Customers Also Purchased
หลายๆคนนึกภาพ เครื่องปั่นไฟ แบบง่าย ๆ คือพอไฟดับก็ลากออกมา เติมน้ำมัน สตาร์ท แล้วเสียบปลั๊กใช้ได้เลย! เหมาะกับการใช้งานง่ายๆ อย่างเปิดไฟ พัดลม หรือชาร์จมือถือ แต่…พอเริ่มอยากให้ไฟดับแล้วไฟกลับมาเองโดยไม่ต้องวิ่งไปสตาร์ท ไม่ต้องสลับปลั๊ก คำว่า ATS ก็จะโผล่ขึ้นมาทันที!
ATS ไม่ใช่ เครื่องปั่นไฟ ครับ และมันไม่ได้ทำให้ เครื่องปั่นไฟ แรงขึ้น แต่คืออุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ สลับแหล่งจ่ายไฟ ระหว่างไฟการไฟฟ้ากับไฟจาก เครื่องปั่นไฟแบบอัตโนมัติ เมื่อไฟหลักดับระบบจะตรวจจับและย้ายโหลดไปใช้ไฟจาก เครื่องปั่นไฟ และเมื่อไฟกลับมาก็สลับกลับเองโดยไม่ต้องให้คนไปสับสวิตช์
ไม่จำเป็นสำหรับทุกบ้าน แต่บางบ้านได้ประโยชน์มาก โดยเฉพาะบ้านที่ไฟดับบ่อย มีผู้สูงอายุ มีอุปกรณ์ที่ต้องใช้ไฟต่อเนื่อง มีตู้แช่ ปั๊มน้ำ กล้องวงจรปิด หรือมีธุรกิจที่ทำจากบ้าน ถ้าใช้ เครื่องปั่นไฟ แค่ฉุกเฉินปีละไม่กี่ครั้ง อาจไม่จำเป็นต้องลงทุนถึงขั้น ATS แต่ต้องใช้งานอย่างปลอดภัย และห้ามต่อเข้าระบบไฟบ้านแบบชั่วคราวหรือเสียบย้อนเข้าปลั๊กบ้านเด็ดขาดครับ
เครื่องปั่นไฟ คืออะไร? ทำไมหลายบ้านเริ่มสนใจมากขึ้น
เครื่องปั่นไฟ มีหลายขนาดตั้งแต่ 1,000W สำหรับงานเบา ไปจนถึงหลายหมื่นวัตต์สำหรับโรงงานและอาคารขนาดใหญ่ เครื่องที่คนทั่วไปสนใจมักเป็นแบบเบนซินหรือดีเซลขนาดพกพา ใช้เป็นไฟสำรองฉุกเฉินหรือในพื้นที่ที่ไฟฟ้าไม่เข้าถึง
ในบ้านทั่วไป เครื่องปั่นไฟ มักเป็นตัวช่วยเมื่อตอนไฟดับ โดยเฉพาะบ้านสวน บ้านต่างจังหวัด หรือพื้นที่ที่ไฟดับบ่อย ถ้าไฟดับแค่ 10-20 นาทีอาจยังไม่รู้สึกอะไร แต่ถ้าดับหลายชั่วโมงปัญหาจะตามมาทันที! ทั้งอาหารในตู้เย็นละลาย น้ำใช้ไม่ได้เพราะปั๊มน้ำไม่ทำงาน อินเทอร์เน็ตดับ กล้องวงจรปิดดับ หรือร้านหน้าบ้านขายของต่อไม่ได้
แต่มี เครื่องปั่นไฟ อย่างเดียวไม่ได้แปลว่าไฟจะกลับมาอัตโนมัติ เพราะ เครื่องปั่นไฟ เป็นแค่แหล่งผลิตไฟสำรอง ถ้าจะเสียบอุปกรณ์โดยตรงกับเครื่องก็ทำได้เลย แต่ถ้าจะต่อให้ไฟเข้าไปเลี้ยงวงจรในบ้าน ต้องมีอุปกรณ์สลับแหล่งจ่ายไฟที่เหมาะสม และต้องให้ช่างไฟที่มีความรู้เป็นผู้ติดตั้งเท่านั้นครับ

ATS คืออะไร? อธิบายแบบไม่ต้องเป็นช่างไฟก็เข้าใจได้
ATS ย่อมาจาก Automatic Transfer Switch หรือ สวิตช์โอนย้ายแหล่งจ่ายไฟอัตโนมัติ หน้าที่หลักคือเลือกว่าบ้านจะรับไฟจากแหล่งwso ระหว่างไฟหลักจากการไฟฟ้ากับไฟสำรองจาก เครื่องปั่นไฟ เมื่อไฟหลักดับหรือแรงดันผิดปกติ ATS จะสลับไปใช้ไฟจาก เครื่องปั่นไฟ ทันที และเมื่อไฟหลักกลับมาปกติก็สลับกลับเองโดยไม่ต้องให้คนไปสับสวิตช์นั่นเอง
ถ้าเปรียบให้เห็นภาพ ATS เหมือนคนเฝ้าประตูไฟฟ้าของบ้าน ปกติประตูฝั่งไฟหลักเปิดอยู่ ฝั่งเครื่องปั่นไฟปิดอยู่ พอไฟดับ ATS จะรู้ทันทีและสลับเปิดทางให้ไฟจากเครื่องปั่นไฟเข้ามาแทน ATS ไม่ใช่แค่สวิตช์เปิดปิดธรรมดา แต่ต้องแยกแหล่งจ่ายไฟสองฝั่งออกจากกันอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟจากเครื่องปั่นไฟไหลย้อนกลับเข้าระบบของการไฟฟ้า ถ้าต่อผิดอาจเป็นอันตรายต่อเครื่องใช้ไฟฟ้า ระบบไฟในบ้าน คนในบ้าน และเจ้าหน้าที่ที่ทำงานกับระบบไฟภายนอกได้ครับ
เครื่องปั่นไฟ กับ ATS ต่างกันยังไง?
สองอย่างนี้ทำหน้าที่คนละอย่างกัน เครื่องปั่นไฟ คือแหล่งผลิตไฟสำรอง ทำหน้าที่สร้างไฟฟ้าออกมาให้ใช้งาน ATS คืออุปกรณ์สลับแหล่งจ่ายไฟ ทำหน้าที่เลือกว่าจะใช้ไฟจากการไฟฟ้าหรือจากเครื่องปั่นไฟพูดง่าย ๆ คือ เครื่องปั่นไฟตอบว่า "ไฟสำรองมาจากไหน" ส่วน ATS ตอบว่า "ไฟสำรองจะเข้ามาแทนไฟหลักอย่างไร"
บ้านที่มี เครื่องปั่นไฟ แต่ไม่มี ATS ก็ใช้งานได้ ถ้าเสียบอุปกรณ์เข้ากับเครื่องโดยตรงหรือใช้สวิตช์สลับแบบแมนนวลที่ติดตั้งถูกต้อง แต่ต้องจัดการเองทั้งหมด ตั้งแต่สตาร์ทเครื่อง เดินสาย เสียบปลั๊ก และปิดทุกอย่างเมื่อไฟหลักกลับมา ถ้ามี ATS ที่ทำงานร่วมกับเครื่องปั่นไฟอย่างเหมาะสม ระบบจะจัดการการสลับแหล่งไฟให้เองโดยไม่ต้องพึ่งคนครับ
ATS ทำงานอย่างไรเมื่อไฟดับ?
- ATS ตรวจพบว่าไฟหลักดับหรือแรงดันผิดปกติ
- รอสั้น ๆ เพื่อดูว่าไฟดับจริงหรือแค่กะพริบชั่วคราว
- ส่งสัญญาณให้เครื่องปั่นไฟเริ่มทำงาน
- เมื่อเครื่องติดและแรงดันนิ่งพอ ATS จึงสลับโหลดไปใช้ไฟสำรอง
- บ้านหรือวงจรที่กำหนดไว้เริ่มได้รับไฟ
- เมื่อไฟหลักกลับมานิ่งและปลอดภัย ATS สลับกลับไปใช้ไฟหลัก
- เครื่องปั่นไฟทำงานต่ออีกสักพักเพื่อ cool down แล้วจึงดับเอง
ATS ไม่ใช่อุปกรณ์วิเศษที่ทำให้ไฟไม่ดับเลยแม้แต่วินาทีเดียว เพราะยังมีช่วงเวลาหน่วงระหว่างไฟดับ เครื่องปั่นไฟเริ่มทำงาน และระบบสลับโหลด ถ้ามีอุปกรณ์ที่ห้ามดับแม้เสี้ยววินาที เช่น คอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ ต้องใช้ UPS ร่วมด้วย ไม่ควรหวัง ATS อย่างเดียวครับ และก่อนจะตัดสินใจว่าต้องการ ATS หรือไม่ สิ่งที่ต้องรู้ก่อนคือโหลดจริงในบ้านของเราคือเท่าไร วิธีคำนวณโหลดก่อนซื้อ เครื่องปั่นไฟ ต้องเริ่มจากตรงไหนก่อน?

บ้านทั่วไปจำเป็นต้องติด ATS ไหม?
คำตอบที่ตรงที่สุดคือ บ้านทั่วไปไม่จำเป็นต้องติด ATS ทุกบ้านหรอกครับ แต่ถ้าจะต่อเครื่องปั่นไฟเข้ากับระบบไฟบ้าน ควรมีระบบสลับแหล่งจ่ายไฟที่ปลอดภัยเสมอ อาจเป็น ATS หรือ Manual Transfer Switch ก็ได้ ขึ้นอยู่กับโจทย์การใช้งาน งบประมาณ และระดับความสะดวกที่ต้องการ
ถ้าบ้านของคุณใช้เครื่องปั่นไฟแบบง่าย ๆ ปีละไม่กี่ครั้ง เช่น ไฟดับแล้วลากเครื่องออกมานอกบ้าน เสียบปลั๊กพัดลม โคมไฟ หรือชาร์จมือถือโดยตรงจากเครื่อง แบบนี้อาจยังไม่จำเป็นต้องมี ATS แต่ต้องใช้สายไฟที่เหมาะสม ไม่ให้เครื่องโดนฝน ไม่วางในพื้นที่ปิด และไม่ต่อย้อนเข้าปลั๊กบ้าน
แต่ถ้าคุณต้องการให้ไฟจากเครื่องปั่นไฟเข้าไปเลี้ยงวงจรในบ้าน เช่น อยากให้ไฟบางห้องติด อยากให้ปั๊มน้ำทำงาน อยากให้ตู้เย็นยังเดิน อยากให้ระบบกล้องและเราเตอร์กลับมาเอง หรืออยากให้ผู้สูงอายุใช้งานได้โดยไม่ต้องลากสายหลายเส้น แบบนี้ควรเริ่มคิดเรื่องระบบสลับไฟที่ถูกต้อง และถ้าต้องการความอัตโนมัติจริง ๆ ATS ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
ระวังความเข้าใจผิด ATS ไม่ได้ทำให้บ้านใช้ไฟได้ไม่จำกัด
ความเข้าใจผิดที่เจอบ่อยคือคิดว่าพอติด ATS แล้วจะใช้ไฟได้เหมือนตอนมีไฟปกติ แต่จริง ๆ ATS เป็นแค่ระบบสลับไฟ กำลังไฟที่ใช้ได้ยังขึ้นอยู่กับขนาดเครื่องปั่นไฟเสมอ ถ้าเครื่องจ่ายได้ 5,000W บ้านก็ต้องบริหารโหลดให้อยู่ในขอบเขตนั้น ไม่ใช่ติด ATS แล้วเปิดทุกอย่างได้พร้อมกัน
การออกแบบระบบไฟสำรองที่ดีต้องเริ่มจากเลือก โหลดจำเป็น ก่อน เช่น จะสำรองเฉพาะตู้เย็น ปั๊มน้ำ เราเตอร์ และกล้องวงจรปิด หรือสำรองทั้งบ้าน ถ้าสำรองเฉพาะโหลดจำเป็นเครื่องปั่นไฟก็ไม่ต้องใหญ่มาก แต่ถ้าสำรองทั้งบ้านเครื่องต้องใหญ่ขึ้น ระบบซับซ้อนขึ้น และต้นทุนสูงขึ้นตามไปด้วย
ATS ช่วยให้การสลับไฟสะดวกและปลอดภัยขึ้น แต่ไม่ได้ลดการกินไฟของเครื่องใช้ไฟฟ้า และไม่ได้เพิ่มกำลังเครื่องปั่นไฟ ดังนั้นก่อนติด ATS ต้องคำนวณโหลดจริงเสมอครับ
ATS ต้องใช้กับ เครื่องปั่นไฟ แบบไหน?
เครื่องปั่นไฟ ไม่ได้ทุกรุ่นที่เหมาะกับ ATS นะครับ เครื่องที่ทำงานร่วมกับ ATS ได้ดีต้องรองรับการสตาร์ทอัตโนมัติ มีระบบควบคุมที่ ATS สามารถสั่งงานได้ และมีกำลังพอกับโหลดที่ต้องการสำรอง ถ้าเป็นเครื่องแบบดึงสตาร์ทหรือแบบพกพาทั่วไป อาจใช้ได้แค่กับ Manual Transfer Switch เท่านั้น
ก่อนซื้อ ATS ควรเช็กก่อนว่า เครื่องปั่นไฟ ที่มีหรือกำลังจะซื้อรองรับระบบอัตโนมัติหรือไม่ ถ้าไม่รองรับอาจต้องใช้สวิตช์สลับแบบแมนนวลแทน หรือเลือกเครื่องปั่นไฟที่ออกแบบมาสำหรับระบบสำรองไฟบ้านโดยเฉพาะ
อีกเรื่องที่ควรดูคือคุณภาพไฟของ เครื่องปั่นไฟ ถ้าบ้านมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เยอะ ไม่ควรดูแค่วัตต์ แต่ต้องดูแรงดัน ความถี่ และความนิ่งของไฟด้วย เพราะ ATS อาจสลับไฟได้ถูกต้อง แต่ถ้าไฟจากเครื่องปั่นไฟไม่นิ่งพอ อุปกรณ์บางชนิดก็อาจทำงานไม่ดีหรือเสี่ยงเสียหายได้ครับ

สรุป
จำง่าย ๆ ว่า เครื่องปั่นไฟ = แหล่งผลิตไฟสำรอง ATS = ระบบสลับไฟสำรองให้เข้ามาใช้งานอย่างเป็นระบบ บ้านทั่วไปไม่จำเป็นต้องติด ATS ทุกหลัง แต่ถ้าจะต่อเครื่องปั่นไฟเข้ากับระบบไฟบ้าน ต้องมีอุปกรณ์สลับแหล่งจ่ายที่ปลอดภัย และให้ช่างไฟที่มีความรู้เป็นผู้ดูแล เพราะเรื่องไฟสำรองไม่ใช่แค่ให้ไฟติดได้ แต่ต้องปลอดภัยกับคนในบ้านและระบบไฟโดยรวมด้วยครับ
เลือก เครื่องปั่นไฟ ที่นี่
TH
English





