Customers Also Purchased
เวลาเลือกซื้อ เลื่อยยนต์ หลายคนมักดูขนาดเครื่องยนต์ กำลัง หรือราคาก่อนเป็นอันดับแรกๆใช่ไหมล่ะครับ แต่…มันจะมีอีกจุดที่มีผลต่อการใช้งานโดยตรงคือ ความยาวของบาร์เลื่อย ซึ่งมักเห็นเป็น 12, 16, 18 หรือ 20 นิ้ว หลายคนอาจคิดว่า "บาร์ยาวกว่า = ตัดไม้ใหญ่กว่า" และถ้าอยากได้เครื่องใช้งานหลากหลาย ซื้อบาร์ 20 นิ้วไปเลยน่าจะคุ้มกว่า เพราะยังไงก็ตัดไม้เล็กได้เหมือนกัน
แต่ในความเป็นจริง บาร์ยาวกว่าไม่ได้แปลว่าเหมาะกว่าเสมอไป เพราะความยาวบาร์เกี่ยวข้องกับหลายปัจจัยพร้อมกัน ทั้งขนาดเครื่องยนต์ น้ำหนักเครื่อง ความคล่องตัว ความเร็วในการตัด จำนวนฟันโซ่ ภาระที่เครื่องต้องรับ และลักษณะไม้ที่จะตัด การเลือก เลื่อยยนต์ บาร์ 12, 16, 18 หรือ 20 นิ้ว จึงไม่ควรดูแค่ "จะตัดไม้ใหญ่แค่ไหน" แต่ต้องดูว่าจะใช้ทำงานอะไร ใช้บ่อยแค่ไหน และเครื่องมีกำลังเหมาะกับบาร์นั้นหรือไม่
ในบทความนี้จะพาไปดูทีละขนาด ว่าบาร์แต่ละความยาวต่างกันยังไง? เหมาะกับงานแบบไหน? และควรเลือกขนาดไหนถึงจะเหมาะกับการใช้งาน

ก่อนอื่น บาร์ เลื่อยยนต์ คือส่วนไหน?
บาร์เลื่อย (Guide Bar) คือแผ่นโลหะยาวที่ยื่นออกจากตัว เลื่อยยนต์ ทำหน้าที่เป็นราง ให้โซ่เลื่อยวิ่งวนรอบตัวบาร์ เมื่อเครื่องยนต์ส่งกำลังไปยังเฟืองขับ โซ่จะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง และฟันโซ่จะเป็นตัวกัดเข้าเนื้อไม้
พูดง่าย ๆ คือ บาร์ไม่ได้ตัดไม้เอง แต่เป็นแนวทางให้โซ่วิ่งมั่นคง และกำหนดระยะที่เลื่อยเข้าถึงชิ้นงานได้เมื่อเห็นตัวเลขอย่างบาร์ 12, 16, 18 หรือ 20 นิ้ว นั่นคือความยาวของชุดบาร์ตามวิธีระบุของผู้ผลิต แต่ ระยะตัดใช้งานจริงมักไม่เท่าตัวเลขเป๊ะ ๆ เพราะบาร์บางส่วนต้องซ่อนอยู่ในฝาครอบและตัวเครื่อง ดังนั้น เลื่อยยนต์ บาร์ 16 นิ้ว ไม่ได้แปลว่าจะมีระยะตัดเต็ม 16 นิ้วออกมาจากหน้าเครื่องทั้งหมด
เลื่อยยนต์ บาร์ยาวกว่า ตัดไม้ใหญ่กว่า จริงไหม?
ถ้ามองแค่ระยะเข้าถึง คำตอบคือ ใช่ บาร์ยาวเข้าถึงไม้หน้าตัดใหญ่ได้ง่ายกว่าบาร์สั้น เช่น ตัดกิ่งไม้ 3-4 นิ้ว บาร์ 12 นิ้วก็เหลือระยะพอแล้ว แต่ถ้าตัดท่อนไม้หรือโคนต้นขนาด 12-15 นิ้ว บาร์ 18-20 นิ้วจะสะดวกกว่า
แต่การตัดไม้ใหญ่ไม่ได้ขึ้นกับความยาวบาร์อย่างเดียว กำลังเครื่องยนต์ ก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะบาร์ยาวขึ้น โซ่ก็ยาวขึ้น เครื่องต้องออกแรงขับมากขึ้น และมีฟันเลื่อยสัมผัสเนื้อไม้พร้อมกันมากขึ้นเมื่อตัดเต็มหน้าบาร์ ถ้าใส่บาร์ยาวเกินไปกับเครื่องกำลังต่ำ อาจเจออาการรอบตก ตัดช้า ร้อนง่าย และคุมความเร็วโซ่ไม่ได้ดี
สรุปคือ บาร์ยาว + เครื่องเล็ก ≠ ตัดไม้ใหญ่ได้ดี บางครั้งเครื่องเล็กที่ใช้บาร์สั้นและโซ่คม กลับตัดไม้ขนาดกลางได้เร็วกว่าเครื่องเดียวกันที่ฝืนใส่บาร์ยาวเกินไปเสียอีก

เปรียบเทียบ เลื่อยยนต์ บาร์ 12, 16, 18 และ 20 นิ้ว แบบเข้าใจง่าย
เลื่อยยนต์ บาร์ 12 นิ้ว เหมาะกับใคร?
บาร์สั้น น้ำหนักเบาด้านหน้า ควบคุมง่าย เหมาะกับ ตัดแต่งกิ่งไม้ ต้นไม้เล็ก ไม้ฟืนชิ้นเล็ก และงานสวนที่ต้องขยับเครื่องบ่อย ข้อจำกัด: ระยะตัดสั้น ถ้าต้องตัดไม้ใหญ่ต้องตัดหลายด้าน ถ้างานส่วนใหญ่เป็นไม้ขนาดกลาง-ใหญ่ บาร์นี้อาจเล็กไป
เลื่อยยนต์ บาร์ 16 นิ้ว ทางเลือกที่สมดุลที่สุด
ไม่สั้นเกินไป ไม่ยาวเทอะทะ พบบ่อยในเลื่อยระดับทั่วไปถึงกึ่งมืออาชีพ เหมาะกับ ตัดกิ่งขนาดกลาง ต้นไม้เล็ก-กลาง ตัดฟืน งานสวน งานเกษตร และงานที่สลับระหว่างกิ่งเล็กกับลำต้นขนาดกลาง ถ้าถามว่า "ซื้อ เลื่อยยนต์ เครื่องแรก เลือกบาร์เท่าไรดี?" 16 นิ้ว มักเป็นคำตอบอันดับต้น ๆ เพราะคล่องตัวดีและระยะตัดพอสำหรับงานทั่วไป
เลื่อยยนต์ บาร์ 18 นิ้ว เหมาะกับใคร?
แม้ต่างจาก 16 นิ้วแค่ 2 นิ้ว แต่รู้สึกได้ทั้งระยะตัดและน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น เหมาะกับผู้ที่เริ่มมีงานตัดไม้ขนาดกลางบ่อย หรือเจอลำต้นใหญ่เป็นประจำ เช่น เตรียมฟืนจำนวนมาก งานสวน/เกษตรขนาดใหญ่ ข้อควรระวัง บาร์ยาวขึ้น = โซ่ยาวขึ้น น้ำหนักและแรงเสียดทานเพิ่มขึ้น ถ้ากำลังเครื่องไม่พอ อาจทำงานหนักขึ้นแต่ไม่ได้เร็วขึ้น
บาร์ 20 นิ้ว ยิ่งใหญ่ยิ่งดีไหม?
เหมาะกับงานไม้ขนาดกลางถึงใหญ่ชัดเจน ตัดท่อนไม้ใหญ่ได้สะดวกโดยไม่ต้องเปลี่ยนด้านบ่อย แต่ตัวเครื่องหนักขึ้น ต้องออกแรงประคองมากขึ้น ถ้าเอาไปตัดกิ่งเล็กนาน ๆ อาจไม่สะดวกอย่างที่คิด ซื้อ 20 นิ้วไปเลย ตัดได้ทุกอย่าง ดีไหม? คำตอบคือ ไม่จำเป็น ถ้างาน 90% เป็นกิ่ง 2-6 นิ้ว การแบกบาร์ 20 นิ้วทั้งวันคือน้ำหนักส่วนเกินที่แทบไม่ได้ใช้ เลือกให้เหมาะกับงานที่ทำบ่อยที่สุด ไม่ใช่เลือกจากงานใหญ่สุดที่นาน ๆ เจอที

TH
English





