เลือก แมกเนติกคอนแทคเตอร์ กี่แอมป์ดี? อย่าดูแค่ตัวเลขบนตัวเครื่อง

Customers Also Purchased

เวลาเลือก แมกเนติกคอนแทคเตอร์ หลายคนมักเริ่มจากคำถามสั้น ๆ ว่า “เอากี่แอมป์ดี” แล้วก็ไปดูที่ตัวสินค้า เห็นเขียน 18A, 25A, 32A หรือ 40A ก็คิดว่าแค่เลือกให้มากกว่าโหลดนิดหน่อยก็น่าจะพอ แต่ในงานจริง การเลือกแมกเนติกคอนแทคเตอร์ไม่ได้จบแค่ตัวเลขแอมป์บนตัวเครื่อง เพราะคอนแทคเตอร์ตัวเดียวกันอาจรับโหลดได้ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับว่าเอาไปใช้กับอะไร ถ้าใช้กับฮีตเตอร์อย่างหนึ่ง ใช้กับมอเตอร์ก็อีกอย่าง ใช้กับคาปาซิเตอร์ก็ยิ่งต้องดูคนละแบบ

นี่เป็นเหตุผลที่บางคนซื้อคอนแทคเตอร์มาแล้วเหมือนจะเลือกแอมป์พอ แต่ใช้ไปไม่นานหน้าสัมผัสไหม้ ขั้วต่อร้อน คอนแทคเตอร์ดัง หรือดูดไม่อยู่ ปัญหาอาจไม่ได้มาจากของไม่ดีเสมอไป แต่อาจเริ่มตั้งแต่เลือกขนาดไม่ตรงกับลักษณะงาน

เลือก แมกเนติกคอนแทคเตอร์ กี่แอมป์ดี อย่าดูแค่ตัวเลขบนตัวเครื่องก่อนถามว่ากี่แอมป์ ต้องรู้ก่อนว่าเอาไปคุมอะไร

จุดแรกที่ต้องดูก่อนคือโหลดที่ต้องการควบคุมเป็นอะไร เพราะโหลดแต่ละชนิดทำให้คอนแทคเตอร์ทำงานหนักไม่เท่ากัน

ถ้าเป็นโหลดความร้อน เช่น ฮีตเตอร์ เตาอบ หรือโหลดที่เป็นความต้านทาน ภาระตอนเปิดใช้งานจะไม่เหมือนมอเตอร์ แต่ถ้าเป็นปั๊มน้ำ พัดลม โบลเวอร์ คอมเพรสเซอร์ หรือเครื่องจักรที่ใช้มอเตอร์ โหลดพวกนี้จะมีกระแสช่วงสตาร์ทสูงกว่าตอนเดินปกติหลายเท่า ถึงจะเป็นช่วงสั้น ๆ แต่ก็มีผลกับหน้าสัมผัสของคอนแทคเตอร์โดยตรง เพราะฉะนั้น การเลือกคอนแทคเตอร์จึงไม่ควรเริ่มจาก “อยากได้กี่แอมป์” อย่างเดียว แต่ควรเริ่มจาก “จะเอาไปคุมโหลดอะไร” ก่อนเสมอ

เลขแอมป์บนคอนแทคเตอร์ไม่ได้แปลว่าใช้ได้กับทุกงาน

จุดที่ทำให้หลายคนเลือกพลาดคือเห็นตัวเลขแอมป์บนคอนแทคเตอร์แล้วเข้าใจว่าโหลดอะไรก็ใช้ได้เท่านั้นทั้งหมด ทั้งที่จริงแล้วในสเปกคอนแทคเตอร์จะมีการแยกประเภทการใช้งานไว้ เช่น AC-1 และ AC-3

AC-1 มักใช้กับโหลดที่ไม่กระชากหนัก เช่น โหลดความร้อน หรือโหลดที่มีความเหนี่ยวนำต่ำ ส่วน AC-3 จะเกี่ยวกับงานมอเตอร์ทั่วไป เช่น มอเตอร์กรงกระรอกที่มีการสตาร์ทและตัดต่อขณะใช้งาน

คอนแทคเตอร์ตัวเดียวกันจึงอาจเขียนว่าใช้กับ AC-1 ได้กระแสสูงกว่ามาก แต่พอเป็น AC-3 กลับรองรับกระแสได้น้อยกว่า ตัวอย่างเช่น รุ่นหนึ่งอาจใช้กับ AC-1 ได้ 32A แต่ใช้กับ AC-3 ได้ 18A ถ้าเอาไปคุมมอเตอร์ ต้องยึดค่า AC-3 ไม่ใช่หยิบค่า 32A มาใช้ทันที

ตรงนี้สำคัญมาก เพราะมอเตอร์ไม่ได้กินกระแสแบบนิ่ง ๆ เหมือนโหลดความร้อนทั่วไป ตอนเริ่มหมุนจะมีกระแสกระชาก และหน้าสัมผัสต้องรับภาระหนักกว่า การเลือกจากค่า AC-1 ไปใช้กับมอเตอร์จึงมีโอกาสทำให้คอนแทคเตอร์ทำงานหนักเกินสเปกและเสียเร็วกว่าที่ควร

ถ้าใช้กับมอเตอร์ ให้เริ่มจากป้ายมอเตอร์

ถ้าโหลดที่ต้องการคุมคือมอเตอร์ วิธีเลือกที่ควรทำคือดูป้ายเนมเพลตของมอเตอร์ก่อน ไม่ใช่เดาจากแรงม้าอย่างเดียว บนป้ายมอเตอร์มักมีค่ากระแสใช้งาน เช่น Rated Current หรือ Full Load Current ค่านี้คือข้อมูลสำคัญในการเลือกคอนแทคเตอร์ ถ้ามอเตอร์ระบุว่ากินกระแส 7A ก็ควรเลือกคอนแทคเตอร์ที่พิกัด AC-3 รองรับได้ไม่น้อยกว่า 7A ที่แรงดันใช้งานนั้น

ไม่ควรคิดว่า “มอเตอร์ 1 แรงเหมือนกัน ก็คงใช้คอนแทคเตอร์เบอร์เดียวกันได้หมด” เพราะมอเตอร์แรงม้าเท่ากันอาจกินกระแสไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับแรงดันไฟ จำนวนเฟส ประสิทธิภาพ รุ่น และลักษณะการใช้งาน ถ้าป้ายมอเตอร์หาย อ่านไม่ชัด หรือไม่แน่ใจว่ากินกระแสเท่าไร ควรเช็กจากคู่มือรุ่นนั้น ๆ หรือให้ช่างตรวจสอบก่อนซื้อ เพราะการกะเอาจากขนาดตัวมอเตอร์อย่างเดียวมีโอกาสคลาดเคลื่อนได้

เลือก แมกเนติกคอนแทคเตอร์ กี่แอมป์ดี อย่าดูแค่ตัวเลขบนตัวเครื่อง

ต้องเผื่อแอมป์ไหม

โดยปกติควรเลือกคอนแทคเตอร์ให้พิกัดเหมาะกับโหลดจริง และดูหมวดการใช้งานให้ถูกก่อน ถ้ากระแสมอเตอร์อยู่ใกล้กับพิกัดคอนแทคเตอร์มากเกินไป การขยับขึ้นไปอีกหนึ่งขนาดมักเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า โดยเฉพาะงานที่สตาร์ทบ่อย อยู่ในตู้ที่อากาศร้อน ระบายอากาศไม่ดี หรือโหลดมีโอกาสทำงานหนักกว่าปกติ เช่น มอเตอร์ปั๊มน้ำ 3 เฟส 380V ระบุว่ากินกระแสประมาณ 9A ถ้ามีตัวเลือกคอนแทคเตอร์ AC-3 9A พอดี กับ AC-3 12A ในหลายงานการเลือก 12A จะดูเหมาะกว่า เพราะไม่ได้ใช้งานชนขอบพิกัดจนเกินไป

แต่ก็ไม่ใช่ว่ายิ่งเลือกแอมป์ใหญ่ยิ่งดีเสมอไป คอนแทคเตอร์ตัวใหญ่ขึ้นราคาแพงขึ้น ใช้พื้นที่ในตู้มากขึ้น และไม่ได้ทำหน้าที่ป้องกันมอเตอร์แทนโอเวอร์โหลดรีเลย์ การเผื่อขนาดควรเผื่ออย่างมีเหตุผล ไม่ใช่เผื่อจนเกินความจำเป็น

คอนแทคเตอร์ไม่ใช่อุปกรณ์กันมอเตอร์ไหม้โดยตรง

อีกเรื่องที่ควรแยกให้ชัดคือ แมกเนติกคอนแทคเตอร์มีหน้าที่หลักในการสั่งต่อและตัดวงจร ไม่ได้ทำหน้าที่ป้องกันมอเตอร์จากโหลดเกินโดยตรง

ถ้าเป็นงานมอเตอร์ โดยทั่วไปมักต้องมีโอเวอร์โหลดรีเลย์ หรืออุปกรณ์ป้องกันมอเตอร์ที่เหมาะสมใช้ร่วมด้วย โอเวอร์โหลดจะช่วยตัดวงจรเมื่อมอเตอร์กินกระแสเกินจากภาวะโหลดหนัก มอเตอร์ติดขัด หรือทำงานผิดปกติบางอย่าง ดังนั้น ถึงจะเลือกคอนแทคเตอร์เผื่อแอมป์ไว้แล้ว ก็ยังต้องตั้งโอเวอร์โหลดให้สัมพันธ์กับกระแสมอเตอร์จริง ไม่ใช่ตั้งตามขนาดคอนแทคเตอร์ เช่น มอเตอร์กิน 9A แต่เลือกคอนแทคเตอร์ 12A ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องตั้งโอเวอร์โหลดที่ 12A ตามไปด้วย

แรงดันคอยล์ก็สำคัญ ไม่แพ้ขนาดแอมป์

หลายคนเลือกขนาดแอมป์ถูกแล้ว แต่พลาดที่แรงดันคอยล์ คอนแทคเตอร์จึงใช้งานไม่ได้ หรือหนักกว่านั้นคือคอยล์เสียตั้งแต่ตอนต่อไฟ

คอยล์คือส่วนที่รับไฟจากวงจรควบคุมเพื่อดูดหน้าสัมผัสให้คอนแทคเตอร์ทำงาน บางตู้ใช้คอยล์ 220VAC บางตู้ใช้ 24VDC บางระบบใช้ 110VAC หรือ 380VAC แล้วแต่การออกแบบของตู้คอนโทรล ถ้าวงจรควบคุมจ่าย 220V แต่ซื้อคอนแทคเตอร์คอยล์ 24V มาใช้ คอยล์อาจไหม้ได้ทันที แต่ถ้าวงจรควบคุมมีแค่ 24V แล้วซื้อคอยล์ 220V มา คอนแทคเตอร์ก็จะไม่ดูด เวลาซื้อจึงไม่ควรบอกแค่ว่า “เอาแมกเนติก 18A” แต่ควรระบุให้ครบว่าใช้คอยล์กี่โวลต์ เช่น 18A คอยล์ 220VAC หรือ 18A คอยล์ 24VDC เพื่อให้ตรงกับวงจรควบคุมจริง

เลือก แมกเนติกคอนแทคเตอร์ กี่แอมป์ดี อย่าดูแค่ตัวเลขบนตัวเครื่อง

จำนวนขั้วต้องตรงกับระบบไฟ

นอกจากแอมป์และคอยล์แล้ว จำนวนขั้วของคอนแทคเตอร์ก็ต้องเลือกให้ถูก งานมอเตอร์ 3 เฟสส่วนใหญ่จะใช้คอนแทคเตอร์ 3 ขั้ว เพื่อตัดต่อไฟทั้งสามเฟสพร้อมกัน ส่วนบางงานอาจใช้ 2 ขั้ว หรือ 4 ขั้ว ขึ้นอยู่กับระบบไฟและการออกแบบวงจร

ถ้าเป็นไฟ 1 เฟส ก็ยังต้องดูว่าวงจรต้องการตัดสายใดบ้าง ไม่ควรเดาจากจำนวนสายที่เห็นอย่างเดียว เพราะบางระบบมีทั้งวงจรกำลัง วงจรควบคุม เบรกเกอร์ โอเวอร์โหลด และอุปกรณ์อื่นต่อร่วมกันอยู่

งานเปิดปิดบ่อย ต้องเลือกให้ระวังกว่างานเปิดค้าง

คอนแทคเตอร์ที่ใช้กับมอเตอร์เปิดค้างนาน ๆ กับคอนแทคเตอร์ที่ต้องสั่งเปิดปิดถี่ ๆ ตลอดวัน แม้จะคุมโหลดขนาดใกล้เคียงกัน แต่อายุการใช้งานอาจไม่เท่ากัน

งานอย่างปั๊มน้ำที่ตัดต่อบ่อยตามแรงดันหรือลูกลอย เครื่องจักรที่ทำงานเป็นรอบ หรือระบบอัตโนมัติที่สั่งมอเตอร์หยุดและเริ่มซ้ำ ๆ จะทำให้หน้าสัมผัสสึกหรอเร็วกว่างานที่เปิดยาว ๆ แล้วหยุดไม่กี่ครั้งต่อวัน

ถ้าเป็นงานลักษณะนี้ นอกจากดูแอมป์แล้วควรดูสเปกเรื่องความถี่ในการทำงาน อายุทางไฟฟ้า และคำแนะนำของผู้ผลิตด้วย โดยเฉพาะงานที่มีการกลับทางหมุน เดินหน้า-ถอยหลัง เบรก หรือกระตุกมอเตอร์บ่อย ๆ งานแบบนี้ไม่ควรเลือกแบบกะคร่าว ๆ

ถ้าเป็นคาปาซิเตอร์แบงก์ ต้องดูเป็นพิเศษ

คาปาซิเตอร์แบงก์เป็นงานที่ไม่ควรใช้คอนแทคเตอร์ทั่วไปแบบไม่ตรวจสเปก เพราะตอนสับคาปาซิเตอร์เข้าระบบจะมีกระแสกระชากสูงกว่างานทั่วไป จึงควรใช้คอนแทคเตอร์ที่ออกแบบมาสำหรับงานคาปาซิเตอร์โดยเฉพาะ แม้หน้าตาจะคล้ายคอนแทคเตอร์ทั่วไป แต่ภาระที่หน้าสัมผัสต้องรับไม่เหมือนกัน ถ้าเลือกผิด อาจทำให้หน้าสัมผัสเสียเร็ว หรือเกิดปัญหาในระบบไฟได้

เลือก แมกเนติกคอนแทคเตอร์ กี่แอมป์ดี อย่าดูแค่ตัวเลขบนตัวเครื่อง

เลือกยังไงให้ไม่พลาด

ถ้าจะเลือก แมกเนติกคอนแทคเตอร์ ให้ถูก ควรเริ่มจากดูโหลดก่อนว่าเป็นมอเตอร์ โหลดความร้อน แสงสว่าง หรือโหลดเฉพาะทาง จากนั้นดูค่ากระแสใช้งานจริงของโหลด ดูแรงดันไฟ ดูหมวดการใช้งาน เช่น AC-1 หรือ AC-3 แล้วค่อยเลือกขนาดคอนแทคเตอร์ให้เหมาะ

ถ้าใช้กับมอเตอร์ ให้ยึดกระแสบนป้ายมอเตอร์และดูพิกัด AC-3 เป็นหลัก ถ้าใช้กับฮีตเตอร์หรือโหลดความต้านทาน ให้ดูพิกัดที่เหมาะกับ AC-1 ถ้าเป็นงานที่สตาร์ทบ่อยหรือมีภาระหนักกว่าปกติ อาจต้องเผื่อขนาดหรือดูสเปกเพิ่มเติม

ที่สำคัญ อย่าลืมดูแรงดันคอยล์ จำนวนขั้ว และอุปกรณ์ป้องกันร่วมด้วย เพราะคอนแทคเตอร์ไม่ได้ทำงานลำพังในระบบไฟจริง การเลือกให้ถูกตั้งแต่แรกจะช่วยลดปัญหาคอนแทคเตอร์ไหม้ ขั้วต่อร้อน ดูดไม่อยู่ หรือเสียก่อนเวลาได้มากกว่าการเลือกจากเลขแอมป์บนตัวสินค้าเพียงอย่างเดียว