เลือกเครื่องปริ้นอิงค์เจ็ทหรือเลเซอร์ดี ต่างกันตรงไหนก่อนตัดสินใจซื้อ

Customers Also Purchased

เวลาจะซื้อ เครื่องปริ้น ใหม่ หลายคนมักติดอยู่ที่คำถามเดิมว่า ควรเลือกอิงค์เจ็ทหรือเลเซอร์ เพราะมองจากภายนอกแล้วทั้งสองแบบก็ใช้พิมพ์เอกสารได้เหมือนกัน แต่พอใช้งานจริง ความต่างของระบบพิมพ์จะส่งผลตั้งแต่คุณภาพของตัวหนังสือและภาพสี ความเร็ว ต้นทุนต่อแผ่น ไปจนถึงวิธีดูแลเครื่องในระยะยาว

เครื่องปริ้นที่เหมาะกับบ้านซึ่งพิมพ์การบ้าน เอกสาร และรูปสีสลับกัน อาจไม่ใช่ตัวเลือกเดียวกับสำนักงานที่ต้องพิมพ์ใบเสนอราคาและเอกสารหลายร้อยแผ่นต่อวัน ดังนั้นแทนที่จะถามว่า “อิงค์เจ็ทกับเลเซอร์แบบไหนดีกว่า” คำถามที่ช่วยเลือกได้ตรงกว่าคือ ปกติเราพิมพ์อะไร พิมพ์มากแค่ไหน และใช้งานบ่อยเพียงใด

อิงค์เจ็ทกับเลเซอร์ต่างกันตั้งแต่ระบบสร้างภาพ

เครื่องปริ้นอิงค์เจ็ทใช้หมึกชนิดเหลว โดยหัวพิมพ์จะปล่อยหยดหมึกขนาดเล็กลงบนกระดาษตามตำแหน่งที่กำหนดจนเกิดเป็นตัวอักษร กราฟิก หรือรูปภาพ ระบบนี้พบได้ทั้งแบบตลับหมึกและแบบถังหมึก ซึ่งรุ่นถังหมึกได้รับความนิยมมากขึ้นในบ้าน ร้านค้า และสำนักงานขนาดเล็ก เพราะสามารถเติมหมึกจากขวดและรองรับการพิมพ์จำนวนมากได้สะดวกกว่าเครื่องตลับหมึกบางประเภท

จุดเด่นของอิงค์เจ็ทอยู่ที่ความยืดหยุ่นของงานพิมพ์ โดยเฉพาะงานสี ภาพถ่าย กราฟิก หรือเอกสารที่มีการไล่เฉด หากใช้หมึกและกระดาษที่เหมาะสม เครื่องอิงค์เจ็ทสามารถสร้างรายละเอียดของภาพได้ดีมาก แต่เพราะระบบใช้หมึกเหลว จึงต้องใส่ใจกับหัวพิมพ์และทางเดินหมึกมากกว่า หากปล่อยเครื่องไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน หมึกอาจแห้งหรือเกิดการอุดตันบริเวณหัวพิมพ์ได้ในบางกรณี

ส่วนเครื่องปริ้นเลเซอร์ใช้ผงหมึกหรือ Toner ร่วมกับดรัม ประจุไฟฟ้า และชุดให้ความร้อน ภาพจะถูกสร้างบนดรัมก่อนถ่ายโอนลงกระดาษ จากนั้นผ่านชุด Fuser ซึ่งใช้ความร้อนและแรงกดช่วยให้ผงหมึกยึดติดกับผิวกระดาษ ระบบนี้จึงให้ลักษณะงานที่ต่างจากอิงค์เจ็ทอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อต้องพิมพ์ตัวหนังสือหรือเอกสารต่อเนื่องจำนวนมาก

เลือกเครื่องปริ้นอิงค์เจ็ทหรือเลเซอร์ดี ต่างกันตรงไหนก่อนตัดสินใจซื้อ

ถ้าพิมพ์เอกสารเป็นหลัก เลเซอร์มักได้เปรียบ

งานอย่างใบแจ้งหนี้ ใบเสนอราคา รายงาน เอกสารบัญชี หรือเอกสารธุรการ ไม่ได้ต้องการการไล่เฉดสีแบบภาพถ่าย แต่ต้องการตัวหนังสือที่อ่านง่าย ขอบคม และพิมพ์ต่อเนื่องได้รวดเร็ว งานลักษณะนี้เป็นจุดที่เครื่องเลเซอร์มักทำได้ดี โดยเฉพาะเครื่องเลเซอร์ขาวดำที่ออกแบบมาสำหรับงานสำนักงาน

ข้อดีอีกอย่างคือ Toner เป็นผง ไม่ได้มีปัญหาหมึกเหลวแห้งที่หัวพิมพ์เหมือนระบบอิงค์เจ็ท จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่พิมพ์เป็นช่วง ๆ หรืออาจเว้นการใช้งานหลายวัน อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าเครื่องเลเซอร์จะไม่ต้องดูแล เพราะภายในยังมีชิ้นส่วนอย่างดรัม ลูกกลิ้ง และ Fuser ซึ่งมีอายุการใช้งานแตกต่างกันตามแต่ละรุ่น

สิ่งที่ไม่ควรเหมารวมคือ เครื่องเลเซอร์ทุกเครื่องต้องเร็วกว่าอิงค์เจ็ทเสมอไป เพราะเครื่องอิงค์เจ็ทสำหรับธุรกิจบางรุ่นก็ออกแบบมาให้พิมพ์เอกสารได้เร็วมากเช่นกัน หากความเร็วเป็นเรื่องสำคัญ ควรดูสเปกของรุ่นที่สนใจโดยตรง ทั้งความเร็วต่อหน้า เวลาพิมพ์หน้าแรก และปริมาณงานที่ผู้ผลิตแนะนำ

ถ้าพิมพ์รูป งานสี หรือกราฟิก อิงค์เจ็ทยังมีจุดแข็ง

เครื่องอิงค์เจ็ทเหมาะกับงานที่ต้องใช้สีหลากหลายและรายละเอียดของภาพ เช่น รูปถ่าย โบรชัวร์ เอกสารนำเสนอ ตัวอย่างงานออกแบบ หรือกราฟิกที่มีการไล่เฉด เพราะระบบสามารถควบคุมหยดหมึกขนาดเล็กและตำแหน่งของสีได้ละเอียด

แต่คุณภาพของภาพไม่ได้ขึ้นอยู่กับเครื่องเพียงอย่างเดียว ชนิดของกระดาษ หมึก ความละเอียด และการตั้งค่าการพิมพ์มีผลด้วย เครื่องอิงค์เจ็ทที่ใช้กระดาษสำนักงานทั่วไปอาจให้ผลต่างจากการใช้กระดาษสำหรับงานภาพอย่างชัดเจน ขณะเดียวกันเครื่องเลเซอร์สีก็สามารถพิมพ์กราฟ แผนภูมิ และเอกสารสีได้ดีเช่นกัน เพียงแต่ถ้างานหลักคือภาพถ่ายหรือการไล่สีละเอียด อิงค์เจ็ทที่ออกแบบมาสำหรับงานภาพโดยเฉพาะมักมีข้อได้เปรียบมากกว่า

เรื่องต้นทุน อย่าดูแค่ราคาขวดหมึกหรือโทนเนอร์

หนึ่งในจุดที่ทำให้เลือกเครื่องผิดได้ง่ายคือการมองแค่ราคาวัสดุสิ้นเปลือง เห็นขวดหมึกราคาถูกกว่าแล้วสรุปว่าอิงค์เจ็ทประหยัดกว่า หรือเห็นโทนเนอร์พิมพ์ได้หลายหน้าแล้วคิดว่าเลเซอร์คุ้มกว่า ทั้งที่ต้นทุนจริงต้องดูเป็นรายรุ่น

วิธีเปรียบเทียบที่มีประโยชน์กว่าคือดู ค่าใช้จ่ายต่อแผ่น หรือ Cost per Page โดยเทียบราคาหมึกหรือโทนเนอร์กับจำนวนหน้าที่ผู้ผลิตระบุว่าสามารถพิมพ์ได้ภายใต้เงื่อนไขการทดสอบ รวมถึงดูด้วยว่ามีชิ้นส่วนอื่นที่ต้องเปลี่ยนตามระยะหรือไม่

เครื่องอิงค์เจ็ทแบบถังหมึกหลายรุ่นมีต้นทุนหมึกต่อแผ่นต่ำและเหมาะกับผู้ที่พิมพ์ทั้งขาวดำและสีเป็นประจำ ขณะที่เครื่องเลเซอร์บางรุ่นก็มีต้นทุนต่อแผ่นที่ดีมากเมื่อใช้กับงานเอกสารจำนวนมาก จึงไม่มีคำตอบตายตัวว่าระบบไหนถูกกว่า ต้องเทียบจากรุ่นจริงและรูปแบบการใช้งานจริงจึงจะแม่นกว่า

เลือกเครื่องปริ้นอิงค์เจ็ทหรือเลเซอร์ดี ต่างกันตรงไหนก่อนตัดสินใจซื้อ

ถ้าไม่ได้ใช้เครื่องทุกวัน ต้องคิดเรื่องการดูแลด้วย

คนที่พิมพ์เพียงเดือนละไม่กี่ครั้งควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เพราะรูปแบบการเก็บเครื่องมีผลกับอิงค์เจ็ทและเลเซอร์ต่างกัน

  • เครื่องปริ้นอิงค์เจ็ทมีหัวพิมพ์และหมึกเหลว หากปล่อยไว้นานเกินไปโดยไม่ได้ใช้งาน อาจเกิดปัญหาหมึกแห้งหรือหัวพิมพ์อุดตันได้ในบางกรณี เครื่องหลายรุ่นมีระบบทำความสะอาดหัวพิมพ์อัตโนมัติ แต่กระบวนการนี้ก็มีการใช้หมึกไปด้วย ดังนั้นถ้าเลือกอิงค์เจ็ท ควรเปิดใช้งานเป็นระยะและดูแลตามคำแนะนำของผู้ผลิต
  • เครื่องปริ้นเลเซอร์ไม่มีปัญหาหมึกแห้งในลักษณะเดียวกัน จึงเหมาะกับการใช้งานที่เว้นช่วงได้มากกว่าในมุมนี้ แต่ก็ยังต้องเก็บ Toner และตัวเครื่องในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม รวมถึงดูแลชิ้นส่วนภายในตามรอบการใช้งาน ไม่ควรมองว่าใช้เลเซอร์แล้วไม่ต้องบำรุงรักษาเลย

ขนาดเครื่องและพื้นที่วางก็มีผลมากกว่าที่คิด

เครื่องปริ้นอิงค์เจ็ทสำหรับบ้านจำนวนมากมีขนาดค่อนข้างกะทัดรัด และหลายรุ่นรวมทั้งการพิมพ์ สแกน และถ่ายเอกสารไว้ในเครื่องเดียว จึงเหมาะกับโต๊ะทำงานหรือพื้นที่ที่ไม่มากนัก

เครื่องปริ้นเลเซอร์ไม่ได้มีขนาใหญ่เสมอไป เพราะปัจจุบันมีเลเซอร์ขาวดำขนาดเล็กหลายรุ่น แต่ถ้าเป็นรุ่นสำนักงานหรือเลเซอร์สี ตัวเครื่องมักมีขนาดและน้ำหนักมากขึ้น เนื่องจากต้องมีชุดดรัม Toner หลายสี และชุด Fuser อยู่ภายใน เวลาซื้อจึงควรดูขนาดจริงของตัวเครื่อง รวมถึงเผื่อพื้นที่สำหรับเปิดฝา ดึงถาดกระดาษ และเปลี่ยนวัสดุสิ้นเปลือง ไม่ควรวัดจากภาพสินค้าเพียงอย่างเดียว

พิมพ์เร็วแค่ไหน ต้องดูมากกว่าตัวเลขหน้าต่อนาที

ตัวเลขความเร็วที่ผู้ผลิตระบุมักใช้หน่วยเป็นหน้าต่อนาที แต่ความเร็วจริงอาจเปลี่ยนไปตามชนิดเอกสาร โหมดการพิมพ์ และคุณภาพที่ตั้งไว้

เครื่องเลเซอร์มักเด่นเมื่อพิมพ์เอกสารหลายหน้าต่อเนื่อง เพราะเมื่อเครื่องเข้าสู่สถานะพร้อมทำงานแล้วสามารถพิมพ์ได้สม่ำเสมอ แต่บางรุ่นอาจต้องใช้เวลาอุ่นชุด Fuser ก่อนเริ่มพิมพ์ ส่วนอิงค์เจ็ทบางรุ่นเริ่มพิมพ์หน้าแรกได้เร็ว แต่ถ้าเลือกโหมดภาพละเอียดหรือพิมพ์ภาพคุณภาพสูง ความเร็วก็จะลดลงตามคุณภาพที่เลือก ถ้าต้องใช้เครื่องกับงานที่รีบหรือพิมพ์จำนวนมากทุกวัน ควรดูทั้งเวลาพิมพ์หน้าแรกและความเร็วพิมพ์ต่อเนื่อง ไม่ใช่ดูตัวเลขสูงสุดเพียงตัวเดียว

บ้าน ร้านค้า และสำนักงานขนาดเล็กควรเลือกแบบไหน

ถ้าเป็นบ้านที่ต้องพิมพ์การบ้าน เอกสาร รูปภาพ และงานสีสลับกัน อิงค์เจ็ทมักให้ความยืดหยุ่นมากกว่า โดยเฉพาะรุ่นถังหมึกที่เหมาะกับคนที่มีงานพิมพ์ประจำและต้องการควบคุมต้นทุนด้านหมึก ร้านค้า นักเรียน นักศึกษา หรือสำนักงานขนาดเล็กที่ต้องใช้ทั้งงานสีและขาวดำก็มักอยู่ในกลุ่มที่เหมาะกับระบบนี้

แต่ถ้างานส่วนใหญ่เป็นเอกสารขาวดำ เช่น ใบเสนอราคา รายงาน เอกสารบัญชี หรือแบบฟอร์ม และมีการพิมพ์ต่อเนื่องจำนวนมาก เครื่องเลเซอร์มักตอบโจทย์ได้ตรงกว่า เพราะเน้นความคมของตัวหนังสือและรองรับงานเอกสารได้ดี หากจำเป็นต้องพิมพ์สีด้วยก็มีเครื่องเลเซอร์สีให้เลือก แต่ควรเช็กค่า Toner แต่ละสีและค่าใช้จ่ายระยะยาวก่อนตัดสินใจ

ปริมาณงานต่อเดือนเป็นอีกตัวเลขที่ไม่ควรมองข้าม

เครื่องปริ้นแต่ละรุ่นถูกออกแบบมาให้รับภาระงานไม่เท่ากัน ผู้ผลิตหลายรายจึงระบุข้อมูลอย่าง Monthly Duty Cycle ซึ่งหมายถึงปริมาณพิมพ์สูงสุดที่เครื่องสามารถรองรับได้ในช่วงเวลาหนึ่ง และบางรุ่นยังระบุ Recommended Monthly Print Volume หรือช่วงปริมาณงานที่แนะนำให้ใช้งานเป็นประจำ

สองค่านี้ไม่ควรมองว่าเป็นตัวเลขเดียวกัน เพราะค่าปริมาณสูงสุดไม่ได้หมายความว่าควรใช้งานในระดับนั้นทุกเดือน หากต้องพิมพ์หลายพันแผ่นต่อเดือน การเลือกเครื่องที่ออกแบบมาสำหรับงานระดับนั้นโดยตรงจะเหมาะกว่าใช้เครื่องขนาดเล็กทำงานหนักต่อเนื่อง แม้เครื่องทั้งสองจะพิมพ์กระดาษ A4 ได้เหมือนกันก็ตาม

เลือกเครื่องปริ้นอิงค์เจ็ทหรือเลเซอร์ดี ต่างกันตรงไหนก่อนตัดสินใจซื้อ

ก่อนซื้อ ให้เริ่มจากงานที่ใช้จริง ไม่ใช่ชื่อระบบพิมพ์

การเลือกระหว่างอิงค์เจ็ทกับเลเซอร์ไม่มีคำตอบเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน เพราะเครื่องแต่ละระบบมีจุดแข็งต่างกัน และภายในระบบเดียวกันแต่ละรุ่นก็ยังต่างกันอีกมาก ทั้งความเร็ว ความละเอียด การพิมพ์สองหน้าอัตโนมัติ การเชื่อมต่อ Wi-Fi หรือ Ethernet ความจุถาดกระดาษ รวมถึงฟังก์ชันสแกนและถ่ายเอกสาร

ก่อนตัดสินใจจึงควรถามตัวเองให้ชัดว่า พิมพ์อะไรเป็นหลัก เดือนหนึ่งพิมพ์ประมาณกี่หน้า ต้องพิมพ์สีมากแค่ไหน เว้นใช้งานนานหรือไม่ และต้องการความเร็วระดับใด ถ้าคำตอบคือพิมพ์เอกสารขาวดำจำนวนมากและต้องการงานต่อเนื่อง เลเซอร์มักเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แต่ถ้าต้องพิมพ์ทั้งข้อความ ภาพสี กราฟิก หรือรูปถ่าย อิงค์เจ็ทก็ยังได้เปรียบเรื่องความยืดหยุ่น โดยเฉพาะรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับงานพิมพ์สีหรือระบบถังหมึก

ท้ายที่สุด เครื่องปริ้น ที่เหมาะไม่ใช่เครื่องที่ถูกเรียกว่าอิงค์เจ็ทหรือเลเซอร์ แต่คือเครื่องที่รองรับงานที่เราพิมพ์จริงได้พอดี ใช้งานสะดวก และมีค่าใช้จ่ายระยะยาวอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ เมื่อเลือกจากสามเรื่องนี้พร้อมกัน โอกาสซื้อเครื่องมาแล้วรู้สึกว่าไม่ตรงงานก็จะน้อยลงมาก