หลักการทำงาน ของ กาพ่นสี กาบน กาล่าง ต่างกันยังไง กันแน่?

Customers Also Purchased

สำหรับใครที่กำลังมองหา กาพ่นสี มาใช้กับงานซ่อม หรืองานพ่นสีทั่วไป สิ่งแรก ๆ ที่สังเกตได้ชัด ๆ เลย คือ กาพ่นสี จะมีสองรูปแบบหลักครับ แบบกาบน ซึ่งมีกระป๋องสีอยู่ด้านบนตัวกา และ แบบกาล่าง ซึ่งมีกระป๋องใส่สี ติดอยู่ใต้ตัวกา แม้รูปร่างจะแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด หลายคนก็อาจยังไม่แน่ใจ ว่าตำแหน่งของกระป๋องสีนั้นมีผลต่อการทำงานยังไง ทั้งสองแบบใช้หลักการเดียวกันไหม? และทำไม บางงานถึงนิยมใช้กาบน ขณะที่งานอีกประเภทกลับเหมาะกับกาล่างมากกว่า?

ความแตกต่างของกาพ่นสีทั้งสองชนิด ไม่ใช่แค่เรื่องความถนัด ในการจับหรือปริมาณสีที่บรรจุได้ แต่เกี่ยวข้องกับ วิธีที่สีส่งเข้าสู่หัวฉีด แรงดันลมที่ต้องใช้ การควบคุมปริมาณสี ความต่อเนื่องในการพ่น ตลอดจนลักษณะพื้นผิวที่ต้องการ 

ถ้าเข้าใจ หลักการทำงานของกาพ่นสี อย่างถูกต้อง เราจะเลือกอุปกรณ์ได้เหมาะกับงานมากขึ้น ตั้งค่ากาได้ง่ายขึ้น ลดปัญหาที่พบบ่อย และตอบคำถาม เช่น กาพ่นสี กินลมเยอะจริงไหม? เลือกยังไงไม่ให้ปั๊มลมทำงานหนัก?

หลักการทำงานของ กาพ่นสี แบบกาบน

กาพ่นสี แบบกาบน (Gravity Feed Spray Gun) สังเกตจากกระป๋องบรรจุสีที่ติดตั้งอยู่เหนือหัวกา สีในกระป๋องจะไหลลงมาหาหัวฉีดด้วยแรงโน้มถ่วง เมื่อกดไก สีจะไหลเข้าสู่หัวฉีดได้ โดยไม่ต้องอาศัยแรงดูดมาก หลังจากนั้นลมที่ออกจากหัวลมจะทำให้สีแตกตัว และกระจาย ตามการตั้งค่า

  • กาบนสามารถส่งสีออกมาได้ โดยใช้แรงดันลม ไม่สูงมาก 
  • ตัวสีมีน้ำหนัก และไหลลงสู่หัวฉีดอยู่แล้ว 
  • ลมมีหน้าที่หลักในการทำให้สีแตกตัวเป็นละออง 
  • ไม่ต้องแบ่งกำลังส่วนหนึ่งไปสร้างแรงดูดสีขึ้นมาจากภาชนะด้านล่าง
  • กาพ่นสีแบบกาบนมักควบคุมสีได้ละเอียด ใช้สีได้หมดกระป๋อง และเหมาะกับงานพ่นที่ไม่อยาก เปลืองสีมาก

ทำไม กาพ่นสี กาบนใช้สีได้คุ้มกว่า?

เนื่องจากกระป๋องสี อยู่เหนือหัวฉีด สีเลยไหลลงมารวมอยู่บริเวณทางออกตามแรงโน้มถ่วง แม้ในกระป๋องจะเหลือสีไม่เยอะ กาก็ยังจ่ายสีได้ต่อเนื่อง ในหลายมุมการทำงาน และโดยทั่วไปจะเหลือสีค้างในกระป๋อง และท่อทางเดินน้อยกว่ากาพ่นสีแบบกาล่าง การผสมสีในปริมาณน้อยทำได้สะดวก เหมาะกับงานซ่อมเฉพาะจุด งานเก็บรายละเอียด หรือการพ่นสีที่มีราคาสูงและไม่ต้องการผสมทิ้งไว้มากเกินไป

นอกจากนี้ กระป๋องของกาบนมักมีขนาดไม่ใหญ่มาก ตัวกาและสีที่บรรจุอยู่มีน้ำหนักรวมพอควบคุมได้ง่าย สามารถปรับจังหวะเดินกา ระยะห่าง และองศาการพ่นได้คล่องตัว 

กาพ่นสี แบบกาบนพบได้มากในงานพ่นรถยนต์ งานสีทับหน้า งานเคลือบใส งานเฟอร์นิเจอร์ และงานที่ต้องการคุณภาพผิวละเอียด

หลักการทำงาน ของ กาพ่นสี กาบน กาล่าง ต่างกันยังไง กันแน่

ข้อจำกัดของ กาพ่นสี กาบน

ถึงกาพ่นสีกาบนจะควบคุมง่าย และประหยัดสี ขนาดกระป๋องก็มักเล็กกว่ากาล่าง ทำให้อาจต้องเติมสีบ่อย เมื่อพ่นชิ้นงานขนาดใหญ่ หรือทำงานต่อเนื่อง หากเติมสีจนเต็มมากเกินไป ตัวกาอาจรู้สึกหนักบริเวณด้านบน และเมื่อพ่นในมุมเอียงมาก สีอาจสัมผัสรูระบายอากาศหรือฝาปิดจนรั่วซึมได้

ตำแหน่งของกระป๋องด้านบน ยังอาจบดบังสายตาในบางมุม ยิ่งถ้าต้องพ่นใต้ชิ้นงาน หรือพื้นที่แคบ การเอียงกาอย่างรุนแรงอาจทำให้การไหลของสีไม่สม่ำเสมอได้เช่นกัน 

หลักการทำงาน ของ กาพ่นสี แบบกาล่าง

กาพ่นสี แบบกาล่าง (Suction Feed Spray Gun) มีกระป๋องบรรจุสีติดตั้งใต้ตัวกา ภายในกระป๋องจะมีท่อดูดสีต่อขึ้นไปที่หัวฉีด พอลมอัดไหลผ่านหัวกาอย่างรวดเร็ว บริเวณปลายหัวฉีด จะเกิดความดันต่ำ ทำให้ความดันอากาศภายในกระป๋องดันสีผ่านท่อขึ้นหาหัวฉีด แล้วสีจึงถูกกระแสลมทำให้แตกตัวเป็นละอองและพ่นออกไปยังชิ้นงาน

ทำไม กาพ่นสี กาล่างต้องการลมมากกว่า?

ลมของกาพ่นสีแบบกาล่างไม่ได้ทำหน้าที่ แค่ให้สีแตกตัวเป็นละออง แต่ยังต้องสร้างความแตกต่างของความดัน เพื่อช่วยส่งสีจากกระป๋องด้านล่างสู่หัวฉีด ถ้าแรงดัน หรือปริมาณลมต่ำไป สีอาจขึ้นมาได้ไม่ต่อเนื่อง ขาดช่วง หรือพ่นออกมาเฉพาะลมโดยไม่มีสี ยิ่งถ้าใช้สีความหนืดสูง ท่อดูดสีมีสิ่งอุดตัน หรือรูระบายอากาศของกระป๋องถูกปิดกั้น รวมสาเหตุที่ทำให้ กาพ่นสี อุดตัน และวิธีแก้แบบไม่ยาก

จุดเด่น ของ กาพ่นสี แบบกาล่าง

  • ใช้กระป๋องที่มีความจุมากกว่ากาบนได้ 
  • เหมาะกับงานพ่นพื้นที่กว้าง งานพ่นประตู รั้ว โครงสร้างเหล็ก เครื่องจักร หรืองานที่ต้องการทำงานต่อเนื่อง 
  • ไม่ต้องหยุดเติมสีบ่อย 
  • ตำแหน่งกระป๋องใต้ตัวกาไม่บดบังมุมมองด้านบน ทำให้มองแนวพ่น และขอบชิ้นงานได้สะดวก
  • เหมาะกับสถานที่ทำงานที่มีการเตรียมสีกระป๋องสำรองไว้หลายชุด 
  • สามารถถอดเปลี่ยนกระป๋องเพื่อเปลี่ยนชนิดสี หรือเติมสีใหม่ได้รวดเร็ว 

อย่างไรก็ตาม ต้องระวังการปนเปื้อนของสีเก่าในท่อดูด และทางเดินในกา เพราะกาล่างมีท่อ และพื้นที่ที่สีค้างอยู่มากกว่ากาบน ถ้าล้างไม่ทั่วถึง สีที่แห้งอยู่ข้างใน อาจหลุดออกมาปนกับสีใหม่ และทำให้หัวฉีดอุดตัน

กาพ่นสี กาบน กาล่าง ต่างกันยังไง?

ความแตกต่างหลักระหว่างกาพ่นสีแบบกาบน และกาล่าง คือวิธีนำสีเข้าสู่หัวฉีด กาล่างอาศัย ความแตกต่างของความดัน ช่วยดันสีขึ้นมาตามท่อ ความแตกต่างนี้ส่งผลต่อปริมาณลมที่ต้องใช้ การควบคุมสี ปริมาณสีคงเหลือ น้ำหนักขณะทำงาน และประเภทของงานที่เหมาะสม

ด้านแรงดัน และอัตรากินลม

โดยทั่วไป กาบนสามารถทำงานด้วยแรงดันต่ำกว่า และใช้ลมอย่างมีประสิทธิภาพกว่า เพราะไม่ต้องสร้างแรงดูดสีจากด้านล่าง จึงเหมาะกับผู้ที่มีปั๊มลมขนาดไม่ใหญ่มาก แต่การตัดสินใจไม่ควรอาศัยประเภทกาบนหรือกาล่างอย่างเดียว 

กาพ่นสี แต่ละรุ่นอาจเป็นระบบ Conventional, HVLP หรือ LVLP ซึ่งมีอัตรากินลมแตกต่างกันมาก และกาบนแบบ HVLP บางรุ่นอาจกินลมมากกว่ากาล่างแบบทั่วไปบางรุ่นได้ จึงควรอ่านข้อมูลอัตรากินลมจากผู้ผลิตทุกครั้ง กาพ่นสี HVLP คืออะไร? ทำไมถึงกินลม มากกว่าที่คิด?

หลักการทำงาน ของ กาพ่นสี กาบน กาล่าง ต่างกันยังไง กันแน่

ด้านความจุ และความต่อเนื่อง

กาพ่นสีกาบน เหมาะกับการผสมสีเป็นรอบเล็ก ๆ และงานที่ต้องเปลี่ยนสี หรือสูตรสีบ่อย เพราะใช้สีได้เกือบหมด ส่วนกาล่างมักบรรจุสีได้มากกว่า จึงลดจำนวนครั้งในการหยุดเติมสี เหมาะกับงานที่ใช้สีชนิดเดิมพ่นต่อเนื่องบนพื้นที่กว้าง

อย่างไรก็ตาม ความจุที่มากขึ้นก็ทำให้น้ำหนักรวมเพิ่มขึ้นเช่นกัน กาล่างที่เติมสีเต็มกระป๋องอาจมีน้ำหนักดึงลงด้านล่าง ทำให้ข้อมือและแขนล้าเมื่อต้องพ่นเป็นเวลานาน ส่วนกาบนมีน้ำหนักอยู่เหนือมือและอาจทำให้รู้สึกโคลงในช่วงแรก จึงควรลองจับและพิจารณาสมดุลของกาพ่นสีร่วมกับความถนัดส่วนตัว ไม่เลือกจากความจุ อย่างเดียว

ด้านการทำความสะอาด

กาพ่นสีแบบกาบนมีเส้นทางการไหลของสีที่สั้น สีไหลจากกระป๋องเข้าสู่หัวฉีดโดยตรง จึงล้างทำความสะอาดได้รวดเร็ว และใช้ตัวทำละลายน้อยกว่าในหลายกรณี ส่วนกาล่างมีทั้ง กระป๋อง ท่อดูด ฝาปิด และทางเดินสีที่ต้องล้างให้ทั่ว ถ้าปล่อยสีแห้งคาท่อ ระบบอาจดูดสีได้ไม่เต็มที่ หรือเกิดเศษสีอุดตันภายในหัวฉีด

ไม่ว่าจะใช้กาแบบใด ควรล้างทันทีหลังใช้งาน ไม่ทิ้งสีไว้จนแห้ง โดยเฉพาะสีสองส่วนผสม หรือสีที่มีตัวเร่งแข็ง เพราะเมื่อสีแข็งตัวในทางเดินภายใน อาจไม่สามารถล้างออกได้ด้วยวิธีปกติ และต้องเปลี่ยนอะไหล่บางส่วนแทน

เลือก กาพ่นสี แบบไหนดี ระหว่างกาบนกับกาล่าง?

สำหรับคนที่ ต้องพ่นงานเล็กถึงปานกลาง ต้องการควบคุมเนื้อสีละเอียด ใช้สีไม่มาก และต้องเปลี่ยนสีบ่อย กาพ่นสีแบบกาบนเป็นตัวเลือกที่เหมาะ เพราะใช้สีได้คุ้ม ล้างง่าย และทำงานได้ดีด้วยแรงดันที่ไม่สูงมากในหลายรุ่น แต่ถ้าต้องพ่นพื้นที่กว้าง ใช้สีปริมาณมาก และไม่ต้องการหยุดเติมสีบ่อย กาพ่นสีแบบกาล่างอาจตอบโจทย์มากกว่า โดยมีเงื่อนไขว่าปั๊มลม ต้องจ่ายลมได้เพียงพอ

ผู้ซื้อไม่ควรตัดสินจากตำแหน่งกระป๋องเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณา:

  • ระบบของกา 
  • ขนาดหัวฉีด 
  • อัตรากินลม 
  • แรงดันที่แนะนำ 
  • ความจุกระป๋อง 
  • ชนิดสี 
  • ระยะเวลาที่ต้องพ่นต่อเนื่องร่วมกัน 

กาบนราคาถูกที่หัวฉีดผลิตไม่ละเอียดอาจให้ผิวงานด้อยกว่ากาล่างคุณภาพดี ขณะเดียวกัน กาล่างที่มีสเปกสูง ก็อาจไม่เหมาะกับปั๊มลมขนาดเล็ก 

ปัญหาที่พบบ่อยของกาบน และกาล่าง

หากกาพ่นสีแบบกาบนมีอาการสีไม่ไหล ควรตรวจสอบรูระบายอากาศที่ฝาถ้วย ความหนืดของสี ตะแกรงกรอง และหัวฉีด หากรูระบายอากาศตัน อากาศจะเข้าไปแทนที่ปริมาตรสีที่ไหลออกไม่ได้ จนเกิดแรงดันลบในกระป๋องและทำให้สีหยุดไหล 

กาพ่นสีแบบกาล่างที่มีอาการดูดสีไม่ขึ้น ควรตรวจสอบฝาปิดกระป๋อง ซีล ท่อดูด รูระบายอากาศ และปริมาณลม หากมีอากาศรั่วเข้าบริเวณท่อหรือฝาปิด ระบบอาจสร้างความต่างของความดันได้ไม่เพียงพอ

หากหน้าพัดลมพ่นเบี้ยว หรือสีออกมากด้านเดียว ปัญหาอาจมาจาก รูหัวลมอุดตัน ไม่ได้เกี่ยวกับตำแหน่งกระป๋องโดยตรง การใช้ของแข็งแคะรูหัวลม อาจทำให้รูเสียรูป และหน้าพัดลมผิดปกติถาวร 

ควรใช้แปรง และอุปกรณ์ทำความสะอาดที่เหมาะสม รวมถึงหลีกเลี่ยงการแช่ กาพ่นสี ทั้งตัวในตัวทำละลาย เพราะอาจทำให้ซีลภายในเสื่อมสภาพได้

หลักการทำงาน ของ กาพ่นสี กาบน กาล่าง ต่างกันยังไง กันแน่

สรุป หลักการทำงาน ทั้งกาบน และล่าง

กาพ่นสี แบบกาบน และกาล่างใช้หลักการพื้นฐานร่วมกันครับ คือใช้ลมอัด ทำให้สีแตกตัวเป็นละอองก่อนพ่นลงบนงาน แต่แตกต่างกัน ตรงวิธีส่งสีเข้าสู่หัวฉีด กาบนใช้แรงโน้มถ่วงช่วยให้สีไหลลง ควบคุมสีได้ละเอียด ใช้สีได้คุ้ม และมักทำงานได้ดีด้วยแรงดันไม่สูงมาก ส่วนกาล่างอาศัยความแตกต่างของความดัน ช่วยดันสีขึ้นผ่านท่อดูด จึงเหมาะกับกระป๋องขนาดใหญ่และงานที่ต้องพ่นต่อเนื่อง แต่ก็ต้องใช้ปริมาณลมเพียงพอ เพื่อรักษาการจ่ายสีให้สม่ำเสมอ

ถ้าต้องการงานละเอียด ผสมสีครั้งละไม่มาก เปลี่ยนสีบ่อย หรือมีปั๊มลมขนาดไม่ใหญ่มาก กาบนเป็นตัวเลือกที่เริ่มต้นได้ง่าย แต่ถ้าเน้นพ่นพื้นที่กว้าง ใช้สีจำนวนมาก และมีระบบลมที่รองรับ กาล่างจะช่วยลดการหยุดเติมสี และทำงานได้ต่อเนื่องมากขึ้น 

สุดท้ายแล้ว กาพ่นสี ที่เหมาะสมที่สุดไม่จำเป็นต้องเป็นแบบกาบนหรือกาล่างเสมอไป เพียงแค่ ต้องเป็นกาที่มีขนาดหัวฉีด อัตรากินลม และระบบการจ่ายสีสัมพันธ์กับชนิดสี ปั๊มลม และลักษณะงานเราจริง ๆ