Customers Also Purchased
การทาสีผนังด้วยตัวเองเป็นงานที่หลายคนคิดว่าไม่ยาก แค่เตรียมสี ถาดสี แปรง และ ลูกกลิ้งทาสี ให้พร้อม ก็สามารถเริ่มลงมือได้แล้ว แต่พอทาจริงกลับพบว่าผนังไม่ได้เรียบเนียนอย่างที่คาดไว้ บางจุดเห็นเป็นเส้น บางจุดเป็นคราบ บางช่วงสีหนาบางไม่เท่ากัน หรือเมื่อแสงส่องเฉียงเข้าผนังแล้วเห็นรอยลูกกลิ้งชัดเจน
ปัญหานี้เกิดขึ้นได้บ่อย โดยเฉพาะกับคนที่ทาสีเองครั้งแรก แต่ไม่ได้หมายความว่าสีไม่ดีเสมอไป เพราะรอยลูกกลิ้งบนผนังอาจเกิดจากหลายปัจจัย ทั้งการเตรียมพื้นผิวไม่พร้อม ใช้ลูกกลิ้งทาสีไม่เหมาะกับผนัง จุ่มสีมากหรือน้อยเกินไป กดลูกกลิ้งแรงเกินไป หรือทาสีทับบริเวณที่สีเริ่มแห้งแล้ว ถ้ารู้ว่าสาเหตุของรอยเหล่านี้มาจากอะไร ก็จะช่วยแก้ปัญหาได้ตรงจุด และทำให้งานทาสีผนังออกมาดูเรียบ สม่ำเสมอ และสวยขึ้นกว่าเดิม
ทาสีแล้วเป็นเส้น เป็นรอยลูกกลิ้ง คือปัญหาแบบไหน
รอยลูกกลิ้งบนผนังมักเป็นรอยที่เกิดจากการกระจายตัวของสีไม่สม่ำเสมอ บางจุดสีหนา บางจุดสีบาง หรือมีรอยต่อระหว่างแนวที่กลิ้งสีทับกันไม่กลืนเป็นเนื้อเดียวกัน หลังสีแห้งแล้วจึงมองเห็นเป็นเส้น เป็นปื้น หรือเป็นแนวตามทิศทางที่กลิ้งลูกกลิ้ง
บางครั้งรอยเหล่านี้อาจยังไม่ชัดในขณะทา แต่จะเริ่มมองเห็นมากขึ้นเมื่อสีแห้ง โดยเฉพาะผนังเรียบ ผนังสีเข้ม ผนังที่อยู่ใกล้หน้าต่าง หรือผนังที่มีไฟส่องเฉียง เพราะแสงจะทำให้เห็นความต่างของผิวสีได้ง่ายกว่าเดิม
สาเหตุที่ทำให้ทาสีแล้วเป็นรอยลูกกลิ้ง
1. สีบนลูกกลิ้งมากเกินไปหรือน้อยเกินไป
ปริมาณสีบนลูกกลิ้งมีผลกับผิวงานมาก หากจุ่มสีมากเกินไป สีจะอุ้มอยู่บนลูกกลิ้งเยอะ เมื่อนำไปกลิ้งบนผนัง สีอาจออกมาเป็นแถบหนา เป็นคราบ หรือไหลย้อยได้ง่าย แต่ถ้าสีบนลูกกลิ้งน้อยเกินไป ลูกกลิ้งจะเริ่มแห้งและฝืด ทำให้สีติดผนังไม่เต็ม เกิดเป็นเส้นขาด ๆ หาย ๆ หรือเห็นแนวกลิ้งชัดหลังสีแห้ง
วิธีที่เหมาะคือจุ่มสีให้ทั่วลูกกลิ้ง แล้วกลิ้งบนถาดสีเพื่อรีดสีส่วนเกินออกก่อนนำไปทาผนัง ลูกกลิ้งควรมีสีเคลือบทั่วทั้งลูก แต่ไม่ควรชุ่มจนสีหยด และไม่ควรรีดจนแห้งเกินไป เพราะทั้งสองแบบทำให้ผิวสีไม่สม่ำเสมอได้
2. กดลูกกลิ้งแรงเกินไป
หลายคนคิดว่าการกดลูกกลิ้งแรง ๆ จะช่วยให้สีติดผนังดีขึ้น แต่จริง ๆ แล้วการกดแรงเกินไปอาจทำให้สีถูกรีดออกไม่เท่ากัน และทำให้ขอบลูกกลิ้งทิ้งรอยเป็นเส้นชัดเจน โดยเฉพาะบริเวณขอบซ้ายและขวาของแนวกลิ้ง
การใช้ลูกกลิ้งทาสีควรใช้แรงกดพอดี ให้ลูกกลิ้งหมุนไปกับผนังอย่างลื่น ๆ ไม่ต้องฝืนกดจนแน่น หากรู้สึกว่าสีเริ่มไม่ออกหรือกลิ้งแล้วฝืด ควรเติมสีใหม่แทนการเพิ่มแรงกด เพราะการฝืนกลิ้งตอนลูกกลิ้งเริ่มแห้งจะยิ่งทำให้เกิดรอยได้ง่าย
3. กลิ้งซ้ำตอนสีเริ่มแห้ง
อีกสาเหตุสำคัญที่ทำให้ทาสีแล้วเป็นเส้น คือการกลิ้งทับบริเวณที่สีเริ่มแห้งหรือเริ่มเหนียวแล้ว เมื่อสีชั้นแรกเริ่มเซตตัว การเอาลูกกลิ้งไปกลิ้งซ้ำอาจดึงผิวสีขึ้นมา ทำให้เกิดรอยเป็นปื้น รอยคราบ หรือแนวทับซ้อนที่มองเห็นได้ชัดหลังสีแห้ง ถ้าต้องการเกลี่ยสี ควรทำในขณะที่สียังเปียกอยู่ ไม่ควรทิ้งช่วงนานจนขอบสีแห้งแล้วค่อยกลับมากลิ้งทับใหม่ เพราะจะทำให้เกิดรอยต่อระหว่างพื้นที่เก่ากับพื้นที่ใหม่ได้ง่าย
4. ไม่รักษาขอบสีให้เปียกขณะทา
เวลาทาสีผนังขนาดใหญ่ ควรทาต่อเนื่องจากพื้นที่หนึ่งไปยังอีกพื้นที่หนึ่ง โดยให้ขอบสีเดิมยังเปียกอยู่ แล้วกลิ้งสีใหม่เข้าหาขอบนั้น วิธีนี้ช่วยให้สีแต่ละช่วงกลืนกันมากขึ้น และลดโอกาสเกิดรอยต่อระหว่างแนวลูกกลิ้ง ถ้าทาเป็นช่วง ๆ แล้วปล่อยให้บางส่วนแห้งก่อน พอกลับมาทาต่อ สีใหม่กับสีเดิมอาจแห้งไม่พร้อมกัน ทำให้ผนังดูเป็นแถบ เป็นคราบ หรือเห็นเส้นแบ่งระหว่างพื้นที่ที่ทาคนละช่วงเวลาได้
5. เลือกลูกกลิ้งทาสีไม่เหมาะกับพื้นผิว
ลูกกลิ้งทาสีมีหลายแบบ ทั้งขนสั้น ขนกลาง และขนยาว แต่ละแบบเหมาะกับพื้นผิวไม่เหมือนกัน หากเลือกผิดประเภท อาจทำให้สีไม่เรียบ สีเข้าไม่ถึงพื้นผิว หรือเกิดรอยลูกกลิ้งมากกว่าที่ควร
โดยทั่วไป ผนังเรียบภายในบ้านมักเหมาะกับลูกกลิ้งขนสั้นถึงขนกลาง เพราะช่วยให้ผิวสีดูเรียบและไม่ทิ้งลายมากเกินไป ส่วนผนังปูนหยาบ ผนังมีพื้นผิว หรือผนังภายนอก อาจต้องใช้ลูกกลิ้งขนยาวขึ้น เพื่อให้สีเข้าไปตามร่องและพื้นผิวได้ทั่วถึงกว่า ถ้าใช้ลูกกลิ้งขนยาวกับผนังเรียบมากเกินไป ผิวสีอาจดูเป็นลายหรือเป็นเม็ดมากกว่าที่ต้องการ แต่ถ้าใช้ลูกกลิ้งขนสั้นกับผนังหยาบ สีอาจเข้าไม่ทั่ว ทำให้ผนังดูด่างหรือไม่สม่ำเสมอได้
6. ลูกกลิ้งคุณภาพไม่ดีหรือขนหลุดง่าย
ลูกกลิ้งราคาถูกบางรุ่นอาจอุ้มสีได้ไม่ดี ปล่อยสีไม่สม่ำเสมอ หรือมีขนหลุดติดผนังระหว่างทาสี เมื่อใช้กับผนังพื้นที่กว้าง จะยิ่งเห็นความต่างชัด เพราะผิวงานอาจเป็นเส้น เป็นคราบ หรือมีเศษขนติดอยู่บนสีที่ยังเปียก
ก่อนใช้ลูกกลิ้งใหม่ ควรปัดขนหลวม ๆ ออกก่อน อาจใช้เทปกาวแตะเบา ๆ บนผิวลูกกลิ้ง หรือกลิ้งบนพื้นผิวสะอาดเพื่อช่วยดึงขนที่หลุดง่ายออก หากใช้กับสีน้ำ สามารถทำให้ลูกกลิ้งชื้นเล็กน้อยแล้วสะบัดน้ำส่วนเกินออกได้ แต่ไม่ควรให้ลูกกลิ้งเปียกชุ่ม เพราะน้ำที่มากเกินไปอาจทำให้สีเจือจางและทาออกมาไม่สม่ำเสมอ
7. ผนังไม่ได้เตรียมพื้นผิวให้พร้อมก่อนทา
บางครั้งรอยที่เห็นหลังทาสีไม่ได้เกิดจากลูกกลิ้งโดยตรง แต่เกิดจากผนังเดิมมีปัญหา เช่น มีฝุ่น คราบมัน สีเก่าลอก รอยโป๊วไม่เรียบ ผนังดูดซึมสีไม่เท่ากัน หรือมีความชื้นสะสม เมื่อทาสีทับลงไป สีจึงแห้งไม่เท่ากันและเกิดเป็นคราบ
ก่อนทาสีควรทำความสะอาดผนัง ขัดรอยนูน อุดรอยแตกร้าว และปล่อยให้พื้นผิวแห้งสนิท หากเป็นผนังใหม่ ผนังที่ดูดซึมสีมาก หรือผนังที่ผ่านการซ่อมโป๊วหลายจุด ควรใช้สีรองพื้นให้เหมาะสมก่อนทาสีจริง เพื่อช่วยให้สีทับหน้าเกาะผนังได้ดีและแห้งสม่ำเสมอขึ้น
8. ทาสีตอนผนังร้อนหรืออากาศแห้งเกินไป
สภาพอากาศมีผลกับงานทาสีมากกว่าที่หลายคนคิด หากทาสีในช่วงแดดแรง ผนังร้อน ลมโกรกมาก หรืออากาศแห้งเกินไป สีอาจแห้งเร็วเกินกว่าจะเกลี่ยให้เรียบได้ทัน ทำให้เกิดรอยต่อ รอยคราบ หรือรอยลูกกลิ้งชัดขึ้น
สำหรับบ้านในไทย ควรหลีกเลี่ยงการทาสีบนผนังที่โดนแดดตรง ๆ หรือผนังที่ยังสะสมความร้อนอยู่มาก หากเป็นผนังภายใน ควรเลือกช่วงที่อากาศไม่ร้อนจัด และไม่เปิดพัดลมเป่าผนังแรงเกินไปขณะทา เพราะอาจทำให้สีแห้งไวและเกิดรอยได้ง่าย
9. พยายามทาให้ปิดสีเดิมในรอบเดียว
การทาสีให้สวยไม่ควรพยายามทาหนา ๆ เพื่อให้ปิดสีเดิมในรอบเดียว โดยเฉพาะเมื่อต้องเปลี่ยนจากสีเข้มเป็นสีอ่อน หรือผนังเดิมมีคราบและสีไม่สม่ำเสมอ เพราะการทาสีหนาเกินไปอาจทำให้สีไหลย้อย เป็นคลื่น หรือเห็นรอยลูกกลิ้งชัดหลังแห้ง
ทางที่ดีกว่าคือทาให้ได้ความหนาที่สม่ำเสมอตามคำแนะนำของสี ไม่หนาเกินไปจนไหล และไม่บางเกินไปจนสีขาด จากนั้นรอให้แห้งตามเวลาที่กำหนด แล้วค่อยทาทับรอบถัดไป งานสีที่ค่อย ๆ สร้างชั้นอย่างสม่ำเสมอมักให้ผิวงานที่เรียบกว่า
ทาสียังไงให้รอยลูกกลิ้งน้อยลง
แบ่งพื้นที่ทาให้เหมาะสม
ก่อนเริ่มทา ควรวางแผนว่าจะเริ่มจากจุดไหนไปจุดไหน และแบ่งผนังเป็นพื้นที่ย่อย ๆ ที่สามารถทาต่อเนื่องได้ ไม่ควรกลิ้งกระโดดไปมาหลายตำแหน่ง เพราะจะทำให้สีแต่ละส่วนแห้งไม่พร้อมกันและเกิดรอยต่อได้ง่าย
เมื่อลงสีบนผนังแล้ว ควรกลิ้งให้แนวสีซ้อนทับกันเล็กน้อย เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างหรือเส้นแบ่งระหว่างแนวลูกกลิ้ง การทาต่อเนื่องทีละช่วงจะช่วยให้สีดูกลืนกันมากกว่าการทาแบบหยุด ๆ ต่อ ๆ
รักษาขอบสีให้ยังเปียกอยู่
หลักสำคัญของการลดรอยลูกกลิ้งคือพยายามให้ขอบสีที่กำลังทายังเปียกอยู่เสมอ แล้วทาสีต่อเข้าหาขอบนั้น วิธีนี้ช่วยให้สีใหม่กับสีเดิมกลืนกันมากขึ้น และลดโอกาสเกิดรอยต่อหลังสีแห้ง ถ้าจำเป็นต้องหยุดพัก ควรหยุดที่มุมผนัง ขอบประตู ขอบหน้าต่าง หรือจุดตัดตามธรรมชาติของผนัง แทนการหยุดกลางผนัง เพราะรอยต่อกลางผนังมักมองเห็นได้ง่ายกว่า
ไม่กดลูกกลิ้งจนสีหมดเกลี้ยง
เมื่อลูกกลิ้งเริ่มแห้ง สีจะเริ่มออกไม่สม่ำเสมอและเกิดรอยเส้นได้ง่าย อย่าฝืนกลิ้งต่อจนลูกกลิ้งแทบไม่มีสีเหลืออยู่ ควรเติมสีใหม่เมื่อรู้สึกว่าลูกกลิ้งเริ่มฝืด สีเริ่มบาง หรือแนวที่กลิ้งเริ่มไม่เต็มผนัง การใช้สีในปริมาณที่พอดีและสม่ำเสมอ จะช่วยให้ผิวสีเรียบกว่า ทั้งยังลดปัญหาผนังเป็นคราบหรือเห็นแนวลูกกลิ้งหลังสีแห้ง
ใช้แปรงเก็บขอบก่อน แล้วตามด้วยลูกกลิ้ง
บริเวณมุมผนัง ขอบบัว ขอบประตู หน้าต่าง หรือจุดที่ลูกกลิ้งเข้าไม่ถึง ควรใช้แปรงทาสีเก็บขอบก่อน จากนั้นใช้ลูกกลิ้งทาสีบริเวณพื้นที่กว้างให้ต่อเนื่องเข้าใกล้ขอบที่ยังไม่แห้ง วิธีนี้ช่วยให้สีบริเวณขอบและพื้นที่กลางผนังดูเชื่อมกันมากขึ้น ไม่ควรเก็บขอบทิ้งไว้นานจนสีแห้งสนิทแล้วค่อยกลิ้งพื้นที่ใหญ่ตามทีหลัง เพราะอาจเห็นรอยต่อระหว่างสีที่ทาด้วยแปรงกับสีที่ทาด้วยลูกกลิ้งได้
เลือกลูกกลิ้งทาสีผนังให้เหมาะกับงาน
สำหรับงานทาสีภายในบ้าน ควรเลือกลูกกลิ้งทาสีผนังที่เหมาะกับลักษณะพื้นผิว หากเป็นผนังเรียบ ควรเลือกลูกกลิ้งที่ให้ผิวงานละเอียด ขนไม่ยาวเกินไป และอุ้มสีได้สม่ำเสมอ ส่วนผนังภายนอกหรือผนังปูนหยาบ ควรเลือกลูกกลิ้งที่ขนยาวขึ้นตามลักษณะพื้นผิว เพื่อให้สีเข้าถึงร่องผิวได้ดีขึ้น นอกจากความยาวขนแล้ว ควรดูคุณภาพของลูกกลิ้งด้วย ลูกกลิ้งที่ขนแน่น ไม่หลุดง่าย และปล่อยสีได้ดี จะช่วยให้ทาสีง่ายขึ้น ลดรอยเส้น และช่วยให้งานสีออกมาดูเรียบกว่า
ถ้าทาไปแล้วเป็นรอยลูกกลิ้ง แก้ยังไง
ถ้าสีเพิ่งทาและยังเปียกอยู่ สามารถใช้ลูกกลิ้งที่มีสีพอดีเกลี่ยซ้ำเบา ๆ ให้สีเสมอกันได้ แต่ต้องระวังไม่กดแรงและไม่กลิ้งซ้ำมากเกินไป เพราะอาจทำให้ผิวสีเริ่มเสียหรือเกิดรอยมากกว่าเดิม
ถ้าสีเริ่มเหนียวหรือเริ่มแห้งแล้ว ไม่ควรฝืนกลิ้งทับทันที เพราะอาจดึงผิวสีขึ้นมาและทำให้รอยชัดกว่าเดิม ควรรอให้สีแห้งสนิทก่อน แล้วค่อยประเมินอีกครั้ง
หากรอยที่เกิดขึ้นเป็นเพียงสีหนาบางไม่เท่ากัน อาจทาทับอีกหนึ่งรอบด้วยเทคนิคที่ถูกต้อง โดยรักษาปริมาณสีให้สม่ำเสมอและทาต่อเนื่อง แต่ถ้ามีรอยนูน รอยหยด หรือผิวสีเป็นก้อน ควรขัดผิวเบา ๆ ให้เรียบ ทำความสะอาดฝุ่น แล้วค่อยทาสีใหม่
ในกรณีที่ผนังเป็นคราบเพราะพื้นผิวดูดซึมสีไม่เท่ากัน อาจต้องใช้สีรองพื้นก่อนทาทับ เพื่อช่วยให้ผนังรับสีได้สม่ำเสมอขึ้น และลดโอกาสเกิดคราบซ้ำ
เลือกลูกกลิ้งทาสีให้ถูก ช่วยให้งานเรียบขึ้นจริงไหม
การเลือกลูกกลิ้งทาสีให้เหมาะกับงานมีผลกับคุณภาพผิวสีจริง เพราะลูกกลิ้งแต่ละแบบอุ้มสีและปล่อยสีไม่เหมือนกัน หากเลือกได้เหมาะกับพื้นผิว จะช่วยให้ทาสีง่ายขึ้น สีลงผนังได้สม่ำเสมอขึ้น และลดโอกาสเกิดรอยเส้นหรือรอยลูกกลิ้งบนผนัง
สำหรับงานทาสีผนังเรียบในบ้าน ควรเลือกใช้ลูกกลิ้งทาสีผนังที่ขนไม่ยาวเกินไป ขนแน่น และไม่หลุดง่าย ส่วนงานผนังหยาบ ผนังภายนอก หรือพื้นผิวที่มีร่อง ควรเลือกลูกกลิ้งที่เหมาะกับพื้นผิวหยาบมากขึ้น เพื่อให้สีเข้าไปตามร่องได้ทั่วถึง
นอกจากลูกกลิ้งแล้ว อุปกรณ์อื่นก็มีส่วนช่วยให้งานเรียบร้อยขึ้น เช่น ถาดสีสำหรับรีดสีส่วนเกิน ด้ามต่อลูกกลิ้งสำหรับผนังสูง แปรงสำหรับเก็บขอบ เทปกาวสำหรับกันเลอะ และผ้าคลุมพื้น เพราะงานทาสีที่ออกมาดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับสีอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการเตรียมงานและวิธีใช้อุปกรณ์ทั้งหมดร่วมกัน
ก่อนเริ่มทาสี ควรเช็กอะไรบ้าง
ก่อนลงมือทาสี ควรเช็กพื้นผิวผนังให้สะอาด แห้ง และเรียบพอสมควร เลือก ลูกกลิ้งทาสี ให้เหมาะกับพื้นผิว เตรียมถาดสีให้พร้อม และวางแผนว่าจะเริ่มทาจากจุดไหนไปจุดไหน เพื่อให้ทาได้ต่อเนื่อง ไม่หยุดกลางผนังจนเกิดรอยต่อ
การทาสีให้เรียบไม่จำเป็นต้องรีบร้อน แต่ควรใส่ใจกับจังหวะการทา ปริมาณสี และการเกลี่ยให้สม่ำเสมอ หากใช้ลูกกลิ้งถูกประเภท ไม่กดแรงเกินไป ไม่รีดสีจนบางเกินไป และไม่กลิ้งซ้ำตอนสีเริ่มแห้ง ก็จะช่วยลดปัญหาทาสีแล้วเป็นเส้นหรือเห็นรอยลูกกลิ้งได้มากขึ้น
หากต้องทาสีผนังพื้นที่กว้าง การเลือกลูกกลิ้งทาสีที่อุ้มสีดี ขนไม่หลุดง่าย และมีขนาดเหมาะกับพื้นที่ จะช่วยให้งานเร็วขึ้นและลดโอกาสเกิดรอยได้ดีกว่าการใช้อุปกรณ์ที่ไม่เหมาะกับงาน สำหรับคนที่ต้องการทาสีเองให้ผนังดูเรียบขึ้น จุดเริ่มต้นที่สำคัญคือเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะ เตรียมพื้นผิวให้ดี และทาสีอย่างต่อเนื่องตามขั้นตอน เพราะรายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้มีผลกับความเรียบร้อยของผนังหลังทาสีมากกว่าที่คิด
TH
English









