณหภูมิ หลายรุ่น เพิ่ม Fahrenheit มาด้วย

สรุป เครื่องวัดอุณหภูมิ จำเป็นต้องมีทั้ง Celsius และ Fahrenheit ไหม?

หากถามว่าทุกคน จำเป็นต้องมีทั้งสองหน่วย หรือไม่? คำตอบคือ ไม่จำเป็น ครับ สำหรับการใช้งานในประเทศไทย Celsius อย่างเดียวครอบคลุมงานส่วนใหญ่ได้อยู่แล้ว และหลายคนอาจใช้ เครื่องวัดอุณหภูมิ ที่รองรับสองหน่วยไปหลายปี โดยไม่เคยเปลี่ยนออกจาก °C เลย

Fahrenheit ยังพบได้จริงในเอกสาร คู่มือ เครื่องจักร สูตรอาหาร และการสื่อสารกับผู้ใช้ในต่างประเทศ การมีปุ่มสลับ C/F ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้เครื่องมือหนึ่งตั วสามารถใช้งานกับข้อมูลได้หลายรูปแบบ และลดความผิดพลาดจากการแปลงค่าด้วยตัวเอง

แต่สุดท้ายแล้ว Celsius กับ Fahrenheit เป็นเพียงสองวิธีในการเขียนอุณหภูมิเดียวกัน เครื่องวัดอุณหภูมิ ไม่ได้วัดคนละแบบ และไม่ได้แม่นขึ้น เพียงเพราะเราเปลี่ยนหน่วย