home | about | blog | contact | how to buy | privacy and policy
top-icon top-icon
top-icon
EN

เคยสังเกตไหมว่า มอเตอร์ไฟฟ้า ที่เขียนว่า IE1 IE2 IE3 ตัวเลขพวกนี้คืออะไร?

เคยสังเกตไหมว่า มอเตอร์ไฟฟ้า ที่เขียนว่า IE1 IE2 IE3 ตัวเลขพวกนี้คืออะไร?

Customers Also Purchased

เวลาที่เราเดินเข้าไปในร้านขายเครื่องมือช่าง ร้านขายพวกเครื่องจักรอุตสาหกรรม หรือแม้แต่เลื่อนหา มอเตอร์ไฟฟ้า ในอินเตอร์เน็ต หลายๆคนน่าจะเคยเห็นสเปกที่พิมพ์อยู่บนป้ายชื่อ (Nameplate) ของ มอเตอร์ไฟฟ้า ว่า IE1, IE2 หรือ IE3 กันมาบ้างใช่ไหมครับ?

ตอนแรกที่เราเห็นตัวเลขพวกนี้ก็แอบงงเหมือนกันว่า…มันคือรุ่นเหรอ? หรือเป็นอะไร? พอได้ไปลองใช้งานจริง ๆ ถึงได้เก็ทว่า ไม่ใช่ตัวเลขรุ่นหรืออะไรหรอกครับ แต่มันคือ มาตรฐานประสิทธิภาพของมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งเอาจริง ๆ นี่แหละคือสิ่งที่คนส่วนใหญ่มักมองข้ามไป ทั้งที่มันมีผลกับการใช้งานโดยตรงเลยก็ว่าได้ 

เพราะตัวเลขพวกนี้แหละครับ ที่บอกได้ว่า Electric motor เครื่องนั้นจะกินไฟมากหรือน้อย คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายหรือเปล่า แถมยังส่งผลต่อการบำรุงรักษาระยะยาวด้วย ใครที่เคยคิดว่า “ขอแค่แรงม้าถึงก็พอแล้ว” อาจต้องคิดใหม่เลยครับ

เคยสังเกตไหมว่า มอเตอร์ไฟฟ้า ที่เขียนว่า IE1 IE2 IE3 ตัวเลขพวกนี้คืออะไร

จุดเริ่มต้นของตัวเลข IE มอเตอร์ไฟฟ้า

ก่อนอื่นต้องเล่าให้เข้าใจก่อนครับว่า IE จริง ๆ มาจากคำว่า “International Efficiency” เป็นมาตรฐานสากลที่ใช้จัดอันดับ “ค่าประสิทธิภาพการใช้พลังงาน” ของ มอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งถูกกำหนดโดย IEC (International Electrotechnical Commission) องค์กรระดับโลกที่คอยดูแลเรื่องมาตรฐานไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์นั่นเองครับ

ถ้าให้นึกภาพง่าย ๆ ก็เหมือนกับ สติกเกอร์เบอร์ 5 ที่เราเห็นบนเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน เพียงแต่พอมาถึงโลกของ มอเตอร์ไฟฟ้า ไม่ได้ใช้ดาว ไม่ได้ใช้เบอร์ แต่ใช้รหัสแทน เช่น IE1, IE2, IE3 และปัจจุบันก็มีถึง IE4 แล้ว เอาไว้บอกเลยว่า มอเตอร์ไฟฟ้า เครื่องนั้นกินไฟมากหรือน้อยแค่ไหน ประหยัดจริงหรือเปล่า

พูดง่าย ๆ ก็คือ ถ้าเจอมอเตอร์ที่เป็น IE สูง ๆ มันก็เหมือนกับการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีเบอร์ 5 นั่นแหละครับ ใช้งานไปนาน ๆ ประหยัดค่าไฟกว่า แถมยังมั่นใจได้ว่าตัวมอเตอร์ถูกออกแบบมาให้มีคุณภาพและความทนทานในระยะยาวอีกด้วย

ความแตกต่าง IE1 IE2 IE3 IE4 ของ มอเตอร์ไฟฟ้า

เคยสังเกตไหมว่า มอเตอร์ไฟฟ้า ที่เขียนว่า IE1 IE2 IE3 ตัวเลขพวกนี้คืออะไร

IE1: Standard Efficiency

มอเตอร์ไฟฟ้า ระดับนี้ถือว่าเป็น “รุ่นพื้นฐาน” เลยครับ เหมือนกับโทรศัพท์เครื่องแรก ๆ ที่ทำได้แค่โทรออก-รับสาย ไม่ได้หวือหวาอะไร เรื่องการกินไฟก็กลาง ๆ ไม่ได้ประหยัด แต่ก็ไม่ได้แย่สุด ถ้าเอาไปใช้กับงานที่ไม่ต้องทำงานทั้งวัน เช่น เครื่องสูบน้ำเล็ก ๆ หรือเครื่องจักรที่เปิดบ้างปิดบ้าง ก็ยังพอไหวครับ แต่ต้องบอกตรง ๆ ว่าในหลายประเทศเริ่ม “เลิกใช้” IE1 ไปแล้ว เพราะถ้าเอาไปใช้กับงานที่วิ่งยาว ๆ มันสิ้นเปลืองค่าไฟเกินไปเมื่อเทียบกับรุ่นใหม่ ๆ

IE2: High Efficiency

พอขยับมาที่ IE2 จะเริ่มเห็นความแตกต่างเลยครับ มอเตอร์ไฟฟ้า กลุ่มนี้เรียกว่าเป็น “พระเอกในโรงงาน” เลยก็ว่าได้ครับ เพราะสมดุลดีมาก ระหว่าง ราคาไม่แรงเกินไป กับ ประสิทธิภาพที่ดีกว่า IE1 แบบชัดเจน การดูแลก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร คนในโรงงานส่วนใหญ่เลือก IE2 เพราะใช้ได้กับงานต่อเนื่องทั้งวันทั้งคืนโดยไม่ทำให้บิลค่าไฟบานเกินไปนั่นเอง 

IE3: Premium Efficiency

มาถึงตัวนี้ต้องบอกเลยว่าเป็น “สายประหยัดตัวจริง” หลายประเทศ โดยเฉพาะแถบยุโรปกับอเมริกา ถึงขั้นออกกฎหมายบังคับให้โรงงานใช้ IE3 กันเลยทีเดียว จุดแข็งชัดเจนครับ ประหยัดไฟกว่า IE2 แบบเห็นได้จริง ถึงแม้ราคามอเตอร์จะสูงกว่าตั้งแต่แรก แต่ถ้ามองระยะยาว บอกเลยว่า คุ้มมาก เราเคยเห็นโรงงานที่ลงทุนเปลี่ยนมาใช้ IE3 ทั้งระบบ ปรากฏว่าค่าไฟลดลงทีเดียวหลายหมื่นบาทต่อเดือน แค่ปีเดียวก็คุ้มทุนแล้วครับ

IE4: Super Premium Efficiency

IE4 ยังไม่ใช่พระเอกของตลาดบ้านเราเท่าไหร่ แต่กำลังเป็น “อนาคตของ มอเตอร์ไฟฟ้า” เลยครับ เพราะนี่คือรุ่นที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในตอนนี้ เหมาะกับโรงงานใหญ่ ๆ ที่ต้องการลดต้นทุนพลังงานแบบจริงจัง ถึงราคาจะสูงกว่ารุ่นอื่น แต่ถ้าดูจากเทรนด์ทั่วโลกแล้ว IE4 กำลังมาแรงมาก และอีกไม่นานน่าจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่ทุกคนต้องหันมาใช้แน่นอนครับ

ประสบการณ์จริง : ค่าไฟที่มองไม่เห็น

เราเคยทำงานอยู่ในโรงงานแห่งหนึ่งที่ใช้ มอเตอร์ไฟฟ้า ขับสายพานลำเลียงทั้งโรงงานครับ ตอนนั้นฝ่ายจัดการเสนอให้เปลี่ยนจากมอเตอร์ IE2 ไปเป็น IE3 บอกตรง ๆ เลยว่าตอนแรกหลายคน รวมถึงตัวเราเองก็มองว่า “เอ๊ะ…จะเปลี่ยนทำไม? ของเก่าก็ยังหมุนได้อยู่” แถมราคาของ IE3 ก็สูงกว่า IE2 แบบเห็นได้ชัด ๆ ด้วย

แต่พอเปลี่ยนจริงแล้วใช้งานครบแค่ 6 เดือน ค่าไฟที่ลดลงนี่บอกเลยว่าเกินครึ่งของราคา มอเตอร์ไฟฟ้า ที่ลงทุนไปเลยครับ พอเห็นตัวเลขจริง ๆ บนบิลค่าไฟ ทุกคนเงียบเลย (ฮ่า ๆ) จากที่เคยค้านกัน กลายเป็นว่าทุกฝ่ายยอมรับเต็มที่

เหตุการณ์นั้นทำให้เราได้เรียนรู้ว่า มอเตอร์ไฟฟ้า ไม่ใช่แค่ซื้อมาให้มันหมุนได้อย่างเดียว แต่ต้องคิดยาว ๆ ถึง ความคุ้มค่าในระยะยาว ด้วย เพราะบางครั้งสิ่งที่เรามองไม่เห็น อย่างค่าไฟ ต่างหากที่เป็นตัวกินเงินเราแบบเงียบ ๆ หลักการทำงานของ มอเตอร์ไฟฟ้า ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

แล้วถ้าเราลองถามตัวเองกลับไปอีกสักนิดว่า…จริง ๆ แล้ว “หลักการทำงานของ มอเตอร์ไฟฟ้า ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน” มันเป็นยังไงกันแน่? คำตอบนี่แหละครับ ที่จะทำให้เราเข้าใจว่าทำไมมอเตอร์บางตัวถึงกินไฟมาก บางตัวถึงประหยัดกว่า และทำไมมาตรฐาน IE ถึงสำคัญกับเราในทุก ๆ วัน


เคยสังเกตไหมว่า มอเตอร์ไฟฟ้า ที่เขียนว่า IE1 IE2 IE3 ตัวเลขพวกนี้คืออะไร

ความเข้าใจผิดบ่อยๆ เกี่ยวกับ มอเตอร์ไฟฟ้า

มอเตอร์ไฟฟ้า IE3 แพง ไม่คุ้ม จริง ๆ แล้ว มอเตอร์ไฟฟ้า IE3 อาจจะแพงกว่ารุ่นอื่นๆ ตอนจ่ายเงินครั้งแรกก็จริงครับ แต่ถ้าดูยาว ๆ กลับคุ้มมาก ๆ เพราะค่าไฟที่ประหยัดได้ในแต่ละเดือน รวม ๆ กันแล้วเกินกว่าราคามอเตอร์เสียอีก ผมเคยเห็นโรงงานที่เปลี่ยนมาใช้ IE3 ทั้งระบบ บอกเลยว่าค่าไฟลดลงจนคืนทุนในไม่กี่เดือนเท่านั้นเองครับ

ใช้ มอเตอร์ไฟฟ้า IE1 ก็หมุนเหมือนกัน ใช่ครับ มอเตอร์ทุกตัวก็ทำหน้าที่หมุนเหมือนกันหมด แต่สิ่งที่ต่างกันชัดเจนคือ มันกินไฟไม่เท่ากัน นี่แหละครับจุดที่หลายคนมองข้าม เวลาใช้งานสั้น ๆ อาจไม่รู้สึก แต่ถ้าเป็นงานที่หมุนทั้งวันทั้งคืน ค่าไฟนี่ต่างกันแบบเห็นได้ชัดเลยครับ

IE คือแค่รหัสรุ่น ไม่ใช่เลยครับ หลายคนเข้าใจผิดว่า IE เป็นรหัสรุ่นเหมือนโทรศัพท์มือถือ แต่จริง ๆ แล้วมันคือ มาตรฐานระดับสากล ที่เอาไว้บอก “ค่าประสิทธิภาพการใช้พลังงาน” ของมอเตอร์ไฟฟ้า เวลาเห็นว่าเป็น IE2, IE3 ก็มั่นใจได้ทันทีว่ามันประหยัดไฟกว่ารุ่นล่าง ๆ และที่สำคัญคือเปรียบเทียบกันได้ทั่วโลก ไม่ว่ามอเตอร์นั้นจะมาจากยุโรป ญี่ปุ่น หรืออเมริกา

"แล้วคุณล่ะ เคยสังเกตหรือยังว่า มอเตอร์ไฟฟ้า ที่ใช้อยู่ตอนนี้อยู่ในระดับ IE ไหน? ถ้ายังไม่รู้ ลองไปส่อง Nameplate ดูสิครับ บางทีคุณอาจเจอคำตอบใหม่ ๆ ที่ไม่เคยคิดมาก่อนก็ได้"

Select Electric motor More