ไดโว่ ทำงาน แต่น้ำไม่ออก เกิดจากอะไร? เช็กตรงไหนก่อน?

Customers Also Purchased

เวลาเอา ไดโว่ ลงไปสูบน้ำ สิ่งที่คาดหวังก็ตรงไปตรงมา คือเสียบไฟ เปิดเครื่อง แล้วน้ำควรถูกสูบออกมาตามสายหรือท่อส่ง แต่มีอาการหนึ่งที่พบบ่อยจนสร้างความสงสัย คือ ไดโว่ดูเหมือนทำงานปกติ มีเสียงมอเตอร์ มีแรงสั่น แต่ปลายท่อกลับไม่มีน้ำออก หรือออกน้อยผิดปกติ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ใช้ได้ดี

หลายคนอาจคิดทันทีว่า "ไดโว่ เสียแล้วหรือเปล่า?" แต่ความจริงยังไม่ต้องรีบสรุปครับ เพราะอาการ ไดโว่ทำงานแต่น้ำไม่ออก เกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่เรื่องง่าย ๆ เช่น สายส่งน้ำพับ น้ำในบ่อต่ำเกินไป ตะแกรงทางเข้าอุดตัน ไปจนถึงปัญหา Air Lock เช็ควาล์ว ใบพัด หรือเลือกไดโว่ที่ค่า Head ไม่เหมาะกับความสูงที่ต้องส่งน้ำ

ก่อนจะถอด ไดโว่ หรือคิดว่ามอเตอร์เสีย แนะนำให้ไล่ตรวจจากจุดง่าย ๆ ก่อน เพราะหลายครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่มอเตอร์เลย แต่เป็นเพราะ "น้ำเข้าไม่ได้" หรือ "น้ำออกไม่ได้" ต่างหาก บทความนี้จะพาไปดูทีละขั้นว่า ถ้าไดโว่ทำงานแต่น้ำไม่ออก ควรเช็กอะไรบ้าง และแต่ละอาการกำลังบอกอะไรเรา

ก่อนอื่น ต้องแยกให้ออกว่าทำงานแบบไหน?

คำว่า ไดโว่ ทำงาน ของแต่ละคนอาจหมายถึงคนละอาการครับ บางคนได้ยินเสียงเครื่องก็คิดว่ามอเตอร์หมุนแล้ว แต่ความจริงมอเตอร์อาจแค่ส่งเสียงฮัมๆ โดยที่ใบพัดไม่ได้หมุนเลยก็ได้ ก่อนตรวจสอบอย่างอื่น ลองสังเกตก่อนว่าอาการเป็นแบบไหน

  • เครื่องทำงานและสั่นปกติ แต่น้ำไม่ออกเลย
  • เครื่องมีเสียงฮัม แต่น้ำไม่ออก
  • น้ำออกช่วงแรก แล้วค่อย ๆ หาย
  • น้ำออกน้อยผิดปกติ
  • น้ำออกบ้าง ไม่ออกบ้าง
  • เครื่องทำงานสักพักแล้วตัด
  • ยกหรือขยับเครื่องแล้วน้ำกลับมาออก

รายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้ช่วยจำกัดสาเหตุได้เยอะ เช่น ถ้า ขยับไดโว่แล้วน้ำกลับมาไหล อาจสงสัยเรื่องเศษวัสดุปิดทางดูด ตำแหน่งวางปั๊ม หรืออากาศค้างในตัวปั๊ม

แต่ถ้าเครื่องมีแค่ เสียงฮัม ไม่มีแรงสูบ และมอเตอร์ร้อนขึ้นเรื่อย ๆ ต้องระวังมากกว่า เพราะอาจมีสิ่งแปลกปลอมขัดใบพัด หรือเกิดปัญหาภายในมอเตอร์ เมื่อแยกอาการได้แล้ว ค่อยไล่ตรวจจากสิ่งที่ง่ายที่สุดก่อน

ไดโว่ ทำงาน แต่น้ำไม่ออก เกิดจากอะไร เช็กตรงไหนก่อน

สาเหตุที่ ไดโว่ ทำงานแต่น้ำไม่ออก

  • ระดับน้ำต่ำเกินไป — ถ้าช่องดูดไม่จมน้ำเต็มที่ ปั๊มจะดูดอากาศแทนน้ำ อาการคือน้ำออกดีตอนแรกแล้วเริ่มขาด ๆ หาย ๆ จนหยุดไหลทั้งที่เครื่องยังทำงาน ห้ามปล่อยให้ปั๊มทำงานแบบไม่มีน้ำ (Dry Run) เพราะน้ำช่วยระบายความร้อนและหล่อลื่นซีล
  • ทางดูดถูกปิด — ใบไม้ ถุงพลาสติก เชือก เศษผ้า โคลน หรือขยะเล็ก ๆ อาจปิดช่องรับน้ำ บางครั้งแค่ถุงพลาสติกบางแปะติดใต้ปั๊มก็ปิดทางน้ำได้เกือบหมด ทำให้เกิดอาการ "บางครั้งใช้ได้ บางครั้งไม่ออก" ถ้าน้ำสกปรก ควรยกปั๊มขึ้นจากพื้นเล็กน้อยเพื่อเลี่ยงตะกอน
  • สายส่งน้ำมีปัญหา — สายพับ ถูกทับ บิด ตะกอนอุดตัน วาล์วปิด หรือเช็ควาล์วค้าง ควรเดินตรวจแนวท่อทั้งเส้นก่อนคิดว่าปั๊มเสีย
  • เช็ควาล์วติดหรือใส่กลับด้าน — ถ้าติดกลับด้าน เท่ากับเอาวาล์วไปปิดทางน้ำเอง ควรตรวจทิศทางลูกศรบนวาล์วเป็นจุดแรก ๆ (ต้องตัดไฟก่อนตรวจเสมอ)
  • เกิด Air Lock — อากาศค้างในปั๊มหรือท่อ ทำให้ใบพัดหมุนแต่ไม่สร้างการไหล มักเกิดหลังยกปั๊มขึ้น-ลงน้ำ เปลี่ยนท่อ หรือระดับน้ำเคยต่ำจนดูดอากาศ ควรดูวิธี Venting ตามคู่มือของรุ่นนั้น ไม่ควรเจาะรูเองตามสูตรในเน็ต
  • ใบพัดมีเศษวัสดุติด — เชือก ผ้า กรวด หรือพลาสติกพันใบพัด ทำให้หมุนไม่เต็มที่ น้ำออกน้อยและเครื่องอาจร้อนขึ้น ห้ามเอามือเข้าไปเขี่ยขณะเสียบปลั๊กเด็ดขาด ต้องถอดปลั๊กก่อนตรวจทุกครั้ง
  • ส่งน้ำสูงเกินความสามารถของปั๊ม (Head) — อย่าเลือกไดโว่จากแค่วัตต์ ต้องดูค่า Head ด้วย ยิ่ง Head สูง Flow ยิ่งลด ถ้าเคยสูบแนวราบดีแต่ส่งขึ้นสูงแล้วน้ำแทบไม่ออก อาจเป็นเพราะระบบต้องการ Head มากกว่าที่ปั๊มให้ได้
  • แรงต้านจากท่อ (Friction Loss) — ไม่ใช่แค่ความสูงแนวดิ่ง แต่ท่อยาว ท่อเล็ก ข้องอเยอะ ก็เพิ่มแรงต้านได้ ทำให้ปั๊มตัวเดิมใช้สายสั้นได้แรง แต่ต่อสายยาวแล้วน้ำเบาลง
  • ลดขนาดท่อไม่ได้ช่วยให้แรงขึ้น — การลดหน้าตัดท่อ (เช่นจาก 2 นิ้วเหลือ 1 นิ้ว) เพิ่มความเร็วน้ำได้จริงแต่เพิ่ม Friction Loss มาก ทำให้ Flow รวมลดลง ไม่เหมาะกับงานที่ต้องการระบายน้ำปริมาณมาก
  • ไฟตกหรือแรงดันไฟไม่เหมาะ — โดยเฉพาะสายไฟยาว สายพ่วงเล็ก หรือใช้เครื่องปั่นไฟ ถ้าแรงดันไม่อยู่ในช่วงที่กำหนด มอเตอร์อาจมีแรงบิดไม่พอหรือร้อนเกิน ไม่ควรแก้ด้วยการเดาเอง ควรให้ช่างไฟตรวจสอบ

สิ่งที่ไม่ควรทำ เมื่อ ไดโว่ ทำงานแต่น้ำไม่ออก

  • อย่าปล่อยเครื่องเดินต่อเพราะคิดว่าเดี๋ยวน้ำจะมาเอง ถ้าน้ำไม่ออกผิดปกติ ให้หยุดและหาสาเหตุทันที โดยเฉพาะถ้าเครื่องกำลังดูดอากาศหรือเกิด Dry Run การปล่อยให้ทำงานต่อไม่ช่วยให้ดีขึ้น
  • อย่าเอามือไปตรวจทางดูดขณะเสียบไฟ แม้ใบพัดจะติดอยู่ แต่ถ้าสิ่งที่ติดหลุดออก ใบพัดอาจเริ่มหมุนทันที
  • อย่ายกไดโว่ด้วยสายไฟ สายไฟไม่ได้ออกแบบมาให้รับน้ำหนักเครื่อง ถ้าต้องยกหรือหย่อนปั๊ม ควรใช้จุดยก เชือก โซ่ หรือวิธีที่ผู้ผลิตกำหนด
  • อย่ารีบเปลี่ยนเป็นไดโว่วัตต์สูงกว่าโดยไม่หาสาเหตุ ถ้าต้นเหตุคือท่อตัน เช็ควาล์วติด หรือ Air Lock ปั๊มแรงกว่าก็ไม่ช่วย และถ้าต้นเหตุคือ Head ไม่เหมาะกับระบบ ต้องเลือกจากกราฟสมรรถนะและจุดทำงาน ไม่ใช่ดูแค่วัตต์
  • อย่าดัดแปลงระบบไฟเอง ไดโว่ทำงานในน้ำ การป้องกันไฟฟ้าจึงสำคัญมาก ถ้าพบสายไฟแตก ฉนวนเสีย ปลั๊กไหม้ เบรกเกอร์ตัด หรือสงสัยไฟรั่ว ควรหยุดใช้และให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ

ไดโว่ ทำงาน แต่น้ำไม่ออก เกิดจากอะไร เช็กตรงไหนก่อน

ก่อนซื้อ ไดโว่ เครื่องใหม่ ต้องดูอะไร เพื่อไม่ให้เจอปัญหาเดิม?

ถ้าตรวจแล้วพบว่าเครื่องเดิมเล็กเกินไป และกำลังจะซื้อใหม่ อย่าเลือกจากแค่คำว่า "กี่วัตต์" หรือ "กี่แรงม้า" ควรรู้ข้อมูลเหล่านี้ก่อน

  • ต้องการสูบน้ำอะไร (สะอาดหรือสกปรก)
  • มีโคลนหรือทรายไหม
  • เศษวัสดุขนาดประมาณเท่าไร
  • ต้องการน้ำกี่ลิตรต่อนาที
  • ส่งสูงในแนวดิ่งกี่เมตร
  • ท่อยาวรวมเท่าไร ใช้ท่อขนาดไหน
  • มีข้องอและวาล์วกี่จุด
  • ต้องการสูบให้น้ำเหลือต่ำแค่ไหน
  • ต้องการลูกลอยเปิด-ปิดอัตโนมัติหรือไม่
  • ใช้ไฟ 220V หรือ 380V

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยเลือก Pump Curve และจุดทำงาน ได้ตรงกว่าการดูแค่กำลังมอเตอร์ เพราะสิ่งที่ต้องการจากไดโว่จริง ๆ ไม่ใช่ตัวเลขวัตต์สูงสุด แต่คือ ปริมาณน้ำที่ต้องการ ณ ความสูงและสภาพระบบที่ใช้งานจริง

เลือก ไดโว่ ให้เหมาะกับการใช้งาน