ลวดเชื่อม มีปัญหา อาจทำให้แนวเชื่อมทะลุเป็นรูได้ ไม่ใช่เพราะฝีมือ

Customers Also Purchased

ลองจินตนาการดูครับ เชื่อมงานอยู่ดี ๆ แนวเชื่อมที่ควรจะเรียบ กลับมีรูพรุน หรือดูเหมือนทะลุ ทั้งที่ใช้เครื่องเดิม ปรับไฟเหมือนเดิม และเชื่อมเหมือนที่เคยทุกครั้ง ปัญหามาจากไหน? บางคนโทษเครื่องหรือแม้กระทั่งฝีมือ แต่จริง ๆ แล้วหนึ่งในตัวแปรสำคัญ ที่มักถูกมองข้ามคือ ลวดเชื่อม นี่เอง

ลวดเชื่อม ไม่ได้เป็นแค่ของ ที่หยิบมาใช้แล้วจบ เพราะสภาพความชื้น อายุการเก็บรักษา ฟลักซ์ ขนาดลวด และความเหมาะสมกับชิ้นงาน ล้วนส่งผลต่อแนวเชื่อม ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าลวดเชื่อมมีปัญหา ก็อาจทำให้อาร์กไม่นิ่ง แนวไม่เต็ม มีรูพรุน หรือเกิดรอยทะลุ เฉพาะจุด ได้

เพราะงั้น เรามาดูกันในแบบที่เข้าใจง่าย ๆ ดีกว่าครับ ว่า ทำไม ลวดเชื่อม ที่มีปัญหา ถึงทำให้แนวเชื่อมทะลุเป็นรูได้ ปัญหามีอะไร ทั้งจากความชื้น ฟลักซ์เสีย ขนาดลวดไม่เหมาะ หรือการเลือกใช้ผิดประเภท รวมถึงควรเช็คอะไรบ้างก่อนโทษตู้เชื่อม โทษกระแสไฟ หรือฝีมือเรา ที่เป็นคนเชื่อมเอง

ลวดเชื่อม ไม่ใช่แค่แท่งโลหะธรรมดา

หลายคนอาจมองว่า ลวดเชื่อม แบบธูป นั้น เป็นแค่แท่งโลหะ ที่มีไว้เติมเนื้อเข้าไปในรอยต่อ แต่จริง ๆ แล้วมัน มีองค์ประกอบสำคัญมากกว่านั้นครับ โดยเฉพาะลวดไฟฟ้าหุ้มฟลักซ์ ที่ตัวแกนลวด และสารหุ้มรอบนอกทำงานร่วมกันระหว่างการเชื่อม

ลวดเชื่อม MMA แบบไหนเรียกว่า 'หมด'? รู้ได้ยังไงว่าไม่ควรหยิบมาเชื่อมต่อ? เพราะฉะนั้น ถ้าสภาพของลวดเปลี่ยนไป คุณภาพของกระบวนการเชื่อม ก็เปลี่ยนตามได้ครับ โดยเฉพาะส่วนฟลักซ์ ที่ไวต่อความชื้น และการกระแทก ปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เช่น

  • ฟลักซ์แตก บิ่น หรือหลุด ทำให้การปกป้องแนวเชื่อมไม่สมบูรณ์
  • ฟลักซ์ดูดความชื้นมากเกินไป จนเกิดแก๊ส และไอน้ำระหว่างเชื่อม
  • อาร์กไม่นิ่ง ทำให้เดินแนวยากขึ้น
  • สแลก คลุมแนวเชื่อมได้ไม่ดี จึงมีโอกาสปนเปื้อนมากขึ้น
  • แนวเชื่อมเกิดรูพรุน รูเล็ก ๆ กระจายบนผิว หรือรวมตัวเป็นจุดโหว่

บางครั้ง เราอาจเข้าใจว่าแนวเชื่อมทะลุ เพราะมือหนัก แต่ต้นเหตุจริง ๆ อาจเริ่มจาก ลวดเชื่อม

ลวดเชื่อม มีปัญหา อาจทำให้แนวเชื่อมทะลุเป็นรูได้ ไม่ใช่เพราะฝีมือ

แนวเชื่อมทะลุเป็นรู เกิดจากอะไร ได้บ้าง?

ก่อนจะมองว่า ลวดเชื่อม เป็นตัวปัญหา เราต้องแยกภาพรวมก่อนครับว่า แนวเชื่อมทะลุเป็นรูอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ใช่มีคำตอบเดียวเสมอไป เช่นเกิดจากกระแสไฟสูงเกินไปจนความร้อนสะสมมากเกินชิ้นงานรับไหว เกิดจากชิ้นงานบางแต่ใช้ลวดใหญ่เกินไป เกิดจากเดินแนวช้าเกิน จนโลหะฐานละลายมากเกิน หรือเกิดจากผิวชิ้นงานมีสนิม สี น้ำมัน ความชื้น และสิ่งสกปรกปะปนอยู่

เมื่อโดนความร้อนสูง สิ่งปนเปื้อนเหล่านี้จะระเหย กลายเป็นแก๊ส และดันเนื้อแนวเชื่อม จนเกิดรูพรุนได้

ลวดเชื่อม ชื้น ทำไม ถึงทำให้แนวเชื่อมเป็นรู?

ลวดเชื่อม ชื้น หรือโดนน้ำ แก้ยังไง? ถ้าฝืนใช้ เป็นอะไรไหม? ปัญหาความชื้นเจอบ่อยมาก ในบ้านเราที่มีฝนและความชื้นสูง การเปิดกล่องแล้วเก็บไว้ในที่ชื้น ทำให้ฟลักซ์รอบลวดดความชื้นเข้าไป พอเอาไปเชื่อม ความชื้นจะกลายเป็นไอน้ำ และแก๊ส แล้วเข้าไปติดอยู่ในบ่อหลอมของแนวเชื่อม

เมื่อเนื้อเชื่อมเย็นตัวเร็ว แก๊สที่หนีออกมาไม่ทันจะกลายเป็นรูพรุนบนผิว หรือภายในแนวเชื่อม ถ้าสะสมมากในจุดเดียว โดยเฉพาะบนชิ้นงานบาง ๆ ก็อาจทำให้เกิดรอยโหว่จนดูเหมือนแนวเชื่อมทะลุได้ครับ

สัญญาณที่ควรระวังคือ ลวดที่ดูภายนอกปกติ แต่จุดอาร์กแล้วไม่นิ่ง เสียงเชื่อมสะดุด สะเก็ดเยอะ หรือมีฟองเล็ก ๆ ระหว่างเดินแนว แบบนี้ควรสงสัยสภาพลวดเชื่อม ไว้ก่อน

ฟลักซ์แตก บิ่น หรือหลุด ส่งผลมากกว่าที่คิด

ลวดเชื่อม ที่ฟลักซ์แตก หรือบิ่น ไม่ควรมองว่าเป็นเรื่องเล็กครับฟลักซ์ช่วยปกป้องบ่อหลอม ควบคุมอาร์ก และสร้างสแลกคลุมแนวเชื่อม ถ้าฟลักซ์หุ้มไม่ต่อเนื่อง อากาศ และความชื้นจากภายนอกอาจเข้าไปรบกวนแนวเชื่อม ได้ง่ายขึ้น

ผลที่ตามมา คือแนวเชื่อมมีโอกาสเกิดรูพรุน ผิวไม่แน่น หรืออาร์กวูบ โดยเฉพาะลวดที่เคยตกพื้นกระแทก หรือเก็บแบบไม่ระวัง อาจมีรอยร้าวเล็ก ๆ บนฟลักซ์ แม้มองผ่าน ๆ จะยังดูใช้งานได้ก็ตาม

เลือกขนาด ลวดเชื่อม ผิด ก็ทำให้ชิ้นงาน ทะลุ ได้

กรณีที่เจอบ่อย คือใช้ลวดใหญ่กับเหล็กกล่องบาง เหล็กแผ่นบาง หรือชิ้นงานเก่า ที่เนื้อบางจากสนิมเดิม แค่เดินแนวช้าไปเล็กน้อย หรือหยุดค้างบางจุด ก็อาจเกิดรูทะลุได้ ดังนั้นลวดใหญ่ ไม่ได้แปลว่าดีกว่าเสมอครับ งานบางควรใช้ลวดเล็กลง และปรับไฟให้เหมาะสมจะควบคุมง่ายขึ้นด้วย

ลวดเชื่อม ไม่ตรง กับชนิดงาน แนวเชื่อม ก็มีปัญหาได้

ลวดเชื่อมแต่ละชนิดออกแบบมาไม่เหมือนกัน บางอันอาจเหมาะกับงานทั่วไปครับ แต่บางชนิดก็เหมาะกับงานโครงสร้าง งานท่อ งานซ่อม หรือท่าเชื่อมเฉพาะ การเลือก ลวดเชื่อม ไม่ตรงกับลักษณะงาน อาจทำให้แนวเชื่อมซึมไม่ลึกพอ คุมบ่อหลอมยาก สแลกไหลเข้ารอยเชื่อม หรือเกิดรูพรุนได้

ปัญหามักเกิดจากใช้ลวดที่มีอยู่โดยไม่ได้ ดูว่าชิ้นงานหนาบางแค่ไหน เป็นเหล็กแบบไหน และต้องการความแข็งแรงระดับ ไหน หรือ รหัสบน ลวดเชื่อม บอกอะไรกับเราบ้าง

แม้ไม่จำเป็นต้องจำรหัสทั้งหมด แต่ก็ควรเข้าใจว่า ลวดเชื่อม ไม่ใช่วัสดุที่ใช้แทนกันได้ทุกงาน และการเลือกผิดอาจกระทบทั้งความสวยของแนวเชื่อม และความแข็งแรงของชิ้นงาน

ชิ้นงานสกปรก บวกกับ ลวดเชื่อม มีปัญหา ยิ่งทำให้รูพรุนหนักขึ้น

บางครั้งปัญหาไม่ได้เกิดจาก ลวดเชื่อม ย่างเดียวครับ แต่มาจากหลายปัจจัยมารวมกัน เช่น ลวดเริ่มชื้นนิดหน่อย ชิ้นงานมีสนิมบาง ๆ มีคราบน้ำมัน หรือมีสีเคลือบอยู่เดิม พอเชื่อมเข้าไป ความร้อนสูงจะทำให้สิ่งปนเปื้อนบนผิวชิ้นงานระเหย กลายเป็นควัน แก๊ส และสิ่งสกปรก ที่ปะปนกับบ่อหลอม ยิ่งถ้ารวมกับลวดเชื่อม ที่ฟลักซ์ทำงานได้ไม่เต็มที่ แนวเชื่อม ก็ยิ่งมีโอกาสเกิดรูพรุนมากขึ้น

หลายคนอาจคิดว่า เชื่อมเหล็กไม่ต้องเตรียมผิวมาก ลวดเชื่อมน่าจะเผาสนิม หรือสีออกไปเองได้ระดับหนึ่ง ซึ่งในงานบางประเภทอาจพอทำได้ แต่ถ้าต้องการแนวเชื่อมที่แน่น แข็งแรง และไม่เกิดรู การเตรียมผิวก่อนเชื่อมยังสำคัญมาก

บริเวณที่จะเชื่อม ควรปราศจากคราบน้ำมัน สี สนิมหนา ความชื้น และฝุ่นผงให้มากที่สุด เพราะยิ่งชิ้นงานสะอาด ลวดเชื่อม ก็ยิ่งทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น

ปัญหาที่น่ากลัวคือ เมื่อแนวเชื่อม มีรูพรุนจากทั้งลวด และชิ้นงานสกปรก เราอาจมองเห็นแค่ผิวด้านนอก แล้วคิดว่าเติมแนวทับอีกชั้นก็น่าจะจบ แต่ถ้ารูพรุนอยู่ข้างใน และไม่ได้เจียรล้างออกก่อน การเชื่อมทับอาจเพียงปิดบังปัญหาไว้ชั่วคราว ไม่ได้แก้จุดอ่อนของแนวเชื่อมจริง ๆ

ถ้าเจอแนวเชื่อมที่เป็นรูมากผิดปกติ ควรหยุดดูสาเหตุก่อน ว่าปัญหามาจาก ลวดเชื่อม ตู้เชื่อม หรือปัจจัยอื่น ๆ อย่างการควบคุม ไม่ใช่รีบแก้ปัญหาด้วยการเชื่อมทับ

ลวดเชื่อม มีปัญหา อาจทำให้แนวเชื่อมทะลุเป็นรูได้ ไม่ใช่เพราะฝีมือ

สัญญาณ ว่า ลวดเชื่อม อาจเป็นต้นเหตุของปัญหา

ถ้าจะแยกให้ออกว่าแนวเชื่อมเป็นรูเพราะฝีมือ เครื่อง หรือ ลวดเชื่อม ให้สังเกตพฤติกรรมระหว่างเชื่อมครับ ลวดที่ทำงานผิดปกติ มักจะมีสัญญาณให้เห็นตั้งแต่เริ่มจุดอาร์ก เช่น จุดติดยากผิดปกติ ต้องเคาะหลายครั้ง อาร์กติดแล้วดับง่าย เสียงเชื่อมไม่สม่ำเสมอ สะเก็ดกระเด็นเยอะกว่าปกติ แนวเชื่อมมีฟองเล็ก ๆ ระหว่างเดินแนว หรือหลังเคาะแล้ว ยังเห็นรูพรุนกระจายบนผิว

อีกสัญญาณที่ควรระวังคือ ใช้ลวดคนละกล่องแล้วผลลัพธ์ต่างกันชัดเจน เช่น กล่องเดิมเชื่อมแล้วรูพรุนเยอะ แต่อีกกล่องที่เพิ่งเปิดใหม่เชื่อม แล้วแนวนิ่ง แบบนี้ มีความเป็นไปได้สูง ว่าสภาพลวดเชื่อม มีผลจริง

ถ้าลวดชุดหนึ่งเชื่อมบนชิ้นงานหลายแบบแล้วให้ผลไม่ดีซ้ำ ๆ แม้ปรับไฟและเตรียมผิวแล้ว ก็ควรพิจารณาเปลี่ยนลวดแทน การฝืนใช้ต่อ

จำไว้ว่า แนวเชื่อมไม่สวย ไม่ได้แปลว่าเราผิดเสมอไป ฝีมือมีผลแน่นอน แต่ ลวดเชื่อม ก็มีผลไม่น้อย ถ้าลวดชื้น ฟลักซ์แตก ขนาดไม่เหมาะ หรือเลือกชนิดผิด งานก็ออกมาเสียได้ แม้จะพยายามเดินแนวให้ดีแค่ไหน การรู้จักสังเกตอาการของลวด จึงเป็นทักษะสำคัญ ไม่แพ้การจับมือให้นิ่ง เลยครับ

ถ้าแนวเชื่อมทะลุ ควรเช็คอะไรก่อน?

การที่แนวเชื่อมทะลุเป็นรู ไม่ควรสรุปทันทีว่าเป็นเพราะมือไม่นิ่งครับ เริ่มจากการไล่เช็ค อย่างเป็นระบบก่อน อันดับแรก ดูความหนาของชิ้นงานว่าเหมาะกับขนาด ลวดเชื่อม หรือไม่ ถ้าชิ้นงานบางมากแต่ใช้ลวดใหญ่ และไฟสูง โอกาสทะลุก็สูงอยู่แล้ว ต่อมาดูสภาพลวดเชื่อม ว่าชื้นไหม ฟลักซ์แตกไหม เก็บไว้นานหรือเปล่า จากนั้นดูผิวชิ้นงานว่าสะอาดพอหรือไม่ มีสี สนิม น้ำมัน หรือความชื้นตกค้าง หรือเปล่า

หลังจากนั้นค่อยกลับมาดูกระแสไฟ ความเร็วในการเดินแนว ระยะอาร์ก และมุมลวด ปัจจัยเหล่านี้ก็มีผลต่อความร้อนสะสมเช่นกัน

นอกจากนี้ ถ้าเชื่อมช้าเกินไป หรือค้างอยู่จุดเดียวนานเกินไป ชิ้นงานบาง ๆ ก็อาจทะลุได้ แม้ลวดเชื่อมจะดี แต่ถ้าเช็คแล้วพบว่าทุกอย่างเหมาะสมพอสมควร แต่ปัญหายังเกิดซ้ำกับลวดชุดเดิม การลองเปลี่ยนลวดเชื่อมชุดใหม่เป็นวิธีทดสอบที่งาย และตรงไปตรงมามากครับ

ลวดเชื่อม ดี ช่วยให้งานเชื่อม ง่ายขึ้น

ลวดเชื่อมที่สภาพดี เหมาะกับชิ้นงาน และเลือกขนาดถูกต้อง จะช่วยให้งานเชื่อมควบคุมง่ายขึ้นอย่างเห็นได้ชัดครับ เพราะมันช่วยลดปัญหาระหว่างเชื่อมลง ให้เราโฟกัส กับการเดินแนว มุมลวด และความเร็ว

  • จุดอาร์กง่ายขึ้น ไม่ต้องเคาะซ้ำหลายครั้ง
  • อาร์กนิ่งกว่า เดินแนวได้ต่อเนื่องขึ้น
  • บ่อหลอมควบคุมง่าย ไม่ไหลสะเปะสะปะ
  • สแลกคลุมแนวเชื่อม ได้ดีขึ้น
  • แนวเชื่อมมีโอกาสเต็มแน่น และรูพรุนน้อยลง

ในทางกลับกัน ถ้าใช้ลวดเชื่อม ที่มีปัญหาจะยิ่งสับสน เพราะไม่รู้ว่าอาการอาร์กสะดุด รูพรุน หรือแนวไม่เต็มเกิดจากตัวเอง หรือเกิดจากลวด สุดท้าย อาจรู้สึกว่าเชื่อมยากเกินไป ทั้งที่บางครั้งแค่เปลี่ยนลวดเชื่อม ให้เหมาะกับงาน และเก็บลวดเชื่อมใ ห้ถูกวิธี งานก็เชื่อมง่ายขึ้นมากแล้วครับ

ลวดเชื่อม ที่ดี ช่วยลดเวลาหน้างาน ช่วยให้แนวเชื่อมมีความสม่ำเสมอมากขึ้น และความสม่ำเสมอของลวด มีผลต่อความเร็ว กับคุณภาพงานอย่างเห็นได้ชัด

ลวดเชื่อม มีปัญหา อาจทำให้แนวเชื่อมทะลุเป็นรูได้ ไม่ใช่เพราะฝีมือ

สรุป: แนวเชื่อมเป็นรู อย่าเพิ่งโทษฝีมือ อย่างเดียว

แนวเชื่อมทะลุไม่ใช่เรื่อง ที่ควรสรุปง่าย ๆ ว่าเกิดจากฝีมือไม่ดีครับ เพราะในการเชื่อมจริง มีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง และที่สำคัญมาก คือสภาพ และความเหมาะสมของ ลวดเชื่อม ลวดชื้น ฟลักซ์แตก เก็บผิดวิธี เลือกขนาดไม่เหมาะ หรือใช้ผิดประเภท ล้วนทำให้แนวเชื่อมก็เกิดรูพรุน อาร์กไม่นิ่ง แนวไม่เต็ม หรือทะลุเป็นรู ได้เหมือนกัน

จำไว้ว่าลวดเชื่อม เป็นจุดเริ่มต้น ของคุณภาพแนวเชื่อม ไม่ใช่แค่วัสดุสิ้นเปลือง ที่หยิบอะไรก็ได้มาใช้แทนกันทั้งหมด ก่อนเริ่มงานควรดูสภาพลวด เลือกขนาดให้สัมพันธ์กับชิ้นงาน เก็บลวดให้ห่างจากความชื้น และไม่ฝืนใช้ลวด ที่มีอาการผิดปกติ กับงานสำคัญ

เมื่อเกิดปัญหาแนวเชื่อมเป็นรู ให้ไล่เช็คอย่างเป็นระบบ อย่ารีบโทษคนเชื่อมอย่างเดียว เพราะบางครั้งต้นเหตุของงานเสียอาจอยู่ที่ ลวดเชื่อม ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มจุดอาร์ก เลยก็ได้