Customers Also Purchased
เวลาเจอมุมอับตามถนน ทางโค้ง ซอยแคบ ทางเข้าออกหมู่บ้าน ลานจอดรถ หรือทางแยกในโรงงาน หลายคนมักเห็น “กระจกจราจร” ติดอยู่ตามเสา ผนัง หรือมุมอาคาร เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นรถ คน หรือสิ่งกีดขวางจากอีกฝั่งได้ก่อนตัดสินใจขับออกไป แต่ก็มีคำถามที่หลายคนสงสัยเหมือนกันว่า ทำไมต้องใช้กระจกจราจร ทั้งที่กระจกธรรมดาก็สะท้อนภาพได้เหมือนกัน ใช้กระจกแบนธรรมดาแทนไม่ได้หรือ?
คำตอบคือ กระจกธรรมดาและกระจกจราจรให้ “มุมมอง” ไม่เหมือนกัน กระจกธรรมดาหรือกระจกแบนสะท้อนภาพได้ใกล้เคียงความเป็นจริง แต่ให้มุมมองแคบ เหมาะกับการส่องภาพตรงหน้า เช่น กระจกในบ้าน กระจกห้องน้ำ หรือกระจกแต่งตัว ส่วนกระจกจราจรเป็นกระจกนูนที่ออกแบบให้สะท้อนภาพได้กว้างกว่า ช่วยให้มองเห็นพื้นที่ด้านข้าง มุมเลี้ยว หรือรถที่กำลังมาจากทิศทางที่ปกติมองไม่เห็นได้ดีขึ้น
นี่คือเหตุผลสำคัญว่าทำไมพื้นที่มุมอับจึงควรใช้กระจกจราจร ไม่ใช่กระจกธรรมดา เพราะโจทย์ของงานจราจรไม่ใช่การเห็นภาพสวย คม หรือสมจริงที่สุด แต่คือการเห็น “ภาพรวมของพื้นที่เสี่ยง” ให้เร็วพอที่จะชะลอ หยุด หรือหลบหลีกได้ทัน โดยเฉพาะในจุดที่มีรถสวนกันยาก ทางโค้งแคบ ทางออกจากบ้าน ทางเข้าออกโกดัง หรือจุดที่รถโฟล์คลิฟท์กับคนเดินอาจมองไม่เห็นกัน
กระจกจราจรคืออะไร
กระจกจราจร หรือที่หลายคนเรียกว่า กระจกนูนจราจร กระจกส่องทางโค้ง กระจกมุมอับ หรือกระจกมองทาง เป็นอุปกรณ์ช่วยมองเห็นที่ใช้ติดตั้งในจุดที่สายตาของผู้ขับขี่หรือผู้ใช้งานมองไม่ถึง เช่น ทางโค้ง ทางแยก ซอยแคบ ทางเข้าออกอาคาร ลานจอดรถ โรงงาน คลังสินค้า และจุดอับสายตาอื่น ๆ
ลักษณะเด่นของกระจกจราจรคือผิวกระจกจะนูนออกมาด้านหน้า ทำให้สามารถรับและสะท้อนภาพจากมุมกว้างกว่ากระจกธรรมดา ผู้ขับขี่จึงไม่จำเป็นต้องขับรถยื่นออกไปจนเกือบถึงจุดเสี่ยงก่อนถึงจะเห็นรถจากอีกฝั่ง แต่สามารถดูภาพสะท้อนจากกระจกเพื่อประเมินเบื้องต้นได้ว่ามีรถ คน หรือสิ่งกีดขวางกำลังเข้ามาหรือไม่
กระจกจราจรไม่ได้มีไว้เพื่อแทนการมองทางจริงทั้งหมด แต่เป็นตัวช่วยลดมุมอับ เพิ่มข้อมูลให้ผู้ขับขี่ตัดสินใจได้ดีขึ้น และช่วยลดโอกาสเกิดการเฉี่ยวชนในจุดที่ทัศนวิสัยจำกัด โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีผนัง เสา กำแพง ต้นไม้ รถจอดบัง หรือมุมอาคารบดบังสายตา
กระจกธรรมดาคืออะไร และทำไมไม่เหมาะกับมุมอับจราจร
กระจกธรรมดา หรือกระจกแบน เป็นกระจกที่ผิวสะท้อนเรียบ ให้ภาพสะท้อนใกล้เคียงกับขนาดและระยะจริง เหมาะกับการใช้งานที่ต้องการเห็นภาพตรงหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ เช่น กระจกแต่งตัว กระจกห้องน้ำ กระจกหน้าร้าน หรือกระจกในงานตกแต่งอาคาร
ข้อดีของกระจกธรรมดาคือภาพคมชัด ดูง่าย และระยะไม่เพี้ยนมากเมื่อเทียบกับกระจกนูน แต่ข้อจำกัดสำคัญคือมุมมองแคบ หากนำไปติดในทางโค้งหรือมุมอับ กระจกธรรมดาจะสะท้อนเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ในมุมตรงกับกระจกเท่านั้น ทำให้เห็นได้ไม่กว้างพอสำหรับการจราจร
ลองนึกภาพทางออกจากซอยที่มีกำแพงบังทั้งซ้ายและขวา ถ้าติดกระจกแบนธรรมดา ผู้ขับขี่อาจเห็นเพียงบางส่วนของถนนด้านหน้า แต่ไม่สามารถเห็นพื้นที่ด้านข้างกว้างพอที่จะรู้ว่ามีรถกำลังมาจากทางซ้ายหรือขวาหรือไม่ ในขณะที่กระจกจราจรสามารถดึงภาพจากด้านข้างเข้ามาให้เห็นได้มากกว่า จึงเหมาะกับจุดที่ต้องการมอง “รอบมุม” มากกว่ามองตรง ๆ
ดังนั้น กระจกธรรมดาไม่ได้ผิดหรือไม่มีประโยชน์ เพียงแต่ไม่ใช่เครื่องมือที่เหมาะกับงานลดมุมอับบนถนน ลานจอดรถ หรือพื้นที่ที่ต้องการมุมมองกว้างเป็นพิเศษ
ทำไมกระจกจราจรต้องเป็นกระจกนูน
เหตุผลหลักที่กระจกจราจรต้องเป็นกระจกนูน เพราะกระจกนูนสามารถสะท้อนภาพได้กว้างกว่ากระจกแบน เมื่อแสงจากพื้นที่หลายทิศทางตกกระทบผิวกระจกนูน ภาพสะท้อนที่เกิดขึ้นจะถูกรวมเข้ามาให้ผู้มองเห็นพื้นที่กว้างขึ้น แม้ผู้มองจะยืนหรือขับรถอยู่ในตำแหน่งเดียว
พูดให้เข้าใจง่ายคือ กระจกแบนเหมือนการมองผ่านหน้าต่างบานตรง เห็นชัดแต่เห็นเฉพาะมุมที่อยู่ตรงหน้า ส่วนกระจกนูนเหมือนการถอยกล้องออกให้เห็นฉากกว้างขึ้น เห็นรายละเอียดเล็กลงบ้าง แต่ได้พื้นที่มองเห็นมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่งานจราจรต้องการมากกว่า
ในจุดมุมอับ การเห็นภาพกว้างสำคัญกว่าการเห็นขนาดวัตถุเท่าจริง เพราะผู้ขับขี่ต้องการรู้ก่อนว่า “มีอะไรอยู่ตรงนั้นไหม” เช่น มีรถกำลังมา มีคนเดิน มีจักรยานยนต์เลี้ยวมา หรือมีรถโฟล์คลิฟท์กำลังออกจากมุมอาคารหรือเปล่า แม้ภาพในกระจกนูนจะเล็กกว่าความจริง แต่ก็ช่วยให้รู้ว่าควรชะลอหรือหยุดก่อนเข้าใกล้จุดเสี่ยง
นี่จึงเป็นเหตุผลที่กระจกจราจรถูกออกแบบให้เป็นกระจกนูน ไม่ใช่กระจกเรียบ เพราะหน้าที่หลักคือเพิ่มมุมมอง ลดจุดบอด และช่วยให้ตัดสินใจเร็วขึ้นในพื้นที่ที่มองทางจริงได้ไม่ครบ
กระจกจราจรกับกระจกธรรมดาต่างกันยังไง
ถ้าสรุปให้ชัด กระจกจราจรกับกระจกธรรมดาต่างกันทั้งรูปทรง มุมมอง วัตถุประสงค์ และตำแหน่งใช้งาน กระจกธรรมดาเน้นสะท้อนภาพให้ใกล้เคียงความจริง ส่วนกระจกจราจรเน้นขยายมุมมองให้เห็นพื้นที่กว้างขึ้น

จากตารางจะเห็นว่า กระจกจราจรไม่ได้ “ดีกว่า” กระจกธรรมดาทุกด้าน แต่เหมาะกับงานคนละประเภท หากต้องการส่องหน้าหรือมองภาพให้สมจริง กระจกธรรมดาเหมาะกว่า แต่ถ้าต้องการมองทางโค้ง ทางแยก มุมอับ หรือลดความเสี่ยงจากรถที่มองไม่เห็น กระจกจราจรตอบโจทย์กว่าชัดเจน
กระจกนูนช่วยลดมุมอับได้ยังไง
มุมอับเกิดขึ้นเมื่อมีสิ่งกีดขวางบังแนวสายตา เช่น กำแพง เสา อาคาร ต้นไม้ รถจอด หรือมุมทางเลี้ยว ทำให้ผู้ขับขี่ไม่สามารถเห็นรถหรือคนที่กำลังมาจากอีกทิศทางได้โดยตรง กระจกนูนช่วยลดปัญหานี้โดยสะท้อนภาพจากพื้นที่ที่สายตามองไม่ถึงกลับมาให้เห็นในตำแหน่งที่ผู้ขับขี่สามารถมองได้
ตัวอย่างเช่น หากออกจากซอยแคบที่มีกำแพงบังด้านซ้าย ผู้ขับขี่อาจต้องขับรถยื่นออกไปก่อนจึงจะเห็นรถที่มาทางซ้าย ซึ่งเป็นจังหวะที่เสี่ยงเฉี่ยวชน แต่ถ้ามีกระจกจราจรติดไว้ในตำแหน่งที่เหมาะสม ผู้ขับขี่สามารถมองกระจกก่อนออกจากซอย เพื่อดูว่ามีรถหรือจักรยานยนต์กำลังมาหรือไม่ แล้วค่อยตัดสินใจชะลอหรือหยุด
ในลานจอดรถ กระจกนูนช่วยให้เห็นรถที่กำลังเลี้ยวจากอีกช่องทาง ช่วยลดความเสี่ยงบริเวณทางโค้ง ทางขึ้นลงอาคารจอดรถ หรือทางแยกในลานจอดรถ ส่วนในโรงงานหรือโกดัง กระจกจราจรช่วยให้คนเดินและคนขับรถโฟล์คลิฟท์มองเห็นกันก่อนถึงมุมอาคาร ลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุจากการสวนกันในจุดอับสายตา
กระจกจราจรเหมาะกับติดตั้งตรงไหน
กระจกจราจรเหมาะกับทุกจุดที่มีปัญหามุมอับและต้องการเพิ่มการมองเห็นก่อนถึงจุดเสี่ยง ไม่จำเป็นต้องเป็นถนนใหญ่เท่านั้น แต่ใช้ได้ตั้งแต่หน้าบ้านไปจนถึงพื้นที่โรงงาน
จุดที่นิยมติดตั้ง ได้แก่
- ทางโค้งในหมู่บ้านหรือซอยแคบ
- ทางเข้าออกบ้านที่มีกำแพงบัง
- ทางเข้าออกอาคารหรือคอนโด
- ลานจอดรถและอาคารจอดรถ
- ทางขึ้นลงชั้นจอดรถ
- ทางแยกในโรงงานหรือโกดัง
- จุดที่รถโฟล์คลิฟท์วิ่งผ่าน
- ทางออกจากคลังสินค้า
- จุดกลับรถหรือจุดที่รถสวนกันยาก
- พื้นที่ที่มีเสา กำแพง หรือรถจอดบังสายตา
จุดสำคัญคือกระจกจราจรต้องติดตั้งในตำแหน่งที่สะท้อนภาพจุดเสี่ยงได้จริง ไม่ใช่แค่ติดให้มี เพราะหากติดสูงเกินไป ต่ำเกินไป หันมุมผิด หรืออยู่ไกลจากจุดมองเกินไป ผู้ขับขี่อาจเห็นภาพไม่ชัด หรือเห็นแล้วใช้ประโยชน์ไม่ได้เต็มที่
ใช้กระจกจราจรในบ้านได้ไหม
ใช้ได้ โดยเฉพาะบ้านที่มีทางออกติดซอยแคบ บ้านที่มีกำแพงสูงบังสายตา บ้านหัวมุม หรือบ้านที่ต้องถอยรถออกจากโรงจอดรถแล้วมองไม่เห็นรถที่วิ่งผ่านหน้าบ้าน กระจกจราจรสามารถช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นภาพจากด้านข้างได้ก่อนขยับรถออกไป
แต่การติดกระจกจราจรหน้าบ้านควรคำนึงถึงตำแหน่งและทิศทางให้ดี เพราะต้องสะท้อนภาพถนนหรือซอยที่ต้องการมอง ไม่ใช่สะท้อนกำแพง ต้นไม้ หรือรถที่จอดอยู่เฉย ๆ นอกจากนี้ควรติดในตำแหน่งที่ไม่รบกวนคนเดิน ไม่ยื่นออกมาในระดับที่เสี่ยงชน และไม่ทำให้แสงสะท้อนเข้าตาผู้ใช้ถนนมากเกินไป
ถ้าเป็นบ้านในหมู่บ้านจัดสรรหรือพื้นที่ส่วนกลาง ควรตรวจสอบกับนิติบุคคลหรือผู้ดูแลพื้นที่ก่อนติดตั้ง โดยเฉพาะถ้าต้องติดบนเสาไฟ ผนังส่วนกลาง หรือพื้นที่ที่ไม่ได้เป็นของเจ้าของบ้านโดยตรง
กระจกจราจรมีข้อจำกัดไหม
แม้กระจกจราจรจะช่วยลดมุมอับได้ดี แต่ก็มีข้อจำกัดที่ผู้ใช้งานควรรู้
- ภาพในกระจกนูนจะเล็กกว่าความเป็นจริง ทำให้วัตถุดูเหมือนอยู่ไกลกว่าระยะจริง ผู้ขับขี่จึงไม่ควรตัดสินใจจากกระจกเพียงอย่างเดียว แต่ควรใช้ร่วมกับการชะลอ มองทางจริง และฟังเสียงรอบตัว
- กระจกจราจรช่วยเพิ่มการมองเห็น แต่ไม่สามารถป้องกันอุบัติเหตุได้เอง หากผู้ขับขี่ไม่ชะลอ ไม่หยุด หรือขับเร็วเกินไป กระจกก็ช่วยได้จำกัด ดังนั้นในพื้นที่เสี่ยงควรใช้ร่วมกับป้ายเตือน เส้นจราจร ยางชะลอความเร็ว หรืออุปกรณ์จราจรอื่นตามความเหมาะสม
- คุณภาพและความสะอาดของกระจกมีผลต่อการมองเห็น หากกระจกเป็นรอย ขุ่น ฝุ่นเกาะ น้ำฝนเกาะมาก หรือซีดจากแดด ภาพสะท้อนอาจไม่ชัดพอ นอกจากนี้หากติดตั้งในจุดที่มีแสงสะท้อนแรง อาจทำให้มองเห็นยากในบางช่วงเวลา
ดังนั้น กระจกจราจรควรถูกมองเป็น “อุปกรณ์ช่วยมอง” ไม่ใช่อุปกรณ์ที่ทำให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องระวังอีกต่อไป
เลือกกระจกโค้งจราจรยังไงให้เหมาะกับงาน
การเลือกกระจกจราจรควรดูมากกว่าราคา เพราะแต่ละพื้นที่มีระยะมองเห็น ความกว้างของถนน และระดับความเสี่ยงไม่เหมือนกัน หากเลือกขนาดเล็กเกินไป ภาพอาจเล็กจนมองไม่ชัด แต่ถ้าเลือกใหญ่เกินจำเป็น อาจติดตั้งยาก เกะกะ หรือไม่เหมาะกับพื้นที่แคบ
- สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนเลือกซื้อ ได้แก่
- ขนาดกระจกเหมาะกับระยะมองหรือไม่
- วัสดุกระจกทนแดด ทนฝน และแรงกระแทกแค่ไหน
- ใช้ภายในหรือภายนอกอาคาร
- มีขอบกระจกหรือหลังคากันฝนหรือไม่
- ขาจับและอุปกรณ์ยึดแข็งแรงพอไหม
- ตำแหน่งติดตั้งมีเสาหรือผนังรองรับหรือไม่
- ภาพสะท้อนชัดพอสำหรับรถที่วิ่งผ่านหรือเปล่า
- ต้องการใช้กับรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ คนเดิน หรือรถโฟล์คลิฟท์
สำหรับพื้นที่หน้าบ้านหรือซอยแคบ อาจเลือกกระจกขนาดกลางที่เห็นภาพชัดในระยะใกล้ ส่วนลานจอดรถ ทางโค้งกว้าง หรือโรงงานที่มีรถขนาดใหญ่ ควรเลือกกระจกขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อให้มองเห็นได้ชัดจากระยะไกลกว่าเดิม
กระจกจราจรควรเลือกวัสดุแบบไหนดี
กระจกจราจรมีหลายวัสดุ เช่น อะคริลิก โพลีคาร์บอเนต สแตนเลส หรือวัสดุสะท้อนภาพเฉพาะทาง แต่ละแบบมีจุดเด่นต่างกัน
- กระจกอะคริลิก มักมีน้ำหนักเบา ภาพค่อนข้างชัด ราคาเข้าถึงง่าย เหมาะกับงานทั่วไป เช่น หน้าบ้าน ลานจอดรถ หรือพื้นที่ที่ไม่ได้เสี่ยงแรงกระแทกมาก แต่ควรเลือกเกรดที่ทนแดดและไม่ขุ่นง่าย
- กระจกโพลีคาร์บอเนต เด่นเรื่องความทนแรงกระแทกมากกว่า เหมาะกับพื้นที่ที่อาจโดนชน โดนกระแทก หรือใช้งานในสภาพแวดล้อมหนัก เช่น โรงงาน โกดัง ลานจอดรถที่มีรถเข้าออกบ่อย
- กระจกสแตนเลส เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการความทนทานสูง ทนสภาพอากาศ และลดปัญหาแตกหัก แต่ภาพสะท้อนอาจไม่เหมือนกระจกอะคริลิกบางรุ่น ต้องเลือกตามหน้างานและความต้องการใช้งานจริง
การเลือกวัสดุจึงควรดูจากสถานที่ติดตั้งมากกว่าดูจากราคาอย่างเดียว เพราะกระจกที่ถูกแต่ไม่เหมาะกับสภาพแวดล้อม อาจขุ่น แตก หรือเสื่อมเร็ว จนต้องเปลี่ยนใหม่บ่อยกว่าเดิม
กระจกจราจรควรติดตั้งสูงแค่ไหน
ความสูงของกระจกจราจรควรอยู่ในระดับที่ผู้ขับขี่มองเห็นได้สะดวกและสะท้อนภาพจุดเสี่ยงได้ชัด ไม่ควรต่ำจนคนเดินชนหรือรถเฉี่ยว และไม่ควรสูงจนผู้ขับขี่มองภาพยาก โดยทั่วไปควรติดตั้งให้สัมพันธ์กับระดับสายตาของผู้ขับรถและตำแหน่งถนนหรือทางแยกที่ต้องการมอง
ในพื้นที่รถยนต์ทั่วไป ควรติดตั้งในระดับที่ผู้ขับขี่มองจากตำแหน่งนั่งขับแล้วเห็นภาพในกระจกได้ทันทีโดยไม่ต้องเงยหรือก้มมากเกินไป ส่วนในโรงงานที่มีรถโฟล์คลิฟท์ อาจต้องปรับความสูงให้เหมาะกับตำแหน่งคนขับโฟล์คลิฟท์และเส้นทางเดินรถภายในอาคาร
สิ่งสำคัญกว่าตัวเลขตายตัวคือการทดลองมุมมองจริงหลังติดตั้ง ควรตรวจจากตำแหน่งที่ผู้ขับขี่จะมองกระจกจริง ว่าเห็นรถหรือคนจากทิศทางที่ต้องการหรือไม่ หากเห็นแต่พื้น เห็นท้องฟ้า หรือเห็นกำแพงมากเกินไป แปลว่าต้องปรับมุมใหม่
ติดกระจกจราจรผิดตำแหน่ง มีผลยังไง
การติดกระจกจราจรผิดตำแหน่งทำให้ประสิทธิภาพลดลงมาก บางครั้งมีกระจกอยู่จริง แต่ช่วยลดมุมอับได้น้อยมาก เพราะสะท้อนภาพไม่ตรงจุดที่ต้องการ เช่น ติดใกล้ทางโค้งเกินไป ติดไกลเกินไป หันมุมไม่พอดี ติดต่ำจนมีรถจอดบัง หรือติดสูงจนภาพเล็กและมองยาก
ปัญหาที่พบได้บ่อยคือผู้ขับขี่มองกระจกแล้วเห็นเพียงบางส่วนของถนน ไม่เห็นรถที่กำลังเข้ามาจริง หรือเห็นภาพแต่ประเมินไม่ได้เพราะกระจกเล็กเกินไป อีกกรณีคือกระจกถูกติดตั้งในจุดที่มีแสงสะท้อนแรง ทำให้บางช่วงเวลามองไม่เห็นภาพชัด
ก่อนติดตั้งควรดูจากตำแหน่งใช้งานจริง ไม่ใช่ดูจากความสะดวกในการยึดติดเท่านั้น ถ้ามีเสาหรือตำแหน่งติดตั้งที่สะดวกแต่ไม่สะท้อนมุมที่ต้องการ ก็อาจต้องเพิ่มขายึด ปรับตำแหน่ง หรือเลือกจุดติดตั้งใหม่ เพื่อให้กระจกใช้งานได้จริง
กระจกจราจรต้องดูแลยังไงให้เห็นชัดนาน
กระจกจราจรอยู่ในพื้นที่ที่เจอฝุ่น แดด ฝน คราบน้ำ หรือควันรถ จึงควรดูแลเป็นระยะเพื่อให้ภาพสะท้อนยังชัดเจน หากปล่อยให้กระจกสกปรกมาก ภาพจะมัว ทำให้ผู้ขับขี่มองไม่ชัดและตัดสินใจยากขึ้น
การดูแลเบื้องต้นคือเช็ดทำความสะอาดผิวกระจกด้วยผ้านุ่มและน้ำยาที่ไม่กัดผิวกระจก หลีกเลี่ยงการใช้ของแข็งหรือแปรงหยาบที่อาจทำให้เป็นรอย ตรวจขาจับและน็อตยึดว่าแน่นดีหรือไม่ โดยเฉพาะหลังฝนตกหนัก ลมแรง หรือมีแรงกระแทก
หากพบว่ากระจกเริ่มขุ่น แตก ร้าว ภาพบิดเบี้ยวมาก หรือสีกรอบเสื่อมจนมองไม่เด่น ควรพิจารณาเปลี่ยนใหม่ เพราะกระจกจราจรที่มองไม่ชัดอาจทำให้ผู้ขับขี่เข้าใจผิดและไม่ได้ช่วยลดความเสี่ยงเท่าที่ควร
ทำไมมุมอับต้องใช้กระจกจราจร ไม่ใช่กระจกธรรมดา
กระจกจราจร กับกระจกธรรมดาแตกต่างกันที่วัตถุประสงค์และมุมมอง กระจกธรรมดาให้ภาพตรงและใกล้เคียงความจริง แต่เห็นได้แคบกว่า เหมาะกับการใช้งานทั่วไปในบ้านหรืออาคาร ส่วนกระจกจราจรเป็นกระจกนูนที่ให้มุมมองกว้างกว่า เหมาะกับการลดมุมอับในพื้นที่จราจร เช่น ทางโค้ง ซอยแคบ ทางเข้าออกบ้าน ลานจอดรถ โรงงาน และโกดัง
เหตุผลที่มุมอับต้องใช้กระจกนูน เพราะพื้นที่เหล่านี้ไม่ได้ต้องการภาพที่สมจริงที่สุด แต่ต้องการเห็นภาพรวมของพื้นที่ที่สายตามองไม่ถึง เพื่อให้ผู้ขับขี่รู้ว่ามีรถ คน หรือสิ่งกีดขวางอยู่หรือไม่ก่อนเข้าใกล้จุดเสี่ยง แม้ภาพในกระจกจะเล็กกว่าความจริงและต้องประเมินระยะอย่างระมัดระวัง แต่ข้อดีคือช่วยเพิ่มโอกาสในการมองเห็นก่อนเกิดเหตุได้มากกว่ากระจกธรรมดา
ดังนั้น ถ้าต้องการแก้ปัญหามุมอับจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นหน้าบ้าน ทางออกซอย ทางโค้ง ลานจอดรถ หรือทางแยกในโรงงาน ควรเลือกใช้กระจกจราจรที่มีขนาด วัสดุ และตำแหน่งติดตั้งเหมาะกับพื้นที่ ไม่ใช่ใช้กระจกธรรมดาแทน เพราะกระจกที่ถูกประเภทและติดตั้งถูกมุม จะช่วยให้การสัญจรปลอดภัยขึ้น มองเห็นชัดขึ้น และลดโอกาสเกิดการเฉี่ยวชนได้ดีกว่า
TH
English









