บ้านควรมีถังขยะแยกประเภทกี่ใบ ถึงจะแยกง่ายและไม่กินพื้นที่

Customers Also Purchased

เรื่องแยกขยะในบ้านดูเหมือนไม่ซับซ้อน แต่พอจะเริ่มจริง หลายบ้านกลับติดอยู่ที่คำถามเดิม ๆ ว่า ถังขยะแยกประเภท ควรมีทั้งหมดกี่ใบ ถึงจะแยกขยะได้ง่ายและไม่กินพื้นที่เกินไป บางคนเห็นถังหลายสีเรียงกันตามห้าง สำนักงาน หรือพื้นที่สาธารณะ ก็เลยคิดว่าถ้าจะจัดถังขยะแยกประเภทไว้ในบ้านก็คงต้องมีครบหลายใบเหมือนกัน แต่พอเอาเข้าจริง ครัวที่มีพื้นที่ไม่มากตั้งถังสักสามสี่ใบก็เริ่มแน่นแล้ว แถมบางประเภทใช้ไม่กี่ครั้ง ถังก็แทบว่างอยู่ตลอด

ถ้ามองจากการใช้ชีวิตจริง การเลือกถังขยะแยกประเภทในบ้านไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการซื้อถังให้ครบทุกชนิด สิ่งที่ควรดูก่อนคือ ขยะอะไรเกิดขึ้นทุกวัน ขยะอะไรต้องรีบนำออกเพราะมีกลิ่น และของประเภทไหนสามารถเก็บรวบรวมไว้รอขายหรือส่งต่อทีหลังได้ เมื่อแยกจากพฤติกรรมการทิ้งขยะจริง จะเห็นว่าขยะแต่ละกลุ่มต้องการพื้นที่ไม่เท่ากัน และบางอย่างก็ไม่จำเป็นต้องใช้ถังขยะใบใหญ่โดยเฉพาะด้วยซ้ำ

สำหรับบ้านทั่วไป การมีถังหลักประมาณ 2 ใบ แล้วจัดมุมเล็ก ๆ สำหรับของรีไซเคิลและขยะอันตรายแยกออกไป มักใช้งานได้คล่องกว่าการตั้งถังขยะแยกประเภทหลายใบเรียงกันเต็มครัว แต่จำนวนนี้ไม่ได้เป็นสูตรตายตัว เพราะบ้านที่ทำอาหารทุกวัน บ้านที่สั่งอาหารบ่อย หรือบ้านที่ซื้อของออนไลน์เป็นประจำ ย่อมมีปริมาณและลักษณะขยะต่างกัน จึงควรเลือกจำนวนถังให้เหมาะกับขยะที่เกิดขึ้นจริงมากกว่าเลือกจากจำนวนสีหรือจำนวนประเภทตามระบบสำเร็จรูป

เริ่มจากแยกเศษอาหารก่อน จะเห็นความต่างชัดที่สุด

ถ้าจะเริ่มแยกเพียงอย่างเดียวก่อน เศษอาหารเป็นกลุ่มที่เห็นผลได้ชัดที่สุด เพราะเป็นขยะที่มีทั้งความชื้น กลิ่น และการย่อยสลาย พอไปปนกับขวด กระดาษ หรือบรรจุภัณฑ์อื่น ของที่ยังพอเก็บไปรีไซเคิลได้ก็เลอะไปด้วย

บ้านที่ทำครัวเป็นประจำจึงควรมีถังสำหรับเศษอาหารแยกไว้ใกล้จุดใช้งาน เช่น ใต้เคาน์เตอร์ ใกล้อ่างล้างจาน หรือมุมเตรียมอาหาร แต่ถังใบนี้ไม่จำเป็นต้องใหญ่ ตรงกันข้าม ถังที่เล็กพอดี มีฝาปิด ล้างง่าย และยกออกไปเทสะดวก มักใช้งานได้ดีกว่า เพราะเศษอาหารไม่ควรถูกเก็บรอจนเต็มถังหลายวันอยู่แล้ว

ถ้าบ้านนำขยะออกทุกเย็น ถังขนาดเล็กก็เพียงพอ แต่ถ้าต้องเก็บข้ามวัน เรื่องฝาปิดและการทำความสะอาดสำคัญกว่าความจุ ถังที่ใหญ่ขึ้นไม่ได้ช่วยลดกลิ่น ถ้าข้างในยังมีเศษอาหารค้างอยู่นานเหมือนเดิม

บ้านควรมีถังขยะแยกประเภทกี่ใบ ถึงจะแยกง่ายและไม่กินพื้นที่

ถังขยะทั่วไปไม่ควรเป็นที่รวมทุกอย่าง

พอแยกเศษอาหารออกแล้ว ถังอีกใบค่อยใช้สำหรับขยะทั่วไปจริง ๆ เช่น ของที่ไม่สามารถส่งต่อไปรีไซเคิลในระบบที่บ้านใช้อยู่ หรือของใช้ที่ไม่เข้ากลุ่มเศษอาหาร รีไซเคิล และขยะอันตราย

ปัญหาที่เจอบ่อยคือชื่อว่า “ถังทั่วไป” แล้วสุดท้ายทุกอย่างก็ถูกโยนลงไปเหมือนเดิม เปิดถังมาเจอทั้งขวดน้ำ กล่องกระดาษ กระป๋อง เศษอาหาร และของใช้จิปาถะเต็มไปหมด แบบนี้ต่อให้มีถังแยกอยู่ข้าง ๆ ระบบก็แทบไม่ได้ช่วยอะไร

ลองมองกลับกันว่า ก่อนจะทิ้งลงถังทั่วไป มีอะไรที่ควรหยิบออกไปก่อนบ้าง เศษอาหารก็แยกไปแล้ว ขวดและกระดาษที่ตั้งใจส่งต่อก็เอาออก ของที่ต้องจัดการเป็นพิเศษก็ไม่ลงถังนี้ เหลืออะไรจึงค่อยเป็นขยะทั่วไปจริง ๆ หลายบ้านพอทำแบบนี้สักพักจะพบว่าถังทั่วไปไม่ได้เต็มเร็วอย่างที่เคยคิด และอาจไม่ต้องใช้ใบใหญ่มากด้วย

ของรีไซเคิลไม่จำเป็นต้องตั้งถังอีกใบในครัว

ขวดน้ำ กระป๋อง ขวดแก้ว กล่องกระดาษ หรือบรรจุภัณฑ์บางชนิด เป็นของที่เกิดขึ้นในบ้านเรื่อย ๆ แต่ไม่ได้มีกลิ่นหรือเน่าเสียเร็วเหมือนเศษอาหาร จึงไม่จำเป็นต้องตั้งถังสำหรับมันไว้ในครัวเสมอไป

บ้านที่พื้นที่น้อยอาจใช้แค่ตะกร้า กล่อง หรือกระสอบวางไว้หลังบ้าน ห้องซักล้าง หรือระเบียง แล้วรวบรวมของที่ต้องการขายหรือส่งรีไซเคิลไว้ตรงนั้น พอเต็มค่อยนำออกไปจัดการ วิธีนี้ประหยัดพื้นที่กว่าการซื้อถังอีกใบมาตั้งในมุมที่ใช้งานบ่อย และยังขยับหรือเปลี่ยนขนาดภาชนะได้ง่ายตามปริมาณของจริง

ก่อนเก็บควรเทอาหารหรือของเหลวที่เหลืออยู่ออกให้หมด เพื่อลดกลิ่นและไม่ให้ของชิ้นอื่นเปื้อน ส่วนเรื่องต้องล้างสะอาดแค่ไหน ควรดูว่าปลายทางที่จะนำไปส่งรับแบบไหน เพราะแต่ละจุดอาจมีเงื่อนไขไม่เหมือนกัน

กล่องกระดาษก็เหมือนกัน ถ้าทิ้งทั้งกล่องจะกินพื้นที่เร็วมาก แต่แค่พับให้แบนก็ช่วยได้เยอะ บ้านที่ซื้อของออนไลน์บ่อยจึงไม่จำเป็นต้องซื้อถังใหญ่ขึ้นเสมอไป บางครั้งแค่เปลี่ยนวิธีเก็บก็พอแล้ว

ขยะอันตรายไม่ต้องมีถังใหญ่ แต่ควรมีที่ของมันเอง

ถ่านไฟฉาย หลอดไฟ กระป๋องสเปรย์ หรือของบางชนิดที่ต้องจัดการเป็นพิเศษ ไม่ควรไปปนกับขยะทั่วไป แต่ของกลุ่มนี้ไม่ได้เกิดขึ้นทุกวัน จึงไม่มีเหตุผลมากนักที่จะต้องตั้งถังใบใหญ่ไว้รอ

ใช้กล่องเล็กหรือภาชนะที่ปิดได้แยกไว้ต่างหากก็เพียงพอ แล้วเก็บในจุดแห้ง ปลอดภัย พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง เมื่อมีปริมาณมากพอจึงค่อยนำไปยังจุดรับขยะอันตรายหรือรอบจัดเก็บของพื้นที่นั้น

ถ้ามีของที่แตก รั่ว หรือมีสารภายในไหลออกมา ไม่ควรโยนรวมกับของอื่นทันที ควรดูวิธีจัดการจากฉลากผลิตภัณฑ์หรือคำแนะนำของจุดรับก่อน เพราะขยะอันตรายแต่ละชนิดไม่ได้จัดการเหมือนกันทั้งหมด

บ้านควรมีถังขยะแยกประเภทกี่ใบ ถึงจะแยกง่ายและไม่กินพื้นที่

บ้านเล็กไม่ต้องตั้งถังเรียงกันเต็มครัว

คอนโด ทาวน์โฮม หรือบ้านที่ครัวไม่ได้ใหญ่มาก มักรู้สึกว่าการแยกขยะกินพื้นที่เพราะพยายามตั้งทุกอย่างไว้จุดเดียว ทั้งที่จริงแล้วของบางประเภทไม่จำเป็นต้องอยู่ตรงนั้นเลย

ถังเศษอาหารกับถังทั่วไปอาจอยู่ในครัว เพราะใช้งานทุกวัน ส่วนรีไซเคิลย้ายไปไว้หลังบ้านหรือห้องซักล้าง ขยะอันตรายก็เก็บในกล่องเล็กอีกมุมหนึ่ง แค่นี้ครัวก็เหลือถังหลักเพียงสองใบ แต่ยังแยกขยะออกจากกันได้หลายประเภทเหมือนเดิม

วิธีนี้ยังปรับตามบ้านได้ง่ายด้วย บ้านไหนดื่มน้ำขวดเยอะก็เพิ่มตะกร้าเก็บขวด บ้านไหนแทบไม่ทำอาหารก็ใช้ถังเศษอาหารเล็กลง บ้านที่มีกล่องพัสดุเยอะก็จัดมุมพับกล่องไว้ต่างหาก ไม่จำเป็นต้องซื้อถังทุกอย่างให้มีขนาดเท่ากัน

จำนวนคนเท่ากัน ไม่ได้แปลว่าขยะเท่ากัน

บ้านสองคนเหมือนกันอาจมีรูปแบบขยะต่างกันมาก บ้านหนึ่งทำอาหารเองแทบทุกมื้อ ก็จะมีเศษผัก เปลือกผลไม้ และเศษอาหารเยอะ อีกบ้านหนึ่งสั่งอาหารเป็นหลัก ขยะที่มากกลับเป็นกล่อง ถุง ขวด และบรรจุภัณฑ์

เพราะฉะนั้นการเลือกขนาดถังจากจำนวนสมาชิกอย่างเดียวอาจไม่ค่อยตอบโจทย์เท่าไร ลองดูขยะที่เกิดจริงในบ้านก่อนจะเห็นภาพชัดกว่า ถ้าเศษอาหารเต็มเร็วก็ให้พื้นที่ตรงนั้นมากขึ้น ถ้าสิ่งที่กินพื้นที่ที่สุดคือขวดหรือกล่อง ก็จัดจุดเก็บรีไซเคิลให้เหมาะแทน

บ้านที่ซื้อของออนไลน์บ่อยก็มีลักษณะคล้ายกัน กล่องพัสดุอาจทำให้รู้สึกว่าขยะเยอะ ทั้งที่จริงพอพับแบนแล้วใช้พื้นที่ไม่มากนัก ปัญหาหลายอย่างจึงไม่ได้อยู่ที่ถังเล็ก แต่เกิดจากวิธีเก็บมากกว่า

ถังทุกใบไม่ต้องอยู่รวมกัน

ถังขยะในบ้านไม่จำเป็นต้องจัดเหมือนจุดคัดแยกในห้าง เพราะขยะไม่ได้เกิดจากจุดเดียวอยู่แล้ว เศษอาหารอยู่ในครัว ขยะทั่วไปอาจมีทั้งในห้องน้ำและพื้นที่ส่วนกลาง ขวดกับกระดาษเก็บไว้หลังบ้านได้ ส่วนขยะอันตรายควรอยู่ในมุมที่ปลอดภัย

พอแยกตามจุดใช้งาน บ้านจะดูไม่รก และคนในบ้านก็ไม่ต้องเดินถือขยะข้ามห้องเพื่อไปทิ้งที่เดียว การแยกขยะจึงกลายเป็นเรื่องที่ทำตามธรรมชาติของบ้านมากกว่าต้องคอยจำระบบที่ซับซ้อน

ถ้าบ้านมีถังหลายใบ แต่ทุกใบวางผิดจุดจนคนไม่อยากใช้ สุดท้ายก็ไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไร ถังที่อยู่ถูกที่และหยิบใช้ง่ายมักมีผลกับพฤติกรรมมากกว่าจำนวนถังเสียอีก

แล้วต้องใช้ถังคนละสีไหม

สีช่วยให้จำง่าย แต่ในบ้านไม่จำเป็นต้องยึดว่าต้องใช้ถังครบทุกสีตามที่เห็นในพื้นที่สาธารณะ จะใช้ถังสีเดียวกันแล้วติดป้าย ใช้ขนาดต่างกัน หรือกำหนดตำแหน่งประจำก็ได้ ขอแค่คนในบ้านรู้ตรงกันว่าแต่ละใบไว้ทิ้งอะไร

บ้านที่มีเด็กหรือมีสมาชิกหลายคนอาจได้ประโยชน์จากสีมากกว่า เพราะช่วยให้แยกได้เร็วขึ้น แต่ก็ควรมีป้ายหรือรูปประกอบไว้ด้วย ไม่ควรให้จำจากสีอย่างเดียว เพราะเมื่อออกไปนอกบ้าน ระบบสีที่ใช้ในแต่ละพื้นที่อาจไม่เหมือนกัน

สิ่งที่สำคัญกว่าคือพอขยะออกจากบ้านแล้วต้องไปต่อได้ถูกทาง โดยเฉพาะรีไซเคิล เพราะจุดรับแต่ละแห่งอาจรับวัสดุไม่เหมือนกัน ต่อให้แยกไว้อย่างดี ถ้าปลายทางไม่รับก็ไม่ได้แปลว่าจะถูกนำไปรีไซเคิลเสมอไป

บ้านควรมีถังขยะแยกประเภทกี่ใบ ถึงจะแยกง่ายและไม่กินพื้นที่

ก่อนซื้อถังเพิ่ม ลองเปิดดูถังเดิมก่อน

ถ้าไม่แน่ใจว่าบ้านควรมีถังกี่ใบ ลองสังเกตขยะสักหนึ่งรอบก่อนซื้อเพิ่ม ดูว่าถังอะไรเต็มเร็ว อะไรเริ่มมีกลิ่นก่อน และของประเภทไหนกินพื้นที่มากที่สุด

ถังทั่วไปที่เต็มครึ่งหนึ่งด้วยขวดน้ำ ไม่ได้บอกว่าต้องซื้อถังทั่วไปใบใหญ่ขึ้น แต่อาจบอกว่าควรมีตะกร้าเก็บขวดต่างหาก เศษอาหารที่ส่งกลิ่นก่อนถังเต็มก็ไม่ได้แปลว่าถังเล็ก แต่ควรเอาออกให้บ่อยขึ้น

พอมองแบบนี้จะตอบเรื่องจำนวนถังได้ง่ายกว่าการซื้อชุดสำเร็จรูปมาใช้ทั้งชุด สำหรับหลายบ้าน ถังหลัก 2 ใบสำหรับเศษอาหารและขยะทั่วไป แล้วเพิ่มจุดเก็บรีไซเคิลกับกล่องเล็กสำหรับขยะอันตรายก็เพียงพอเป็นจุดเริ่มต้น จากนั้นค่อยปรับตามของที่เกิดขึ้นจริงในบ้าน

สุดท้ายแล้ว ถังขยะแยกประเภท ที่เหมาะกับบ้านไม่ได้วัดจากว่ามีกี่ใบหรือครบกี่สี แต่อยู่ที่ว่าจัดแล้วใช้ง่ายไหม ขยะถูกแยกออกจากกันจริงหรือเปล่า และคนในบ้านทำต่อได้ทุกวันโดยไม่รู้สึกว่าเป็นภาระ ถ้าระบบนั้นเข้ากับชีวิตประจำวัน ต่อให้มีถังไม่กี่ใบ ก็ใช้งานได้ดีกว่าการตั้งครบทุกประเภทแต่ไม่มีใครอยากใช้