Customers Also Purchased
ทาสีตู้ที่ทำจากไม้ หนึ่งใบ ทาสีรั้วเหล็กรอบบ้าน ทาผนังทั้งหลังก่อนส่งมอบงาน และพ่นสีชิ้นงานในไลน์ผลิตของโรงงาน สำหรับทั้งสี่งานนี้ เราอาจนึกถึงเครื่องมือเดียวกัน ซึ่งก็คือ เครื่องพ่นสี แต่เครื่องที่เหมาะกับงานแต่ละงาน นั้นต่างกันมาก และการเลือกผิด ก็อาจทำให้เจอปัญหาคนละแบบเช่นกัน คนหนึ่งได้เครื่องเล็กไปพ่นผนังทั้งหลัง เสียเวลาเป็นวัน ส่วนอีกคนใช้เครื่องแรงดันสูง ไปพ่นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเดียว สีฟุ้งไปทั้งห้อง
หลายคนอาจคิดว่าเครื่องแรงกว่า ก็ต้องดีกว่าใช่ไหม? ความจริง ไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไป เครื่องพ่นสีแต่ละแบบออกแบบมาให้เด่นคนละเรื่อง บางชนิดมีข้อดีที่ผิวเรียบ และละอองน้อย บางแบบเด่นที่ความเร็ว กับพื้นที่กว้าง ถ้าเอาจุดเด่นไปใช้ผิดงาน ข้อดีก็อาจกลายเป็นข้อเสียได้ทันที
มาเจาะลึก ถึงหลักการทำงาน ของ เครื่องพ่นสี แต่ละแบบ ว่าเหมาะกับงานขนาดไหน สีแบบไหน และคนใช้ระดับไหน รวมถึงจุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเครื่องพ่นสีแรงดันสูง ที่ใช้ผิดวิธีแล้วอันตรายกว่าที่หลายคนคิด
เครื่องพ่นสี คนละแบบ ให้ผิว และความเร็วของงาน ไม่เหมือนกัน?
เครื่องพ่นสีทุกชนิด ทำงานด้วยหลักการเดียวกัน คือ ทำให้สีแตกตัวเป็นละอองเล็ก ๆ แล้วส่งไปเกาะผิวงานให้สม่ำเสมอ สิ่งที่ต่างกันคือวิธีทำให้สีแตกตัว บางแบบใช้ลมปริมาณมากที่แรงดันต่ำพาสีออกไป บางแบบไม่ใช้ลมเลย แต่ใช้ปั๊มดันสีผ่านรูหัวพ่นขนาดเล็กด้วยแรงดันสูงมาก จนสีแตกเป็นละอองเอง
เทียบง่าย ๆ กับการรดน้ำต้นไม้ ฝักบัวให้น้ำนุ่ม และกระจายดีแต่ช้า ส่วนหัวฉีดแรงดันสูงไปได้ไกลและเร็ว แต่ถ้าฉีดใส่กระถางเล็กดินจะกระจาย วิธีแตกตัวของสีจึงเป็นตัวกำหนดว่าเครื่องจะได้ผิวเนียนแค่ไหน พ่นได้เร็วแค่ไหน และละอองจะฟุ้งออกนอกชิ้นงานมากแค่ไหน
ดู เครื่องพ่นสี จากขนาดงาน และผิวที่ต้องการก่อน ค่อยดูกำลังเครื่อง ไม่ใช่เริ่มจากตัวเลขวัตต์ หรือแรงดัน

เครื่องพ่นสี แบบพกพา: งาน ชิ้นเล็ก ที่ทำเป็นครั้งคราว
เครื่องพ่นสีแบบพกพาส่วนใหญ่เป็นเครื่องมือไฟฟ้า แบบตัวเดียวจบ ถ้วยใส่สีติดตัวเครื่อง ยกพ่นได้ทันทีแบบ ไม่ต้องมีปั๊มลมแยก จึงเหมาะกับงานเล็กน้อยในบ้านอย่างทาสีเก้าอี้ ชั้นวางของ ประตูไม้ รั้วสั้น ๆ หรือกรงสัตว์ คนที่ไม่ได้พ่นสีบ่อย จะได้ความสะดวกเป็นหลัก
ข้อจำกัดคือถ้วยสีเล็ก ต้องเติมบ่อย และส่วนใหญ่ต้องผสมสีให้ใสลงตามคำแนะนำของคู่มือเครื่องและสี ถ้าสีข้นเกินไป เครื่องอาจพ่นเป็นเม็ดหรือพ่นสะดุด ถ้าเอาเครื่องแบบนี้ไปพ่นผนังทั้งห้อง จะเหนื่อยทั้งคนพ่นแ ละเครื่อง
วัดความข้นของสีก่อนพ่น ช่วยได้มากกว่าที่คิด
เครื่องพกพาหลายรุ่นมีถ้วยวัดความหนืดมาให้ วิธีใช้คือจุ่มถ้วยลงในสีแล้วจับเวลาที่สีไหลหมด จากนั้นเทียบกับค่า ที่คู่มือแนะนำ ถ้าช้ากว่าแปลว่าสีข้นไป ให้ผสมตัวทำละลายที่ผู้ผลิตสีกำหนดทีละน้อย ทำแบบนี้ครั้งเดียวก่อนเริ่มงาน จะลดปัญหาสีเป็นเม็ดได้
เครื่องพ่นสี HVLP ให้ผิวเนียนและละอองน้อย เหมาะกับงานไม้และงานที่ต้องการผิวสวย
HVLP (High Volume Low Pressure) คือระบบที่ใช้ลมปริมาณมากแต่แรงดันต่ำพาสีออกไป ละอองจะเกาะชิ้นงานได้ดีและฟุ้งออกนอกชิ้นงานน้อยกว่าระบบแรงดันสูง เครื่องพ่นสี HVLP แบบไฟฟ้ามักมีเทอร์ไบน์สร้างลมในตัว ส่วนอีกแบบคือกาพ่นสี HVLP ที่ต่อกับปั๊มลม
งานที่เหมาะคือเฟอร์นิเจอร์ บานตู้ ประตู งานไม้ที่ต้องการผิวเรียบ หรือชิ้นงานที่มีรายละเอียดซึ่งต้องคุมปริมาณสีได้ละเอียด ข้อแลกคือพ่นได้ช้ากว่าเครื่องแรงดันสูง ถ้าพื้นที่ใหญ่มากจะใช้เวลานาน
เครื่องพ่นสี HVLP แบบไฟฟ้า กับกาพ่นสีที่ต่อปั๊มลม ต่างกันตรงไหน
แบบไฟฟ้าจบในเครื่องเดียว เหมาะกับคนที่ไม่มีปั๊มลม ส่วน กาพ่นสี HVLP ที่ต่อปั๊มลม เหมาะกับหน้างานหรือสถานที่ ที่มีปั๊มลมขนาดเหมาะสมอยู่แล้ว เช่น อู่ทำสีหรือร้านเฟอร์นิเจอร์ และปรับรูปแบบการพ่นได้ละเอียดกว่า ข้อสำคัญคือปั๊มลมต้องจ่ายลมได้พอกับที่กาพ่นสีต้องการ ถ้าลมไม่พอ ผิวงานจะออกมาไม่เรียบ
เครื่องพ่นสี แอร์เลส เร็วที่สุดสำหรับผนัง หลังคา และรั้วขนาดใหญ่
เครื่องพ่นสีแอร์เลส (Airless) ไม่ใช้ลมพาสี แต่ใช้ปั๊มดันสีผ่านสายแรงดันสูง ไปที่ปืนพ่นแอร์เลส สีจะแตกเป็นละอองเมื่อวิ่งผ่านรูหัวพ่นเล็ก ๆ จุดเด่นคือพ่นสีข้นอย่างสีน้ำอะคริลิก สำหรับผนังได้ดี และเร็วกว่าการใช้ลูกกลิ้งหลายเท่า ในพื้นที่กว้าง จึงเป็นเครื่องที่ช่างทาสีบ้าน ทาสีอาคาร และรับเหมางานรีโนเวทนิยมใช้
สิ่งที่แลกมากับความเร็วนี้ คือละอองที่ฟุ้งมากกว่า HVLP ทำให้ต้องปิดคลุมพื้น หน้าต่าง และของรอบข้างให้ดี ๆ และถ้าพ่นกลางแจ้งก็ต้องดูทิศลมด้วย ส่วนงานชิ้นเล็ก จะทำให้เปลืองสี และควบคุมยาก
หัวพ่นแต่ละขนาดใช้กับสี และงานคนละแบบ
หัวพ่นของเครื่องแอร์เลสมีหลายขนาด ขนาดรูส่งผลว่าพ่นสีข้นได้แค่ไหน และความกว้างของหน้าพ่นส่งผลว่าพ่นได้เร็วแค่ไหน จึงควรเลือกตามตารางของผู้ผลิตหัวพ่นและผู้ผลิตสี ให้ตรงกับชนิดสีและขนาดพื้นที่ และเปลี่ยนหัวเมื่อเริ่มสึก เพราะหัวที่สึกจะทำให้หน้าพ่นแคบลงและขอบพ่นไม่คม
เครื่องพ่นสี แอร์เลส อันตรายกว่า ที่หลายคนคิด?
สีที่ออกจากหัวพ่นแอร์เลสนั้น มีแรงดันสูงพอจะทะลุผิวหนังได้ ถ้าเอามือหรือนิ้วไปใกล้หัวพ่นขณะกดไก หรือมีสายรั่ว สีอาจถูกฉีดเข้าใต้ผิวหนังโดยที่แผลภายนอกดูเล็กนิดเดียว อาการแบบนี้ต้องไปโรงพยาบาลทันที และต้องบอกแพทย์ว่าเป็นแผลจากเครื่องพ่นแรงดันสูง
วิธีป้องกันคือไม่หันหัวพ่นเข้าหาคน ไม่ถอดตัวกันหัวพ่นออก ใช้ตัวล็อกไกทุกครั้ง ที่หยุดพ่น และปล่อยแรงดันออกตามคู่มือ ก่อนเปลี่ยน หรือล้างหัวพ่น
เครื่องพ่นสี แบบปั๊มไดอะแฟรม ใช้กับงานโรงงาน ที่ต้องพ่นต่อเนื่อง
ปั๊มไดอะแฟรม (Diaphragm Pump) ทำหน้าที่ดูดสีจากถัง แล้วส่งไปที่ปืนพ่นอย่างต่อเนื่อง เหมาะกับไลน์พ่นสีในโรงงาน งานพ่นชิ้นส่วนหลายชิ้น หรืองานที่ต้องเปลี่ยนสีบ่อย ข้อดีของเครื่องประเภทนี้ คือไม่ต้องเติมสีในถ้วยทีละน้อย และคุมการจ่ายสีได้สม่ำเสมอตลอดกะ
เครื่องพ่นสี แบบปั๊มไดอะแฟรม มักต้องเลือกให้เข้ากับปืนพ่น ระบบลม และชนิดสี ที่ใช้ในโรงงานทั้งระบบ ไม่ซื้อแยกชิ้นมาต่อกันเอง

ถ้าเป็นการลงทุนสำหรับไลน์ผลิต ควรให้ผู้ขายหรือช่างที่ดูแลระบบพ่นสีประเมินหน้างานก่อน
เครื่องพ่นสี กับสีแต่ละชนิด ต้องเช็กอะไรก่อนเทสีลงถัง
สีน้ำอะคริลิก สีน้ำมัน สีกันสนิม และแล็กเกอร์ มีความข้นและตัวทำละลายต่างกัน เครื่องพ่นสี แต่ละรุ่นจึงรองรับสีได้ ไม่เหมือนกัน
ก่อนใช้ ให้เช็กสามเรื่อง ข้อแรก คู่มือเครื่องระบุว่าใช้กับสีชนิดนั้นได้หรือไม่ ข้อสอง ผู้ผลิตสีแนะนำให้ผสมตัวทำละลายเท่าไหร่สำหรับงานพ่น ข้อสาม หัวพ่นหรือหัวเข็มที่ติดเครื่องมาเหมาะกับความข้นของสีนั้นหรือไม่
สีที่มีตัวทำละลายไวไฟ ต้องระวังเป็นพิเศษ
สีน้ำมันและแล็กเกอร์มีไอระเหยที่ติดไฟได้ ห้ามพ่นใกล้เปลวไฟ ประกายไฟ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่อาจเกิดประกายไฟ ต้องพ่นในที่อากาศถ่ายเท และใช้หน้ากากกรองไอระเหยที่เหมาะกับสารนั้น หน้ากากกันฝุ่นธรรมดากันไอระเหยไม่ได้ ถ้าคู่มือเครื่องไม่ได้ระบุว่าใช้กับสีชนิดนี้ได้ อย่าฝืนใช้
ล้าง เครื่องพ่นสี ทันทีหลังใช้ ช่วยยืดอายุเครื่อง
สีที่แห้งค้างในสาย ไส้กรอง และหัวพ่น คือสาเหตุหลักที่ทำให้เครื่องพ่นสะดุดในครั้งต่อไป หลักคือล้างทันทีที่เลิกงาน สีน้ำล้างด้วยน้ำสะอาด สีน้ำมันล้างด้วยตัวทำละลายที่ผู้ผลิตสีกำหนด ให้ปั๊มน้ำหรือตัวทำละลายผ่านระบบจนสิ่งที่ออกมาใส แล้วถอดไส้กรองกับหัวพ่นออกมาล้างแยก
ก่อนถอดชิ้นส่วนของเครื่องแอร์เลส ต้องปิดเครื่อง ถอดปลั๊ก และปล่อยแรงดันในสายออกตามคู่มือทุกครั้ง เพราะสายที่ดูเหมือนไม่มีอะไรอาจยังมีแรงดันค้างอยู่ ตัวทำละลายที่ใช้ล้างแล้วให้เก็บในภาชนะปิดและทิ้งตามวิธีที่ถูกต้อง อย่าเทลงท่อ
สัญญาณว่าต้องหยุดใช้ เครื่องพ่นสี แล้วส่งซ่อม
ถ้าเห็นสายแรงดันสูงบวม ปริ หรือมีรอยรั่วที่ข้อต่อ ให้หยุดใช้ทันที อย่าพันเทปแล้วใช้ต่อ เพราะจุดรั่วของสายแรงดันสูงคือจุดที่สีพุ่งเข้าผิวหนังได้ ถ้ามอเตอร์มีกลิ่นไหม้ ร้อนผิดปกติ หรือเครื่องตัดเองบ่อย ให้ถอดปลั๊กแล้วส่งศูนย์บริการ ส่วนปลั๊กหรือสายไฟที่เปียกสีหรือฉีกขาด ต้องให้ช่างไฟเปลี่ยนก่อนใช้งาน

สรุป: เลือก เครื่องพ่นสี ที่ใช่ เริ่มจากขนาดงาน และผิวที่ต้องการ ไม่ใช่กำลังเครื่อง
เครื่องพ่นสี แต่ละแบบเด่นคนละเรื่อง ตู้ไม้ใบเดียวต้องการผิวเนียนและละอองน้อย ผนังทั้งหลังต้องการความเร็ว ส่วนไลน์ผลิตในโรงงานต้องการการจ่ายสีที่สม่ำเสมอตลอดวัน ถ้าเลือกจากงานจริงก่อน เครื่องที่ได้จะคุ้มทั้งเวลาและสี แต่ถ้าเลือกจากตัวเลขกำลังอย่างเดียว ข้อดีของเครื่องจะกลายเป็นปัญหาบนชิ้นงาน
แบบพกพาเหมาะกับงาน DIY ชิ้นเล็กที่ทำเป็นครั้งคราว ต้องวัดความข้นของสีก่อนพ่น HVLP เหมาะกับงานไม้และงานที่ต้องการผิวสวย จะเป็นเครื่องไฟฟ้าหรือกาพ่นสีต่อปั๊มลมก็ได้ แอร์เลสเหมาะกับผนัง หลังคา และรั้วขนาดใหญ่ ต้องเลือกหัวพ่นให้ตรงกับสีและปิดคลุมพื้นที่ให้ดี ส่วนปั๊มไดอะแฟรมใช้กับไลน์พ่นต่อเนื่องในโรงงาน ทุกแบบต้องเช็กว่าเครื่องรองรับสีชนิดนั้น และล้างให้สะอาดทันทีหลังใช้
ข้อควรระวังที่สำคัญที่สุดคือเรื่องแรงดันของเครื่องแอร์เลส ห้ามหันหัวพ่นเข้าหาคน ห้ามถอดตัวกันหัวพ่น ล็อกไกทุกครั้งที่หยุด และปล่อยแรงดันก่อนถอดชิ้นส่วน ถ้าโดนสีฉีดเข้าผิวหนัง ให้ไปโรงพยาบาลทันที ถ้าสายแรงดันบวมหรือรั่ว หรือมอเตอร์มีกลิ่นไหม้ ให้หยุดใช้แล้วส่งซ่อม ไม่คุ้มที่จะฝืน
เลือกดู เครื่องพ่นสี ปืนพ่นสีแอร์เลส และกาพ่นสี ในหมวดอุปกรณ์พ่นสีของ iToolmart ได้เลย
TH
English





