น็อตและโบลต์เป็นชิ้นส่วนเล็ก ๆ ที่ดูเหมือนเลือกซื้อไม่ยาก แต่พอเดินเข้าไปในร้านเครื่องมือจริง เราอาจได้ยินทั้งคำว่า M6, M8, เบอร์ 8, เบอร์ 10 หรือประแจเบอร์ 13 จนเริ่มสงสัยว่าตัวเลขทั้งหมดนี้กำลังบอกขนาดเดียวกันหรือเปล่า
น้องช่างเองก็เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ค่ะ ตอนเริ่มจับงานช่างใหม่ ๆ เคยเดินเข้าไปบอกพนักงานว่า “ขอ น็อตเบอร์ 10 หน่อยค่ะ” แต่พนักงานถามกลับว่าเป็นเกลียว M6, M8 หรือหมายถึงสกรูเบอร์ 10 กันแน่ จากที่คิดว่าจะซื้อแป๊บเดียว กลายเป็นต้องเริ่มแยกความหมายของคำว่า “เบอร์” กันใหม่ทั้งหมด
เรื่องนี้สำคัญกว่าที่คิดนะคะ เพราะถ้าเลือกขนาดเกลียวหรือระยะพิทช์ผิด แม้ชิ้นส่วนจะดูใกล้เคียงกันก็ไม่ควรฝืนขัน เกลียวอาจเสีย จุดยึดอาจไม่แน่น และบางงานอาจต้องเปลี่ยนทั้งโบลต์ นอตตัวเมีย หรือชิ้นงานที่มีรูเกลียวเลยค่ะ
ตัวเลขอาจเหมือนกัน แต่ใช้บอกข้อมูลคนละส่วน ก่อนเลือกซื้อจึงต้องดูว่าเลขนั้นหมายถึงขนาดเกลียว หมายเลขสกรู หรือขนาดหัวที่เครื่องมือต้องจับค่ะ
ก่อนอื่น คำว่า “เบอร์น็อต” หมายถึงอะไร
ในภาษาพูด คำว่า “เบอร์น็อต” อาจถูกใช้เรียกข้อมูลหลายอย่างปะปนกัน บางร้านใช้หมายถึงขนาดเกลียว บางคนใช้เรียกตามเบอร์ประแจ ขณะที่สกรูระบบนิ้วขนาดเล็กบางประเภทก็ใช้หมายเลขอย่าง #8 หรือ #10 เป็นชื่อขนาดของตัวเอง
เพราะฉะนั้น การบอกเพียงว่า “ขอน็อตเบอร์ 10” จึงยังไม่ชัดพอ ร้านอาจไม่รู้ว่าเราต้องการเกลียว M10 ต้องการชิ้นส่วนที่ใช้ประแจเบอร์ 10 หรือกำลังพูดถึงสกรูระบบนิ้วขนาด #10 การระบุให้ชัดว่าเป็นชิ้นส่วนชนิดใดและใช้เกลียวระบบอะไร จะช่วยลดโอกาสซื้อผิดได้มากค่ะ
ระบบเกลียวที่พบได้บ่อยมีอะไรบ้าง
เกลียวที่ใช้กับนอต โบลต์ และสกรูมีหลายระบบ แต่ในงานทั่วไปมักพบระบบเมตริก ระบบนิ้วแบบ Unified และเกลียว Whitworth ในเครื่องจักรหรืออุปกรณ์บางประเภท แต่ละระบบมีวิธีระบุขนาดและระยะเกลียวต่างกัน จึงไม่ควรดูเพียงว่าเส้นผ่านศูนย์กลางใกล้เคียงกันแล้วนำมาขันเข้าหากัน
| ระบบเกลียว | ตัวอย่างรหัส | วิธีบอกระยะเกลียว | มุมพื้นฐาน | ลักษณะการใช้งาน |
|---|---|---|---|---|
| ISO Metric | M6, M8 × 1.25 | ระยะพิทช์เป็นมิลลิเมตร | 60° | พบมากในไทย ยุโรป ญี่ปุ่น และงานอุตสาหกรรมทั่วไป |
| Unified Inch | #10-24 UNC, 1/4-20 UNC | จำนวนเกลียวต่อนิ้ว หรือ TPI | 60° | พบในเครื่องจักรและอุปกรณ์จากสหรัฐอเมริกา |
| Whitworth | 1/4 BSW, 3/8 BSW | จำนวนเกลียวต่อนิ้ว | 55° | พบในเครื่องจักรอังกฤษรุ่นเก่าหรืออุปกรณ์บางประเภท |
จุดที่ต้องระวังคือเกลียวเมตริก ISO และ Unified Inch ใช้มุมโปรไฟล์พื้นฐาน 60 องศาเหมือนกัน แต่ขนาดระบุ วิธีบอกพิทช์ รายละเอียดของโปรไฟล์ และค่าคลาดเคลื่อนไม่ได้ตรงกัน จึงไม่ควรนำมาฝืนประกอบแทนกัน ส่วนเกลียว Whitworth ใช้มุมพื้นฐาน 55 องศาและมีรายละเอียดของรูปเกลียวต่างออกไป
เกลียวต่างระบบหรือคนละพิทช์อาจเริ่มหมุนเข้าได้เล็กน้อยก่อนจะฝืด หากรู้สึกติด เอียง หรือมีเศษโลหะออกมา ให้หยุดทันทีและตรวจขนาดใหม่ค่ะ
ตัว M บนโบลต์และนอตบอกอะไรเรา
ตัวอักษร M ใช้ระบุเกลียวเมตริก ส่วนตัวเลขที่ตามหลังหมายถึงเส้นผ่านศูนย์กลางระบุของเกลียวเป็นมิลลิเมตร เช่น M6 หมายถึงเกลียวขนาดระบุ 6 มิลลิเมตร และ M8 หมายถึงเกลียวขนาดระบุ 8 มิลลิเมตร
ตัวเลขหลัง M ไม่ได้บอกความกว้างของหัวโบลต์ และไม่ได้บอกเบอร์ประแจที่ต้องใช้โดยตรง ดังนั้นโบลต์ M8 จึงไม่จำเป็นต้องใช้ประแจเบอร์ 8 เพราะเลข 8 ในคำว่า M8 กำลังบอกขนาดแกนเกลียว ไม่ใช่ขนาดหัวค่ะ
สำหรับโบลต์หัวหกเหลี่ยมทั่วไป ความยาวมักวัดจากใต้หัวไปถึงปลายโบลต์ ส่วนสกรูหัวจมมักวัดรวมความสูงของหัว เพราะเมื่อติดตั้งแล้วหัวจะจมเสมอกับผิวงาน หากต้องการซื้อแทนตัวเดิมจึงควรดูทั้งรหัสเกลียว ความยาว และรูปแบบหัวร่วมกันค่ะ
เกลียวหยาบกับเกลียวละเอียดต่างกันตรงไหน
โบลต์ที่มีขนาด M เท่ากันอาจมีระยะพิทช์ต่างกันได้ เช่น M8 × 1.25 และ M8 × 1.0 ต่างก็มีเส้นผ่านศูนย์กลางระบุ 8 มิลลิเมตร แต่ระยะห่างของยอดเกลียวไม่เท่ากัน จึงไม่สามารถใช้กับนอตตัวเดียวกันได้
เกลียวหยาบ
เกลียวหยาบมีระยะพิทช์มากกว่า หรือพูดง่าย ๆ ว่าระยะห่างระหว่างยอดเกลียวกว้างกว่า เมื่อหมุนหนึ่งรอบ โบลต์จะเคลื่อนตามแนวแกนได้มากกว่าเกลียวละเอียด
- ประกอบและถอดได้รวดเร็วกว่า เพราะใช้จำนวนรอบน้อยกว่า
- ร่องเกลียวลึก จึงทนต่อความเสียหายระหว่างจับประกอบได้ดี
- รับมือกับฝุ่น สิ่งสกปรก และรอยกระแทกบนเกลียวได้ดีในหลายงาน
- เป็นขนาดที่พบได้ง่ายในโบลต์และนอตสำหรับงานทั่วไป
หากรหัสระบุเพียง M8 โดยไม่เขียนพิทช์ ผู้ผลิตและร้านค้ามักหมายถึงเกลียวหยาบมาตรฐานของขนาดนั้น แต่ในงานซ่อมควรตรวจชิ้นส่วนเดิมหรือข้อมูลผลิตภัณฑ์ก่อนเสมอ ไม่ควรอาศัยการคาดเดาเพียงอย่างเดียว
เกลียวละเอียด
เกลียวละเอียดมีพิทช์เล็กกว่า ฟันเกลียวจึงอยู่ถี่กว่า และเมื่อหมุนหนึ่งรอบ โบลต์จะเคลื่อนตามแนวแกนน้อยกว่า เหมาะกับงานที่ต้องการปรับตำแหน่งละเอียดหรือมีข้อกำหนดเฉพาะจากผู้ออกแบบ
- ปรับตำแหน่งตามแนวแกนได้ละเอียดกว่า
- พื้นที่หน้าตัดรับแรงดึงของแกนอาจมากกว่าเกลียวหยาบในขนาดระบุเดียวกัน
- พบในงานเครื่องจักรและยานยนต์บางตำแหน่งตามข้อกำหนดของผู้ผลิต
- ต้องระวังการเริ่มขันเอียงและความเสียหายระหว่างประกอบมากกว่าเกลียวหยาบ
ไม่ควรจำว่าเกลียวละเอียดจะไม่คลายเมื่อมีแรงสั่นสะเทือน เพราะการคลายตัวยังขึ้นอยู่กับแรงพรีโหลด ความแข็งของรอยต่อ สภาพผิว การหล่อลื่น และอุปกรณ์ป้องกันการคลายร่วมด้วย
M8 × 1.25 เป็นเกลียวหยาบมาตรฐานที่พบทั่วไป
M8 × 1.0 และ M8 × 0.75 เป็นตัวอย่างเกลียวละเอียด
M8 × 1.5 ไม่ใช่พิทช์หยาบมาตรฐานทั่วไปของ M8 จึงไม่ควรใช้เป็นตัวอย่างจับคู่ค่ะ
แล้วเบอร์ 8 เบอร์ 10 หรือเบอร์ 12 คือระบบอะไร
ตรงนี้เป็นส่วนที่ทำให้มือใหม่สับสนมากที่สุดค่ะ เพราะคำว่า “เบอร์” อาจหมายถึงคนละอย่างตามประเภทสินค้าและวิธีเรียกของร้าน
กรณีที่ 1 เบอร์สกรูระบบนิ้ว
สกรูระบบ Unified Inch ขนาดเล็กอาจใช้หมายเลขนำหน้า เช่น #8 หรือ #10 ตัวเลขเหล่านี้เป็นรหัสขนาด ไม่ได้หมายถึงเส้นผ่านศูนย์กลาง 8 หรือ 10 มิลลิเมตร และไม่สามารถแปลงเป็น M8 หรือ M10 แบบตรงตัวได้
รหัสเต็มมักเขียนร่วมกับจำนวนเกลียวต่อนิ้ว เช่น #10-24 UNC หมายถึงสกรูเบอร์ #10 ที่มี 24 เกลียวต่อหนึ่งนิ้วและอยู่ในชุดเกลียวหยาบ UNC ส่วน #10-32 UNF เป็นสกรูขนาดหมายเลขเดียวกัน แต่มี 32 เกลียวต่อหนึ่งนิ้วและเป็นเกลียวละเอียดกว่า
กรณีที่ 2 เบอร์ประแจ
ประแจเบอร์ 8, 10, 12 หรือ 13 ในระบบเมตริก หมายถึงขนาดระหว่างด้านแบนของหัวหกเหลี่ยมเป็นมิลลิเมตร เช่น ประแจเบอร์ 10 ใช้กับหัวหกเหลี่ยมที่วัดจากด้านแบนถึงด้านแบนได้ประมาณ 10 มิลลิเมตร
ตัวเลขนี้ไม่ใช่ขนาดแกนเกลียว ดังนั้นโบลต์ M6 แบบหัวหกเหลี่ยมทั่วไปจำนวนมากจึงใช้ประแจเบอร์ 10 ส่วน M8 แบบทั่วไปจำนวนมากใช้ประแจเบอร์ 13 ไม่ได้ใช้ประแจที่มีตัวเลขตรงกับขนาด M ค่ะ
กรณีที่ 3 คำเรียกตามความคุ้นเคยของร้าน
ร้านค้าบางแห่งอาจเรียก “น็อตเบอร์ 10” ตามขนาดหัวที่ใช้ประแจเบอร์ 10 ขณะที่อีกร้านอาจเข้าใจว่าเป็นสกรูระบบนิ้ว #10 คำเรียกนี้จึงยังไม่ชัดพอสำหรับการเลือกชิ้นส่วนให้ตรงกัน
แม้ตัวเลขบางคู่จะดูใกล้เคียงกัน แต่เบอร์สกรูระบบนิ้ว เกลียว M และเบอร์ประแจเป็นข้อมูลคนละส่วน การทำตารางแปลงโดยไม่ระบุว่าเลขนั้นหมายถึงอะไร อาจทำให้เลือกชิ้นส่วนผิดระบบได้ค่ะ
รู้ขนาด M แล้วต้องใช้ประแจเบอร์ไหน
รหัส M บอกขนาดเกลียว แต่ไม่ได้บอกขนาดหัวที่ประแจต้องจับโดยตรง ขนาดหัวหกเหลี่ยมวัดจากด้านแบนด้านหนึ่งไปยังด้านแบนฝั่งตรงข้าม ซึ่งมักเรียกว่า Width Across Flats หรือ AF
ขนาดหัวขึ้นอยู่กับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ รูปแบบหัว และการออกแบบของผู้ผลิต เช่น โบลต์หัวหกเหลี่ยมธรรมดา โบลต์หัวหน้าแปลน และโบลต์หัวเล็กอาจมีขนาดหัวต่างกัน แม้จะใช้เกลียว M เท่ากันก็ตาม
| ขนาดเกลียว | ขนาดหัวที่พบบ่อย | ข้อควรรู้ |
|---|---|---|
| M3 | 5.5 มม. | พบในชิ้นส่วนขนาดเล็ก แต่หัวบางรูปแบบอาจใช้ขนาดต่างออกไป |
| M4 | 7 มม. | เป็นขนาดที่พบทั่วไปในผลิตภัณฑ์หัวหกเหลี่ยมหลายประเภท |
| M5 | 8 มม. | มักใช้ประแจหรือลูกบล็อกเบอร์ 8 |
| M6 | 10 มม. | มักใช้ประแจหรือลูกบล็อกเบอร์ 10 |
| M8 | 13 มม. | หัวหกเหลี่ยมทั่วไปมักใช้ 13 มม. ส่วนหัวหน้าแปลนและชิ้นส่วนยานยนต์บางแบบอาจใช้ 12 มม. ขณะที่หัว 14 มม. พบได้ในผลิตภัณฑ์เฉพาะบางประเภท |
| M10 | 16 หรือ 17 มม. | ขนาดหัวขึ้นอยู่กับมาตรฐานและรูปแบบของผลิตภัณฑ์ |
| M12 | 18 หรือ 19 มม. | ไม่ควรเลือกประแจจากขนาด M โดยไม่ดูหัวจริง |
| M14 | 21 หรือ 22 มม. | ขนาดอาจต่างกันตามมาตรฐานและรูปแบบของชิ้นส่วน |
| M16 | 24 มม. | เป็นขนาดที่พบได้บ่อยในโบลต์หัวหกเหลี่ยมทั่วไป |
| M20 | 30 มม. | งานโครงสร้างและเครื่องจักรควรตรวจข้อมูลจำเพาะของสินค้าเสมอ |
ตารางนี้ใช้เป็นแนวทางสำหรับหัวหกเหลี่ยมที่พบทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่กฎสำหรับโบลต์ทุกชนิด วิธีที่แน่นอนที่สุดคืออ่านข้อมูลของสินค้า วัดหัวจริง หรือลองสวมประแจก่อนออกแรงค่ะ
หากสวมแล้วโยกมาก ควรลองเบอร์ที่เล็กลงก่อน ประแจแหวนหรือลูกบล็อกมักครอบหัวได้มากกว่าประแจปากตาย จึงเหมาะกับการคลายจุดที่แน่น แต่เครื่องมือทุกชนิดต้องใช้ขนาดที่ตรงกับหัวค่ะ
วัดขนาดน็อตและโบลต์ด้วยตัวเองอย่างไร
หากมีเวอร์เนียคาลิปเปอร์และเกจวัดเกลียว การตรวจขนาดพื้นฐานทำได้ไม่ยาก แต่ต้องวัดแยกกันระหว่างเส้นผ่านศูนย์กลางเกลียว ระยะพิทช์ ความยาว และขนาดหัวค่ะ
- วัดเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอกของเกลียว โดยวัดผ่านยอดเกลียวด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่ง เช่น โบลต์ M6 ควรวัดได้ใกล้เคียง 6 มม. และอาจต่ำกว่าค่าระบุเล็กน้อยตามค่าคลาดเคลื่อนในการผลิต สภาพผิว และการสึกหรอ จึงควรเทียบกับขนาดมาตรฐานที่ใกล้ที่สุด
- วัดระยะพิทช์ ด้วยเกจวัดเกลียว หากไม่มีเกจ สามารถวัดระยะครอบคลุมหลายช่วงแล้วหารด้วยจำนวนช่วง เช่น วัดจากยอดแรกถึงยอดที่สิบเอ็ดจะมีทั้งหมดสิบช่วง วิธีนี้ช่วยลดความคลาดเคลื่อนกว่าการวัดเพียงช่วงเดียว
- วัดความยาวโบลต์ โดยโบลต์หัวหกเหลี่ยมทั่วไปวัดจากใต้หัวถึงปลาย ส่วนสกรูหัวจมมักวัดรวมความสูงของหัว
- วัดขนาดหัวหกเหลี่ยม จากด้านแบนด้านหนึ่งไปยังด้านแบนฝั่งตรงข้าม ห้ามวัดจากมุมถึงมุม เพราะค่าที่ได้จะมากกว่าเบอร์ประแจที่ต้องใช้
การนำโบลต์ไปวางเทียบกับก้านดอกสว่านอาจช่วยประมาณเส้นผ่านศูนย์กลางได้คร่าว ๆ แต่บอกระยะพิทช์และระบบเกลียวไม่ได้ หากต้องซื้อให้ตรงจริง ๆ ควรถอดตัวอย่างเดิมไปให้ร้านเทียบ หรือใช้เวอร์เนียร่วมกับเกจวัดเกลียวค่ะ
ทำไมหัวโบลต์จึงมักใหญ่กว่าแกนเกลียว
เมื่อเราออกแรงหมุนประแจ แรงบิดจะถูกถ่ายทอดจากหัวลงสู่แกนเกลียว ทำให้โบลต์ยืดตัวเล็กน้อยและสร้างแรงหนีบระหว่างชิ้นงาน ขณะเดียวกัน พื้นที่ใต้หัวโบลต์หรือนอตยังช่วยกระจายแรงกดลงบนผิวชิ้นงาน
หัวหกเหลี่ยมจึงต้องมีขนาดและพื้นที่รองรับเหมาะกับขนาดเกลียว เพื่อให้เครื่องมือถ่ายทอดแรงได้และช่วยไม่ให้แรงกดกระจุกอยู่บนพื้นที่เล็กเกินไป แต่ไม่ได้หมายความว่าชิ้นส่วนเกลียวทุกชนิดต้องมีหัวใหญ่กว่าแกนเสมอ เพราะยังมีสกรูตัวหนอน สกรูหัวจม หัวลดขนาด และชิ้นส่วนรูปแบบพิเศษอีกหลายชนิดค่ะ
ค่าแรงขันดูจากขนาด M อย่างเดียวไม่ได้
การเห็นว่าเป็น M6 หรือ M8 ยังไม่เพียงพอที่จะกำหนดค่าแรงขัน เพราะโบลต์ขนาดเดียวกันอาจมีชั้นความแข็งต่างกัน เช่น 4.6, 8.8, 10.9 หรือ 12.9 รวมถึงอาจมีสภาพผิว การชุบ และการหล่อลื่นต่างกัน ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างแรงบิดกับแรงหนีบอย่างมาก
วัสดุของชิ้นงานก็สำคัญเช่นกัน โบลต์ M8 ที่ขันเข้ากับนอตเหล็กไม่ได้หมายความว่าจะใช้แรงเท่ากับ M8 ที่ขันลงในรูเกลียวอะลูมิเนียม พลาสติก หรือชิ้นงานผนังบาง หากขันมากเกินไป เกลียวในชิ้นงานอาจเสียก่อนตัวโบลต์ด้วยซ้ำ
วิธีเพิ่มมุมหลังจากขันถึงค่าแรงบิดเริ่มต้นใช้ได้เฉพาะเมื่อผู้ผลิตกำหนดขั้นตอน Torque-angle สำหรับจุดยึดนั้นโดยเฉพาะ ไม่ควรใช้เป็นสูตรทั่วไป เพราะคำว่า “เริ่มแน่น” ของแต่ละคนไม่เท่ากัน และอาจทำให้โบลต์ยืด เกลียวเสีย หรือชิ้นงานแตกได้ค่ะ
งานประกอบทั่วไปที่ไม่ได้กำหนดค่าแรงบิดควรขันให้เหมาะกับวัสดุและขนาดชิ้นส่วน ส่วนงานรถยนต์ เครื่องจักร ระบบแรงดัน และจุดยึดที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย ควรตรวจคู่มือและใช้ประแจปอนด์ตามค่าที่ผู้ผลิตกำหนด
ก่อนซื้อควรบอกอะไรกับร้าน
แทนที่จะบอกเพียงว่า “ขอน็อตเบอร์ 10” ควรระบุให้ชัดว่าเป็นโบลต์ สกรู หรือนอต ใช้เกลียวระบบเมตริกหรือระบบนิ้ว และต้องการขนาดเท่าไร หากทราบระยะพิทช์ ความยาว หรือรูปแบบหัวก็ควรแจ้งไปพร้อมกัน ตัวอย่างเช่น “ต้องการโบลต์หัวหกเหลี่ยม M8 × 1.25 ยาว 30 มิลลิเมตร” จะชัดกว่าการบอกเพียงว่าเอาเบอร์ 8 หรือเบอร์ 10 มาก หากไม่แน่ใจเรื่องขนาด วิธีง่ายที่สุดคือถอดชิ้นส่วนเดิมไปให้ร้านเทียบค่ะ
M8 บอกระบบและขนาดเกลียวเมตริก
M8 × 1.25 บอกขนาดเกลียวและระยะพิทช์
#8 หรือ #10 อาจเป็นหมายเลขสกรูระบบนิ้ว
ประแจเบอร์ 10 บอกขนาดหัวที่ประแจต้องจับเป็นมิลลิเมตร
เมื่อแยกความหมายเหล่านี้ออกจากกันได้ การเลือกนอต โบลต์ และเครื่องมือจะง่ายขึ้นมาก ขณะทดลองประกอบควรเริ่มหมุนด้วยมือก่อนหลายรอบ หากเป็นเกลียวที่ตรงกันควรหมุนได้ต่อเนื่อง ไม่เอียง และไม่ฝืดผิดปกติ หากเริ่มติดตั้งแต่ช่วงแรก ไม่ควรใช้ประแจฝืนค่ะ
น็อตตัวเล็กอาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของงาน แต่ความปลอดภัยของจุดยึดขึ้นอยู่กับการเลือกให้ถูกทั้งระบบ ขนาด พิทช์ วัสดุ และแรงขัน การรู้ว่าเลขแต่ละตัวกำลังบอกอะไรจึงช่วยลดทั้งการซื้อผิด เกลียวหวาน หัวโบลต์มน และปัญหาชิ้นงานคลายตัวภายหลังได้ค่ะ
TH
English





