เชือกมีกี่ประเภท แต่ละชนิดเหมาะกับงานอะไร

เชือกมีกี่ประเภท แต่ละชนิดเหมาะกับงานอะไร

Customers Also Purchased

เชือกเป็นอุปกรณ์ที่ดูเหมือนเลือกไม่ยาก เพราะหน้าที่หลักก็คือใช้ผูก มัด ขึง หรือลากสิ่งของ แต่เมื่อเดินเข้าไปเลือกซื้อจริง เราจะพบทั้งเชือกมะนิลาสีน้ำตาล เชือกพลาสติกสีสด เชือกถักผิวเรียบ เชือกไนลอนเส้นนุ่ม ไปจนถึงเชือกสำหรับวินช์ที่มีขนาดไม่ใหญ่มากแต่รับแรงได้สูง ความแตกต่างเหล่านี้ไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยงาม แต่เกิดจากวัสดุและโครงสร้างที่ถูกออกแบบมาสำหรับงานคนละแบบ

เชือกบางชนิดลอยน้ำได้ จึงเหมาะกับงานประมงหรือการทำแนวทุ่น บางชนิดยืดตัวเมื่อถูกกระชาก เหมาะกับงานผูกเรือ ขณะที่เชือกบางแบบแทบไม่ยืด เหมาะกับงานขึงหรืองานที่ต้องควบคุมระยะให้คงที่ การเลือกเชือกจึงไม่ควรดูเฉพาะว่าเส้นไหนหนา ราคาถูก หรือจับแล้วรู้สึกแข็งแรง แต่ต้องดูด้วยว่าเชือกเส้นนั้นจะต้องเจอกับน้ำ แดด แรงกระชาก ความร้อน หรือการเสียดสีมากน้อยแค่ไหน

เชือกมีกี่ประเภท

จำนวนประเภทของเชือกไม่มีตัวเลขตายตัว เพราะสามารถแบ่งได้หลายวิธี ทั้งแบ่งตามวัสดุ วิธีถัก ลักษณะการรับแรง และวัตถุประสงค์การใช้งาน หากแบ่งตามวัสดุที่พบได้ทั่วไป จะมีทั้งเชือกเส้นใยธรรมชาติ เชือกโพลีโพรพิลีน เชือกโพลีเอทิลีน เชือกไนลอน เชือกโพลีเอสเตอร์ และเชือกเส้นใยสมรรถนะสูงอย่าง HMPE

วัสดุแต่ละชนิดมีบุคลิกของตัวเอง เชือกเส้นใยธรรมชาติให้ผิวสัมผัสฝืดและดูเป็นธรรมชาติ เชือก PP และ PE มีน้ำหนักเบาและลอยน้ำได้ ไนลอนมีความยืดหยุ่น ช่วยรับแรงกระชาก ส่วนโพลีเอสเตอร์เด่นเรื่องความทนแดดและการยืดตัวไม่มาก ขณะที่ HMPE ถูกนำมาใช้ในงานที่ต้องการความแข็งแรงสูงแต่น้ำหนักเบา

เชือกมีกี่ประเภท แต่ละชนิดเหมาะกับงานอะไร

เชือกเส้นใยธรรมชาติ เหมาะกับงานที่ต้องการผิวสัมผัสและความสวยงาม

เชือกเส้นใยธรรมชาติผลิตจากวัสดุที่มาจากพืช เช่น มะนิลา ปอ ซิซาล และฝ้าย จุดเด่นคือผิวเชือกมีความฝืด จับได้ง่าย ผูกปมไม่ลื่นมาก และให้สีสันที่ดูอบอุ่น จึงยังได้รับความนิยมในงานตกแต่ง ร้านอาหาร สวน งานฝีมือ และงานกิจกรรม แม้ว่าปัจจุบันจะมีเชือกสังเคราะห์ที่แข็งแรงและทนสภาพอากาศมากกว่าให้เลือกใช้ก็ตาม

เชือกมะนิลาเป็นชนิดที่คุ้นตาที่สุด มักมีสีน้ำตาลและผลิตเป็นเชือกเกลียว เหมาะสำหรับทำราวเชือก งานตกแต่ง งานจัดสวน หรือใช้มัดของที่ไม่ได้รับแรงสูง ส่วนเชือกฝ้ายมีผิวที่นุ่มกว่า จึงเหมาะกับงานประดิษฐ์ งานถัก และบริเวณที่ไม่ต้องการให้เชือกขูดพื้นผิวมากนัก

ข้อจำกัดของเชือกธรรมชาติคือการดูดความชื้น เมื่อถูกน้ำหรือเก็บในที่อับเป็นเวลานาน เชือกอาจแข็ง มีกลิ่นอับ เกิดเชื้อรา หรือค่อย ๆ เปื่อยลง หากต้องนำไปใช้กลางแจ้งควรตรวจสภาพเป็นระยะ และไม่ควรใช้กับงานยกของ งานปีน หรือการป้องกันการตก เว้นแต่ผลิตภัณฑ์นั้นจะถูกออกแบบและรับรองมาสำหรับงานดังกล่าวโดยเฉพาะ

เชือก PP เชือกอเนกประสงค์ที่พบได้บ่อยในบ้านและงานเกษตร

เชือกโพลีโพรพิลีนหรือ PP เป็นเชือกที่พบได้ง่ายตามร้านฮาร์ดแวร์ ร้านอุปกรณ์การเกษตร และร้านวัสดุก่อสร้าง จุดเด่นคือมีน้ำหนักเบา ไม่ดูดน้ำมาก และลอยน้ำได้ จึงถูกนำไปผลิตเป็นเชือกมัดกระสอบ เชือกผูกต้นไม้ เชือกกั้นพื้นที่ เชือกทุ่น และเชือกสำหรับงานทั่วไปหลายรูปแบบ

เชือก PP มักมีสีสดและราคาเข้าถึงง่าย เหมาะกับงานที่ไม่ได้ต้องรับแรงสูงมาก เช่น มัดสิ่งของ ขึงแนวชั่วคราว ผูกวัสดุในสวน หรือทำเครื่องหมายแบ่งพื้นที่ หากใช้งานใกล้น้ำ เชือกชนิดนี้จะมีข้อดีตรงที่ไม่จมน้ำและมองเห็นแนวเชือกได้ง่ายกว่าเชือกที่มีน้ำหนักมาก

อย่างไรก็ตาม เชือก PP ทั่วไปไม่ได้ทนแดดและทนการเสียดสีเท่ากันทุกเกรด เชือกที่วางกลางแจ้งตลอดเวลาอาจค่อย ๆ ซีด แข็ง และกรอบ โดยเฉพาะรุ่นที่ไม่มีสารป้องกันรังสี UV การลากผ่านขอบปูน เหล็ก หรือพื้นหยาบบ่อย ๆ ก็ทำให้เส้นใยสึกได้เร็ว จึงเหมาะกับงานอเนกประสงค์มากกว่างานที่ต้องรับแรงต่อเนื่องหรือเกี่ยวข้องกับความปลอดภัย

เชือก PE เบา ไม่อุ้มน้ำ และเหมาะกับงานกลางแจ้งทั่วไป

เชือกโพลีเอทิลีนหรือ PE มีลักษณะใกล้เคียงกับเชือก PP หลายด้าน ทั้งเรื่องน้ำหนักเบา การลอยน้ำ และการดูดซึมน้ำที่น้อย ผิวเชือกมักค่อนข้างเรียบหรือลื่น จึงไม่เก็บคราบง่ายและล้างทำความสะอาดได้สะดวก พบได้มากในงานประมง ตาข่าย งานเกษตร และการมัดสิ่งของกลางแจ้ง

ในท้องตลาด เชือก PE บางรุ่นอาจถูกเรียกรวมว่าเชือกพลาสติกหรือเชือกไนล่อน ทั้งที่วัสดุไม่ใช่ไนลอนจริง ความสับสนนี้สำคัญพอสมควร เพราะ PE กับไนลอนมีพฤติกรรมต่างกัน โดยเฉพาะเรื่องการยืดตัวและการรับแรงกระชาก ก่อนซื้อจึงควรดูชื่อวัสดุบนฉลากมากกว่าดูจากชื่อที่ร้านใช้เรียกเพียงอย่างเดียว

เชือก PE เหมาะกับงานทั่วไปที่ต้องการเชือกเบา ใช้ใกล้น้ำ หรือวางกลางแจ้ง แต่เช่นเดียวกับเชือก PP ความสามารถในการรับแรงขึ้นอยู่กับทั้งขนาด โครงสร้าง และคุณภาพการผลิต หากต้องใช้ลาก ดึง หรือรับน้ำหนักจริงจัง ควรดูค่าที่ผู้ผลิตระบุ ไม่ควรประเมินจากความหนาของเส้นด้วยสายตา

เชือกมีกี่ประเภท แต่ละชนิดเหมาะกับงานอะไร

เชือกไนลอน เหมาะกับงานที่มีแรงกระชาก

เชือกไนลอนหรือเชือกโพลีเอไมด์มีจุดเด่นชัดเจนเรื่องความยืดหยุ่น เมื่อได้รับแรงดึงอย่างฉับพลัน เส้นเชือกจะยืดตัวและช่วยผ่อนแรงกระแทกที่ส่งไปยังจุดยึด คุณสมบัตินี้ทำให้ไนลอนถูกใช้กับเชือกผูกเรือ เชือกสมอ และงานลากบางประเภทที่มีการกระตุกหรือเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา

ตัวอย่างที่เข้าใจง่ายคือเรือที่ผูกอยู่กับท่า แม้เรือจะจอดนิ่ง แต่คลื่นและระดับน้ำทำให้ตัวเรือขยับไปมา หากใช้เชือกที่แข็งและแทบไม่ยืด แรงกระชากจะส่งตรงไปยังหลักผูกและอุปกรณ์บนเรือมากกว่า เชือกไนลอนช่วยรับแรงลักษณะนี้ได้ดีขึ้น เพราะเส้นเชือกสามารถยืดและคืนตัวได้ในระดับหนึ่ง

ความยืดหยุ่นที่เป็นข้อดีก็อาจกลายเป็นข้อจำกัดในงานขึง หากนำไนลอนไปขึงผ้าใบหรือทำแนวที่ต้องการระยะคงที่ เชือกอาจยืดจนแนวหย่อนลงได้ นอกจากนี้ไนลอนยังดูดความชื้นมากกว่าโพลีเอสเตอร์และเชือกพลาสติกบางชนิด สมบัติของเชือกเมื่อเปียกจึงอาจเปลี่ยนไปจากตอนแห้ง

อีกจุดที่ควรสังเกตคือคำว่าเชือกไนล่อนในร้านค้าบางแห่งอาจเป็นเพียงชื่อเรียกทั่วไป ไม่ได้หมายความว่าทำจากไนลอนจริงเสมอไป หากต้องการคุณสมบัติด้านการยืดตัวหรือการรับแรงกระชากโดยเฉพาะ ควรมองหาคำว่า Nylon, Polyamide หรือ PA บนฉลากสินค้า

เชือกโพลีเอสเตอร์ เหมาะกับงานกลางแจ้งและงานขึง

เชือกโพลีเอสเตอร์เป็นตัวเลือกที่ค่อนข้างสมดุลสำหรับงานกลางแจ้ง เพราะทนต่อแสงแดดได้ดี ดูดซึมน้ำน้อย และยืดตัวไม่มากเท่าไนลอน เมื่อใช้ขึงผ้าใบ เต็นท์ ธง หรือแนวต่าง ๆ เชือกจึงรักษาระยะได้ค่อนข้างคงที่ ไม่หย่อนตัวง่ายเมื่อได้รับแรงต่อเนื่อง

วัสดุชนิดนี้ยังพบได้มากในงานเรือและงานอุตสาหกรรม เพราะสามารถใช้งานในสภาพเปียกได้ดีและทนต่อการเสียดสีพอสมควร เชือกถักหลายรุ่นใช้โพลีเอสเตอร์เป็นปลอกด้านนอกเพื่อช่วยป้องกันแกนรับแรงภายในจากการเสียดสีกับรอก ขอบโลหะ หรือพื้นผิวหยาบ

ข้อแตกต่างจากเชือก PP และ PE คือโพลีเอสเตอร์มีน้ำหนักมากกว่าและไม่ลอยน้ำ หากงานต้องการให้เชือกลอยอยู่บนผิวน้ำ เชือกประเภทนี้อาจไม่เหมาะ แต่สำหรับงานที่ต้องวางกลางแดด ขึงเป็นเวลานาน หรือควบคุมระยะให้คงที่ โพลีเอสเตอร์มักเป็นตัวเลือกที่ใช้งานได้ดีและดูแลไม่ยุ่งยาก

เชือก HMPE สำหรับงานที่ต้องการทั้งความเบาและความแข็งแรง

HMPE ย่อมาจาก High Modulus Polyethylene เป็นเส้นใยโพลีเอทิลีนสมรรถนะสูง ชื่อทางการค้าที่หลายคนคุ้นเคยคือ Dyneema และ Spectra เชือกกลุ่มนี้มีจุดเด่นเรื่องอัตราส่วนความแข็งแรงต่อน้ำหนักสูง ตัวเชือกจึงมีน้ำหนักเบา ลอยน้ำ และยืดตัวต่ำเมื่อเทียบกับเชือกทั่วไป

HMPE มักพบในเชือกวินช์ เชือกเรือสมรรถนะสูง งานลาก และงานดึงในภาคอุตสาหกรรม เชือกวินช์สังเคราะห์ที่ผลิตจากวัสดุชนิดนี้จัดการได้ง่ายกว่าเชือกลวดในหลายด้าน เพราะมีน้ำหนักเบาและไม่มีเสี้ยนโลหะ แต่ก็ต้องระวังเรื่องการเสียดสีกับขอบคม ความร้อนที่เกิดระหว่างใช้งาน และความเสียหายที่อาจซ่อนอยู่ในเส้นใย

แม้ HMPE จะรับแรงได้สูง แต่ไม่ควรซื้อเชือกที่ระบุเพียงชื่อวัสดุมาใช้กับวินช์หรืองานลากทันที เชือกสำหรับงานเหล่านี้ต้องออกแบบทั้งโครงสร้าง การถัก การเคลือบผิว และวิธีเข้าหัวให้เหมาะกับอุปกรณ์ เชือก HMPE ทั่วไปอาจมีหน้าตาคล้ายกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะรับแรงหรือทนการเสียดสีได้เท่ากัน

เชือกมีกี่ประเภท แต่ละชนิดเหมาะกับงานอะไร

เลือกเชือกให้เหมาะกับงาน ควรดูจากอะไร

วิธีเลือกเชือกที่ง่ายที่สุดคือเริ่มจากสภาพที่เชือกต้องเจอ หากเป็นงานมัดกล่อง กระสอบ หรือกิ่งไม้ทั่วไป เชือก PP, PE หรือเชือกเส้นใยธรรมชาติก็เพียงพอ ควรเลือกเส้นที่จับถนัด ผูกปมง่าย และไม่บาดสิ่งของมากเกินไป

  • งานในสวนหรือการเกษตรควรคำนึงถึงแดดและระยะเวลาที่ต้องผูกทิ้งไว้ เชือกที่ไม่มีการป้องกัน UV อาจแข็งและกรอบหลังใช้งานกลางแจ้งเป็นเวลานาน หากใช้ผูกต้นไม้ควรเผื่อพื้นที่ให้ลำต้นโต ไม่ควรรัดแน่นจนเชือกบาดเข้าไปในเปลือก
  • งานใกล้น้ำต้องดูทั้งการลอยน้ำและพฤติกรรมเมื่อรับแรง PP, PE และ HMPE ลอยน้ำได้ แต่หากเป็นเชือกผูกเรือ ความสามารถในการรับแรงกระชากอาจสำคัญกว่าการลอย ไนลอนจึงยังเป็นวัสดุที่เหมาะกับงานผูกเรือหลายรูปแบบ ขณะที่โพลีเอสเตอร์เหมาะกับตำแหน่งที่ต้องการให้เชือกยืดตัวไม่มาก
  • สำหรับงานขึงผ้าใบ เต็นท์ หรือแนวกลางแจ้ง โพลีเอสเตอร์มักควบคุมระยะได้ดีกว่าไนลอน ส่วนงานวินช์และงานลากกำลังสูงควรใช้เชือกที่ผลิตมาสำหรับอุปกรณ์นั้นโดยตรง ไม่ควรนำเชือกทั่วไปมาใช้แทนเพียงเพราะมีขนาดใหญ่หรือทำจากวัสดุเดียวกัน
  • งานยกของ งานปีน งานโรยตัว และงานป้องกันการตกเป็นกลุ่มที่ต้องระมัดระวังมากที่สุด เชือกสำหรับมัดของทั่วไปไม่สามารถนำไปใช้แทนสลิงหรือเชือกนิรภัยได้ แม้เส้นจะหนาและดูแข็งแรง ต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐาน มีพิกัดรับแรง และเข้ากันได้กับอุปกรณ์ในระบบเท่านั้น

เชือกที่เหมาะกับงาน ไม่จำเป็นต้องเป็นเชือกที่แข็งแรงที่สุด

งานทั่วไปในบ้าน สวน หรือการเกษตรมักใช้เชือก PP และ PE ได้สะดวก เพราะมีน้ำหนักเบาและราคาไม่สูง งานตกแต่งเหมาะกับเชือกมะนิลา ปอ หรือฝ้าย ส่วนงานกลางแจ้งที่ต้องขึงไว้เป็นเวลานาน โพลีเอสเตอร์มักได้เปรียบเรื่องความทนแดดและการยืดตัวที่ไม่มาก

หากงานมีแรงกระชาก เชือกไนลอนจะมีคุณสมบัติที่เหมาะกว่า ขณะที่งานวินช์หรืองานลากกำลังสูงอาจเลือกใช้ HMPE ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ สำหรับงานยกของ งานปีน และงานป้องกันการตก ต้องใช้เชือกหรือสลิงที่มีมาตรฐานและพิกัดตรงกับงานเท่านั้น

ก่อนซื้อจึงควรถามตัวเองว่า เชือก จะต้องรับแรงแบบใด ใช้ในร่มหรือกลางแจ้ง ต้องลอยน้ำหรือไม่ และจะสัมผัสกับขอบคมหรือความร้อนมากแค่ไหน เมื่อรู้เงื่อนไขเหล่านี้ การเลือกเชือกจะง่ายขึ้นมาก และช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาที่เกิดจากการเลือกเชือกตามสี ราคา หรือขนาดเพียงอย่างเดีย