Customers Also Purchased
เวลาทำงานช่าง สิ่งหนึ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยากมากคือ “ฝุ่น” ครับ ฝุ่นสามารถเข้าไปเกาะตามตัวเครื่องมือไฟฟ้า ช่องระบายอากาศ สวิตช์ ด้ามจับ ร่องตัวเครื่อง และบริเวณใกล้มอเตอร์ หลายคนอาจเลือกใช้ เครื่องเป่าลม เป่าทำความสะอาดหลังใช้งาน เพราะสะดวก เร็ว และดูเหมือนจะช่วยให้เครื่องมือสะอาดได้ทันที แต่คำถามสำคัญ คือ “ควรใช้เครื่องเป่าลมยังไง ให้ถูกวิธี?”
เครื่องมือไฟฟ้า ก็มีทั้งช่องลมเข้าช่องลมออกเพื่อช่วยระบายความร้อนจากมอเตอร์ ถ้าใช้เครื่องเป่าลมเป่าเข้าไปตรง ๆ ฝุ่นที่ควรจะหลุดออกมาอาจอัดเข้าไปในตัวเครื่อง มีโอกาสไปสะสมภายในมากขึ้น ทำให้เครื่องร้อนง่าย รอบตก เสียงดังผิดปกติ สวิตช์ฝืด กลิ่นไหม้ หรืออายุการใช้งานสั้นลงได้
เราจะมาดูกัน ว่า ใช้เครื่องเป่าลมทำความสะอาดเครื่องมือไฟฟ้ายังไงให้ปลอดภัยขึ้น และช่วยดูแลเครื่องมือให้ใช้งานได้นานกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นสว่าน เครื่องเจียร เลื่อยไฟฟ้าชนิดต่าง ๆ ไปจนถึงเครื่องมือที่ต้องเจอฝุ่นละเอียดเยอะ ๆ อย่างเครื่องขัดกระดาษทราย
ทำไมการใช้ เครื่องเป่าลม กับเครื่องมือไฟฟ้า ถึงต้องระวัง?
นอกจาก เครื่องเป่าลม หนักไม่เกิน 2 กิโล ทำไมถึงเป่าได้แรงเกินตัว? แล้ว บางคนก็อาจสงสัยครับว่า ฝุ่นเกาะใช้ เครื่องเป่าลม เป่า เข้าไปแรง ๆ ฝุ่นจะหายไปเองไหม? คำตอบตรง ๆ คือ ฝุ่นไม่ได้หายไปทั้งหมดครับ บางส่วนอาจแค่ย้ายที่ จากผิวด้านนอกไปอยู่ด้านในแทน
ถ้าเราใช้ เครื่องเป่าลม เป่าอัดเข้าช่องระบายอากาศของเครื่องมือไฟฟ้าโดยตรง ซึ่งเป็นเส้นทางที่อากาศไหลผ่านเพื่อระบายความร้อนของมอเตอร์ ฝุ่นอาจเข้าไปเกาะตามใบพัดระบายความร้อน ขดลวด มอเตอร์ แปรงถ่าน หรือแผงควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ได้
ฝุ่นบางชนิด ไม่ได้เป็นแค่ ผงธรรมดา
- ฝุ่นไม้ละเอียดอาจจับตัวกับความชื้น และคราบน้ำมันจนกลายเป็นคราบเหนียว
- ฝุ่นปูนมีความเป็นผงละเอียดและอาจเข้าไปสะสมตามซอกเล็ก ๆ ได้ง่าย
- ฝุ่นโลหะหรือเศษผงจากงานเจียรอาจมีความคม และบางทีอาจนำไฟฟ้าได้ใน
- ฝุ่นจากงานขัดสีหรือวัสดุเคลือบผิวก็อาจมีสารปนเปื้อนที่ไม่ควรสูดดม และไม่ควรปล่อยให้เข้าไปสะสมในเครื่องมือ
การทำความสะอาดด้วย เครื่องเป่าลม ควรเน้น “ไล่ฝุ่นออกจากเครื่อง” ไม่ใช่ “อัดลมเข้าเครื่อง” แบบไม่ดูทิศทาง
เครื่องมือไฟฟ้า มีทางลมเข้า และทางลมออก
เครื่องมือไฟฟ้าหลายประเภท รวมถึงเครื่องเป่าลม จะมีช่องระบายอากาศอยู่รอบ ๆ มีหน้าที่ช่วยให้ลมไหลผ่านภายในเพื่อพาความร้อนออกจากมอเตอร์ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โดยทั่วไปจะมีทั้งจุดที่อากาศดูดเข้า และจุดที่เป่าออก แต่เราอาจไม่รู้ ว่าด้านไหนคือทางเข้า ด้านไหนคือทางออก และอาจเป่าทุกช่องที่เห็น จนฝุ่นฟุ้งกระจาย
วิธีสังเกตแบบง่าย ๆ คือ ให้ลองจับทิศทางลมเบา ๆ ขณะเครื่องทำงานในสภาพปลอดภัย จะพอรู้ว่าลมออกจากช่องไหนบ้าง ช่องลมออกมักอยู่ใกล้มอเตอร์ หรือด้านข้างตัวเครื่อง ส่วนช่องลมเข้าอาจอยู่ด้านท้ายหรือบริเวณด้ามจับ ขึ้นอยู่กับดีไซน์ของแต่ละรุ่น
เมื่อเข้าใจทิศทางคร่าว ๆ แล้ว เวลาใช้ เครื่องเป่าลม ทำความสะอาด พยายามเป่าจากทิศทางที่ช่วยไล่ฝุ่นออก ไม่ใช่อัดฝุ่นสวนเข้าไปทางช่องดูดอากาศ

ใช้แรงลมพอดี ไม่จำเป็นต้องแรงสุด
เครื่องเป่าลมหลายรุ่นสามารถปรับระดับแรงลมได้ ซึ่งเป็นจุดที่มีประโยชน์มากในการทำความสะอาดเครื่องมือไฟฟ้าครับงานประเภทนี้ไม่จำเป็นต้องใช้แรงลมสูงสุดตลอดเวลา ฝุ่นที่เกาะผิวด้านนอก หรือฝุ่นแห้งทั่วไปใช้แรงลมระดับกลางก็พอแล้ว
การใช้เครื่องเป่าลม โดยปรับลมแรงสุดกับเครื่องมือที่มีช่องเล็ก ๆ อาจทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจายมากขึ้น และควบคุมทิศทางได้ยากกว่าเดิม โดยเฉพาะในพื้นที่ปิดอย่างห้องช่างเล็ก ๆ หรือมุมทำงานในบ้าน
แรงลมที่เหมาะสมควรเป็นแรงที่พอไล่ฝุ่นออก ถ้าเป็นฝุ่นละเอียดมาก เช่น ฝุ่นปูน ฝุ่นขัดสี หรือฝุ่นไม้ละเอียด ควรเริ่มแรงลมเบาก่อน แล้วค่อยเพิ่มตามความจำเป็น การใช้เครื่องเป่าลม แบบค่อย ๆ ไล่ฝุ่นออกทีละชั้น ดีกว่าการเป่าแรงทีเดียว เพราะฝุ่นที่สะสมหนาอาจแตกตัวและฟุ้งมากขึ้นเมื่อโดนลมแรงจัด การควบคุมแรงลม สำคัญการใช้เครื่องเป่าลมกับเครื่องมือไฟฟ้า เป็นอย่างยิ่งครับ
เลือกหัวเป่า เครื่องเป่าลม ให้เหมาะ ไม่ใช้หัวแคบจี้ช่องระบายอากาศ
หัวเป่าของ เครื่องเป่าลม ส่งผลต่อรูปแบบของลมโดยตรง หัวแคบ ทำให้ลมพุ่งเป็นจุด เหมาะกับการเป่าซอก หรือร่อง แต่ถ้าใช้จ่อใกล้ช่องระบายอากาศของเครื่องมือไฟฟ้า ก็อาจดันฝุ่นเข้าไปลึกได้ง่ายกว่าเดิม
ในทางกลับกัน หัวเป่ากว้าง หรือหัวเป่ากลมมาตรฐานจะให้ลมกระจายกว่า ควบคุมง่ายกว่า เหมาะกับการเป่าฝุ่นรอบตัวเครื่อง และทำความสะอาดพื้นผิวภายนอก
- เริ่มจากหัวเป่ามาตรฐานก่อน แล้วใช้ระยะห่างและมุมเป่าเป็นตัวช่วย
- ถ้าจำเป็นต้องใช้หัวแคบเพื่อเป่าตามร่องหรือซอก หลีกเลี่ยงการจ่อเข้าไปในช่องมอเตอร์โดยตรง
- ใช้มุมเฉียงแทนการเป่าตรง
- หัวเป่าแคบควรใช้กับซอกด้านนอก เช่น ร่องยาง ด้ามจับ ช่องสะสมฝุ่นรอบตัวเครื่อง หรือบริเวณที่ไม่มีทางเชื่อม ตรงเข้าหามอเตอร์
ใช้ เครื่องเป่าลม จากบนลงล่าง และไล่ฝุ่นออกทางเดียว
อีกเทคนิคที่ช่วยให้ทำความสะอาดเครื่องมือไฟฟ้าได้ดีขึ้น คือการกำหนดทิศทางการใช้เครื่องเป่าลม ให้ชัดเจน ไม่เป่าไปมาแบบสุ่ม เพราะฝุ่นอาจวนกลับมาเกาะเครื่องอีกครั้ง หรือฟุ้งเข้าช่องระบายอากาศจากอีกด้านหนึ่ง
วิธีที่ง่าย คือวางเครื่องมือไฟฟ้าในตำแหน่งที่ฝุ่นสามารถหลุดออกจากตัวเครื่องได้สะดวก เช่น วางบนโต๊ะหรือแขวนในมุมที่ปลอดภัยเป่าจากด้านบนลงล่าง หรือจากด้านที่สะอาดกว่าไปยังด้านที่มีฝุ่นมากกว่า เพื่อให้ฝุ่นเคลื่อนออกจากตัวเครื่อง เป็นทิศทางเดียว
ถ้าเป็นเครื่องมือที่มีฝุ่นเกาะมาก ควรเริ่มจากเป่าฝุ่นรอบตัวเครื่องก่อน แล้วค่อยจัดการบริเวณช่องลมทีหลัง เพราะถ้ารีบเป่าช่องลมก่อน ฝุ่นที่อยู่รอบ ๆ อาจถูกดูดหรือดันเข้าไปซ้ำอีก การไล่ฝุ่นแบบเป็นลำดับจึงช่วยให้การทำความสะอาดมีประสิทธิภาพกว่า และลดโอกาสที่ฝุ่นจะย้อนเข้ามอเตอร์ได้ดีกว่าการเป่าทุกจุดพร้อมกันโดยไม่มีทิศทาง
อย่าเป่า ตอนเครื่องยังร้อนจัดหลังใช้งานหนัก
หลังใช้งานเครื่องมือหนัก ๆ มอเตอร์และชิ้นส่วนภายในอาจยังร้อนอยู่ การรีบหยิบเครื่องเป่าลมมาเป่าทำความสะอาดทันทีตอนเครื่องยังร้อนจัดอาจทำให้ฝุ่นละเอียดที่ลอยอยู่เข้าไปเกาะกับคราบภายในได้ง่ายขึ้น ยิ่งถ้าเครื่องมีคราบน้ำมัน จาระบี หรือเศษผงสะสมอยู่แล้ว
ปล่อยให้เครื่องมือไฟฟ้าหยุดนิ่งและคลายความร้อนสักพักก่อน เมื่อเครื่องเย็นลงระดับหนึ่งแล้วค่อยใช้ เครื่องเป่าลม ทำความสะอาด ช่วยให้ควบคุมฝุ่นได้ง่ายขึ้น

เครื่องเป่าลม กับเครื่องมือไฟฟ้า แต่ละประเภท ควรใช้ยังไง?
เครื่องขัดกระดาษทราย ถือเป็นเครื่องมือที่ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะฝุ่นละเอียดมีโอกาสเข้าไปเกาะตามรูระบาย แผ่นฐาน ช่องดูดฝุ่น และรอบมอเตอร์ได้
การใช้ เครื่องเป่าลม เป่าจี้แรง ๆ อาจทำให้ฝุ่นย้อนเข้าไปยิ่งกว่าเดิม ควรเริ่มจากการเคาะฝุ่น ที่ถุงเก็บฝุ่น หรือกล่องดักฝุ่นออกก่อน ถอดแผ่นกระดาษทรายออกถ้าจำเป็น แล้วเป่าตามผิวนอก และรูระบายฝุ่นในทิศทางที่ช่วยไล่ฝุ่นออก ไม่เป่าอัดเข้าไปในระบบดูดฝุ่น หรือช่องมอเตอร์โดยตรง
- สว่าน และสว่านกระแทก จะมีฝุ่นเกาะบริเวณหัวจับ ด้ามจับ สวิตช์ และช่องระบายอากาศ ควรเป่าฝุ่นรอบหัวจับและตัวเครื่องก่อน แล้วค่อยเป่าเฉียงผ่านช่องลมโดยไม่จ่อใกล้
- เครื่องเจียร มีฝุ่นและเศษผงจากงานโลหะ หรือปูนสะสมบริเวณฝาครอบ ใบเจียร และช่องลม ควรเป่าจากด้านนอกออกก่อนและระวังเศษผงแข็งกระเด็น
- เลื่อยวงเดือน หรือเครื่องเลื่อยต่าง ๆ มีขี้เลื่อยสะสมตามฝาครอบ ใบเลื่อย ฐาน และช่องใต้เครื่อง ให้เอาเศษใหญ่ ๆ ออกก่อน แล้วค่อยใช้ลมไล่ฝุ่นละเอียด
ใช้ เครื่องเป่าลม ร่วมกับแปรงนุ่ม หรือผ้าแห้ง ปลอดภัยกว่า
การใช้เครื่องเป่าลม อย่างเดียว อาจไม่พอ โดยเฉพาะฝุ่นที่จับตัวเป็นคราบเกาะอยู่ตามร่องยาง สวิตช์ หรือพื้นผิวที่มีน้ำมัน ถ้าเป่าลมแรง ๆ อย่างเดียว ฝุ่นบางส่วนอาจไม่หลุด แต่ฟุ้งและเข้าไปตามช่องต่าง ๆ ได้ง่าย
วิธีป้องกันคือ ใช้แปรงขนนุ่ม หรือผ้าแห้งช่วยปัดฝุ่นด้านนอกออก แล้วใช้เครื่องเป่าลมไล่ฝุ่นที่หลุดออกมาอีกที ลดปริมาณฝุ่นที่ลมต้องพัด และทำให้ควบคุมทิศทางฝุ่นได้ง่ายขึ้น
แปรงควรเป็นแปรงนุ่ม ไม่แข็งจนขูดตัวเครื่อง หรือดันฝุ่นเข้าไปในซอกลึกกว่าเดิม ส่วนผ้าควรเป็นผ้าแห้ง หรือผ้าไมโครไฟเบอร์ที่ไม่ทิ้งขุยง่าย ไม่ใช้ผ้าเปียกเช็ดบริเวณช่องระบายอากาศ สวิตช์ หรือส่วนที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้าโดยตรง
ถ้าจำเป็นต้องเช็ดคราบ ให้เช็ดเฉพาะผิวด้านนอก และปล่อยให้แห้งสนิทก่อนจัดเก็บ การทำความสะอาดแบบผสมระหว่างปัด เช็ด และเป่า จะให้ผลดีกว่าการใช้เครื่องเป่าลม เป่าแรง ๆ อย่างเดียว
ระวังฝุ่นละเอียดจากงานปูน งานขัด และงานโลหะ
ทำไม เครื่องเป่าลม ถึงไม่เหมาะกับฝุ่นละเอียด? ทำยังไง ถ้าต้องใช้จริง ? ฝุ่นแต่ละประเภทมีความเสี่ยงไม่เท่ากันครับ ฝุ่นไม้ทั่วไปแม้จะดูเบา ถ้าเป็นผงละเอียดมากก็สามารถเข้าไปสะสมในเครื่องมือไฟฟ้าได้ง่าย ฝุ่นปูน หรือฝุ่นคอนกรีตมีความละเอียด และมักฟุ้งมาก เมื่อโดนลมแรงอาจกระจายไปทั่วบริเวณ และย้อนเข้าช่องเครื่องได้
ส่วนฝุ่นโลหะหรือเศษผงจากงานเจียรอาจเป็นผงแข็ง มีความคม และอาจสร้างปัญหากับชิ้นส่วนภายในได้มากกว่าฝุ่นทั่วไป ถ้าใช้เครื่องมือไฟฟ้าในงานเหล่านี้บ่อย ๆ ควรทำความสะอาดอย่างระมัดระวังมากขึ้น
การใช้เครื่องดูดฝุ่นร่วมกับ เครื่องเป่าลม โดยใช้เครื่องดูดฝุ่น ดักฝุ่นที่เป่าออกมา ดูดฝุ่นบริเวณปากช่อง แล้วค่อยเป่าซ้ำเบา ๆ ลดการฟุ้งกระจาย และโอกาสที่ฝุ่นจะย้อนกลับเข้าหาเครื่อง

สรุป: ใช้ เครื่องเป่าลม ถูกวิธี ลดฝุ่นย้อนเข้ามอเตอร์ได้
การใช้ เครื่องเป่าลม ทำความสะอาดเครื่องมือไฟฟ้าเป็นวิธีที่สะดวก และช่วยประหยัดเวลาได้ครับ แต่ต้องใช้ให้ถูกวิธี เพราะถ้าเป่าผิดทิศ เป่าแรงเกินไป หรือจ่อเข้าไปในช่องมอเตอร์โดยตรง อาจทำให้ฝุ่นย้อนเข้าไปสะสมภายในเครื่องแทนที่จะหลุดออกมา
เริ่มจากเป่าฝุ่นด้านนอกก่อน ใช้แรงลมพอดี เลือกหัวเป่าที่เหมาะ เป่าเฉียงผ่านช่องระบายอากาศ ไม่เป่าจี้เข้าไปตรง ๆ และไล่ฝุ่นออกไปในทิศทางเดียว ถ้าฝุ่นหนาหรือเป็นฝุ่นละเอียด ควรใช้แปรง ผ้าแห้ง หรือเครื่องดูดฝุ่นร่วมด้วย เพื่อช่วยลดการฟุ้งกระจาย
การใช้ เครื่องเป่าลม อย่างเข้าใจไม่ใช่แค่เรื่องความสะอาด แต่เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลเครื่องมืออย่างถูกวิธี
TH
English




