กรรไกรตัดกิ่ง ปากไม่อ้า สปริงไม่เด้ง แก้เองได้ไหม?

Customers Also Purchased

กรรไกรตัดกิ่ง เป็นเครื่องมือทำสวนที่ทุกบ้านต้องมีเลยก็ว่าได้ครับ เป็นเครื่องมือที่ใช้งานบ่อย ตั้งแต่ตัดกิ่งแห้ง กิ่งไม้ผล ก้านดอกไม้ ไปจนถึงจัดทรงต้นไม้ ดูเหมือนใช้งานง่าย แค่บีบแล้วปล่อยให้สปริงเด้งกลับ แต่ปัญหาที่หลายคนเจอคือ กรรไกรปากไม่อ้า หรือสปริงไม่เด้ง ทำให้ต้องง้างมือทุกครั้ง ตัดได้ช้าลง และเมื่อยมือกว่าปกติ

ปัญหานี้เกิดได้กับ กรรไกรตัดกิ่ง ทุกประเภท และสาเหตุก็ไม่ได้มาจาก กรรไกรตัดกิ่ง เสียเสมอไป อาจเป็นแค่คราบยางไม้ คราบดิน สนิม จุดหมุนฝืด สปริงหลุด หรือสกรูแน่นเกินไป ซึ่งหลายกรณี แก้ไขได้เองเบื้องต้น อย่างไรก็ตาม หากสปริงหัก ใบมีดเบี้ยว หรือด้ามจับแตกร้าว ไม่ควรฝืนใช้งานต่อ เพราะอาจทำให้เสียหายหนักขึ้น หรือเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุได้ ในบทความนี้จะอธิบายว่าปัญหานี้เกิดจากอะไร? เริ่มตรวจจากตรงไหน แก้ไขอย่างไร และดูแลอย่างไรให้ปัญหาไม่กลับมาซ้ำอีก

กรรไกรตัดกิ่ง ปากไม่อ้า สปริงไม่เด้ง แก้เองได้ไหม

กรรไกรตัดกิ่ง ปากไม่อ้า คืออาการแบบไหน?

อาการ "กรรไกรตัดกิ่ง ปากไม่อ้า" คือ หลังบีบตัดกิ่งแล้ว ปากกรรไกรไม่เด้งกลับมาเปิดเองตามปกติ หรือเปิดได้เพียงเล็กน้อย ทำให้ต้องใช้มืออีกข้างง้างใบมีดออกทุกครั้งก่อนจะตัดรอบถัดไป

บางกรณี กรรไกรตัดกิ่ง ยังตัดได้ แต่รู้สึกฝืดและขัด ต้องออกแรงมากขึ้น จังหวะการตัดช้าลง และถ้าตัดติดต่อกันหลายครั้งจะเมื่อยมือเร็วมาก อาการนี้ ต่างจากกรรไกรตัดไม่คม ตรงที่กรรไกรตัดไม่คมจะมีปัญหาที่ใบมีด คือตัดกิ่งไม่ขาดหรือกิ่งแตกช้ำ แต่กรรไกรปากไม่อ้าจะมีปัญหาที่การเปิด-ปิดของตัวกรรไกร แม้ใบมีดจะยังคมอยู่ก็ตาม

สปริงไม่เด้ง เกี่ยวกับปาก กรรไกรตัดกิ่ง ไม่อ้ายังไง?

กรรไกรตัดกิ่ง ส่วนใหญ่มีสปริงช่วยดันด้ามจับให้เปิดออกหลังบีบตัด ทำให้ใช้งานต่อเนื่องได้สะดวก โดยเฉพาะเวลาต้องตัดกิ่งจำนวนมาก เมื่อสปริงทำงานปกติ พอปล่อยมือ ด้ามจับจะเด้งกลับและใบมีดจะเปิดออกพร้อมตัดทันที แต่ถ้าสปริง หลุด ล้า หัก หรือมีคราบสกปรกขัดอยู่ สปริงก็จะดันด้ามจับกลับได้ไม่เต็มที่ ทำให้ปากกรรไกรไม่อ้าหรืออ้าได้ช้า

อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้ไม่ได้มาจากสปริงเสมอไป บางครั้งสปริงยังดีอยู่ แต่ จุดหมุนฝืด มีสนิม หรือสกรูแน่นเกินไป ก็ทำให้กรรไกรเปิดไม่ออกได้เช่นกัน ดังนั้นควรตรวจสอบหลายจุดก่อนสรุปว่าสปริงเสีย

สาเหตุที่ 1 ตัวล็อกยังปลดไม่สุด

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุด และแก้ง่ายที่สุด คือตัวล็อกยังค้างอยู่ ทำให้ใบมีดเปิดไม่สุดหรือติดขัด โดยเฉพาะกรรไกรตัดกิ่ง ที่ใช้มานาน ตัวล็อกอาจฝืดหรือมีคราบดินติด วิธีแก้คือลองขยับตัวล็อกไปมา เช็ดทำความสะอาด และหยอดน้ำมันที่จุดหมุน ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนอะไหล่ หากตัวล็อกไม่ได้หักหรือเสียรูป

สาเหตุที่ 2 คราบยางไม้ติดใบมีดและจุดหมุน

ยางไม้จากต้นไม้เหนียว เช่น มะม่วง ขนุน ลีลาวดี เมื่อแห้งแล้วจะเกาะแน่น ทำให้ใบมีดและจุดหมุนฝืด อาการคล้ายสปริงเสียแต่จริงๆ แล้วสปริงยังดีอยู่ วิธีแก้คือเช็ดด้วยผ้าชุบน้ำหมาด ใช้แปรงเก่าปัดซอกจุดหมุน เช็ดให้แห้ง แล้วหยอดน้ำมันหล่อลื่น

สาเหตุที่ 3 สนิมที่ใบมีด จุดหมุน หรือสปริง

สนิมทำให้ผิวโลหะหยาบ เพิ่มแรงเสียดทาน จนชิ้นส่วนที่ควรเคลื่อนได้ลื่นกลับฝืดติดขัด มักเกิดกับกรรไกรที่เก็บในที่อับชื้นหรือไม่เช็ดให้แห้งหลังใช้ หากสนิมยังบางอยู่ ใช้ผ้าและน้ำมันเช็ดออกได้ แต่ถ้าสนิมกินลึกจนเป็นหลุมหรือสปริงกรอบ ควรเปลี่ยนอะไหล่หรือ กรรไกรตัดกิ่ง อันใหม่

สาเหตุที่ 4 จุดหมุนฝืดหรือสกรูแน่นเกินไป

สกรูที่แน่นเกินไปทำให้สปริงดันกลับไม่ไหว วิธีตรวจคือลองเปิด-ปิดช้า ๆ หากฝืดที่จุดหมุน ให้ทำความสะอาดและหยอดน้ำมันก่อน หลายคนอาจสงสัยว่า น้ำมันหล่อลื่นแบบไหน? ที่ใช้กับ กรรไกรตัดกิ่ง? หยอดตรงไหนถึงคุ้ม! แต่ถ้าหยอดน้ำมันแล้วยังฝืดอยู่ ให้คลายสกรูเล็กน้อย ระวังอย่าคลายมากเกินไปจนใบมีดโยก หลักการสำคัญคือ "เปิด-ปิดลื่น แต่ใบมีดต้องไม่หลวม"

สาเหตุที่ 5 สปริงหลุดจากตำแหน่ง

สปริงอาจหลุดจากร่องได้เมื่อใช้งานนานหรือกระแทกกับของอื่น สังเกตได้จากสปริงที่เอียงหรือหลุดออกมาข้างหนึ่ง วิธีแก้คือสวมถุงมือแล้วใส่สปริงกลับเข้าร่องเดิมอย่างระมัดระวัง ถ้าหลุดซ้ำบ่อยควรตรวจว่าจุดยึดสึกหรือเปล่า

สาเหตุที่ 6 สปริงล้า เสื่อม หรือหัก

สปริงที่ใช้งานมานานอาจสูญเสียแรงดีด สังเกตได้จากการเด้งกลับช้า ไม่สุด หรือมีรอยบิดงอและสนิมกินลึก การหยอดน้ำมันช่วยได้เพียงชั่วคราว ต้องเปลี่ยนสปริงใหม่ และไม่ควรดัดสปริงที่หักกลับมาใช้ต่อ เพราะแรงดีดจะไม่เท่าเดิมและอาจหลุดระหว่างใช้งาน

สาเหตุที่ 7 ใบมีดเบียดกันหรือแนวใบมีดเพี้ยน

อาจเกิดจากการตกกระแทกหรือใช้ตัดสิ่งของที่แข็งเกินไป เช่น ลวดหรือรากไม้ สังเกตได้จากเสียงขูดหรือใบมีดขบกันเวลาเปิด-ปิด หากเป็นแค่สกรูหลวมหรือแน่นเกินไป แก้เองได้ แต่ถ้าใบมีดงอจริงควรให้ช่างตรวจดู

สาเหตุที่ 8 ด้ามจับหรือโครงกรรไกรบิดงอ

เกิดจากการตกจากที่สูง ของหนักทับ หรือใช้ตัดกิ่งใหญ่เกินกำลัง ทำให้กลไกเปิด-ปิดผิดปกติ สังเกตได้จากด้ามที่เอียงหรือไม่สมดุลเมื่อวางบนพื้นเรียบ หากบิดงอมากและใบมีดขบกันหรือสปริงทำงานผิดตำแหน่ง ไม่ควรฝืนใช้งาน เพราะเสี่ยงบาดมือได้

กรรไกรตัดกิ่ง ปากไม่อ้า สปริงไม่เด้ง แก้เองได้ไหม

วิธีดูแลสปริง กรรไกรตัดกิ่ง ให้ใช้งานได้นาน

สปริงเป็นชิ้นส่วนเล็ก ๆ แต่มีผลมากต่อความสบายในการใช้งาน หากต้องการให้สปริงใช้งานได้นาน ควรหลีกเลี่ยงการบีบ กรรไกรตัดกิ่ง แรงเกินจำเป็น และไม่ควรใช้ กรรไกรตัดกิ่ง ใหญ่เกินขนาดที่เครื่องมือรับได้ เพราะแรงต้านที่มากเกินไปจะทำให้สปริงและจุดหมุนรับภาระหนัก

หลังใช้งานควรเช็ดบริเวณสปริงให้แห้ง โดยเฉพาะหลังใช้งานในวันที่ฝนตกหรือมีความชื้นสูง หากมีดินหรือเศษใบไม้เข้าไปติดบริเวณสปริง ควรใช้แปรงเล็ก ๆ ปัดออก ไม่ควรปล่อยให้สิ่งสกปรกสะสม

สามารถหยอดน้ำมันบาง ๆ บริเวณสปริงได้ แต่ไม่ควรใส่เยอะจนเหนียว เพราะน้ำมันที่เยอะเกินไปอาจจับฝุ่นและเศษดินได้ง่าย ทำให้สปริงสกปรกเร็วกว่าเดิม

วิธีป้องกันไม่ให้ปาก กรรไกรตัดกิ่ง ฝืดซ้ำ

หลังจากแก้อาการปากไม่อ้าได้แล้ว สิ่งสำคัญคือการป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ ซึ่งทำได้ไม่ยาก เพียงแค่ดูแลหลังใช้งานทุกครั้ง หลังตัดกิ่งเสร็จ ควรปัดเศษกิ่งและใบไม้ออก เช็ดคราบยางไม้ เช็ดให้แห้ง และหยอดน้ำมันที่จุดหมุนเป็นประจำ อย่าเก็บกรรไกรทั้งที่ยังเปียกหรือมีคราบเหนียวติดอยู่ และไม่ควรวาง กรรไกรตัดกิ่ง ไว้กลางแจ้งหรือบนพื้นดิน

หากใช้งานบ่อย ควรตรวจสกรู จุดหมุน และสปริงเป็นระยะ ถ้าพบว่าสปริงเริ่มล้า ใบมีดเริ่มฝืด หรือมีสนิมเล็ก ๆ ควรรีบจัดการตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะปัญหาเล็ก ๆ มักแก้ได้ง่ายกว่าปล่อยให้สะสมจนกรรไกรใช้งานไม่ได้

กรรไกรตัดกิ่ง ปากไม่อ้า สปริงไม่เด้ง แก้เองได้ไหม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ กรรไกรตัดกิ่ง 

กรรไกรตัดกิ่ง ปากไม่อ้า ต้องเปลี่ยนสปริงทันทีไหม?

ไม่จำเป็นเสมอไป ควรเช็กก่อนว่าเกิดจากคราบยางไม้ จุดหมุนฝืด สนิม หรือตัวล็อกค้างหรือไม่ เพราะหลายครั้งแค่ทำความสะอาดและหยอดน้ำมันก็กลับมาใช้งานได้ดีขึ้น

หยอดน้ำมันแล้ว กรรไกรตัดกิ่ง ยังไม่เด้ง เกิดจากอะไร?

อาจเกิดจากสปริงเสื่อม สปริงหลุด ใบมีดเบียดกัน สกรูแน่นเกินไป หรือโครงกรรไกรบิดงอ หากทำความสะอาดแล้วไม่ดีขึ้น ควรตรวจชิ้นส่วนเหล่านี้เพิ่มเติม

ใช้น้ำมันพืชหยอด กรรไกรตัดกิ่ง ได้ไหม?

ไม่แนะนำ เพราะน้ำมันพืชอาจเหนียวและจับฝุ่นได้ง่าย เมื่อเวลาผ่านไปอาจทำให้กรรไกรสกปรกและฝืดกว่าเดิม ควรใช้น้ำมันหล่อลื่นสำหรับเครื่องมือมากกว่า

เลือก กรรไกรตัดกิ่ง ที่นี่