บอลวาล์วปิดแล้วแต่น้ำยังไหลผ่าน เกิดจากอะไรได้บ้าง?

Customers Also Purchased

หมุนบอลวาล์วจนด้ามตั้งฉากกับแนวท่อแล้ว แต่พอเปิดปลายท่ออีกฝั่งกลับพบว่ายังมีน้ำไหลหรือหยดออกมาเรื่อย ๆ อาการแบบนี้ชวนให้สงสัยว่าเราปิดวาล์วไม่สุดหรือวาล์วเสียไปแล้วกันแน่

จริง ๆ แล้ว ตำแหน่งด้ามที่ปิดสุด ไม่ได้หมายความว่าด้านในจะปิดน้ำได้สนิทเสมอไป เพราะชิ้นส่วนที่ทำหน้าที่หยุดน้ำจริง ๆ คือลูกบอลและบ่าวาล์วหรือ Seat ที่อยู่ภายใน หากมีเศษตะกอนเข้าไปขวาง บ่าวาล์วสึก ผิวลูกบอลเสียหาย หรือลูกบอลหมุนไปไม่ถึงตำแหน่งที่ควรจะเป็น ก็สามารถเหลือช่องเล็ก ๆ ให้น้ำลอดผ่านได้ ดังนั้น ก่อนจะออกแรงหมุนด้ามเพิ่มหรือรีบเปลี่ยนบอลวาล์วตัวใหม่ ลองทำความเข้าใจก่อนว่าอาการนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร และมีจุดไหนที่ควรสงสัยบ้าง

ทำไมปิดบอลวาล์วแล้วน้ำจึงควรหยุดไหล?

โครงสร้างของบอลวาล์วไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่เห็นจากภายนอก ภายในมีลูกบอลที่เจาะรูทะลุอยู่ตรงกลาง เมื่อหมุนด้ามให้อยู่ในแนวเดียวกับท่อ รูตรงกลางลูกบอลก็จะหันไปตามแนวท่อ ทำให้น้ำไหลผ่านได้ แต่เมื่อหมุนประมาณ 90 องศา ลูกบอลจะหมุนเอาด้านที่ไม่มีรูมาขวางทางน้ำ

อย่างไรก็ตาม ลูกบอลเพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำหน้าที่ปิดน้ำทั้งหมด รอบ ๆ ลูกบอลยังมี Seat หรือบ่าวาล์ว ทำหน้าที่สัมผัสกับผิวลูกบอลเพื่อช่วยปิดกั้นของไหล เมื่อผิวทั้งสองส่วนอยู่ในสภาพดีและประกบกันอย่างเหมาะสม วาล์วจึงสามารถหยุดการไหลได้ตามที่ออกแบบไว้ เพราะฉะนั้น เวลาบอลวาล์วปิดแล้วน้ำยังผ่าน คำถามสำคัญไม่ใช่แค่ว่า “ด้ามหมุนสุดหรือยัง?” แต่ต้องดูด้วยว่า “ด้านในยังประกบกันสนิทอยู่หรือเปล่า?”

บอลวาล์วปิดแล้วแต่น้ำยังไหลผ่าน เกิดจากอะไรได้บ้าง

มีเศษตะกอนคั่นอยู่ แค่ช่องเล็ก ๆ น้ำก็ผ่านได้

สาเหตุหนึ่งที่ควรนึกถึง โดยเฉพาะกับระบบที่มีตะกอนหรือเพิ่งติดตั้งท่อใหม่ คือมีเศษวัสดุเข้าไปอยู่บริเวณผิวสัมผัสระหว่างลูกบอลกับบ่าวาล์ว เศษสนิม เม็ดทราย ตะกอน หรือเศษวัสดุจากการติดตั้งที่หลงเหลืออยู่ในระบบสามารถไหลมากับน้ำได้ หากเศษเหล่านี้เข้าไปติดตรงตำแหน่งที่ลูกบอลต้องประกบกับบ่าวาล์ว ก็เหมือนมีอะไรบาง ๆ มาคั่นประตูเอาไว้ ต่อให้หมุนด้ามถึงตำแหน่งปิดแล้ว ด้านในก็อาจยังเหลือช่องให้น้ำผ่าน

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมความสะอาดของระบบท่อจึงสำคัญตั้งแต่ก่อนเริ่มใช้งาน คู่มือบอลวาล์ว K-Ball ของ Emerson ระบุให้กำจัดสิ่งสกปรก เศษครีบ และเศษจากงานเชื่อมภายในท่อก่อนติดตั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายต่อ Seat และผิวของลูกบอล

ถ้าวาล์วเพิ่งติดตั้งไม่นานแล้วเริ่มมีอาการปิดไม่สนิท จึงไม่ควรมองเฉพาะตัววาล์วอย่างเดียว สภาพภายในท่อและสิ่งสกปรกที่ไหลมากับน้ำก็เป็นอีกจุดที่ต้องพิจารณา

ถ้าไม่มีอะไรขวาง อาจเป็นเพราะบ่าวาล์วเริ่มสึกแล้ว

บอลวาล์วที่ผ่านการใช้งานมาระยะหนึ่งอาจเจออีกปัญหาหนึ่ง คือ บ่าวาล์วเริ่มสึกหรือเสียรูป จนไม่สามารถแนบกับลูกบอลได้เหมือนเดิม ลองนึกภาพยางที่ใช้ปิดขอบฝา หากพื้นผิวเรียบและอยู่ในรูปทรงที่เหมาะสมก็สามารถปิดได้สนิท แต่เมื่อเกิดรอย สึก หรือเสียรูป แม้ฝาจะอยู่ตำแหน่งเดิมก็อาจมีช่องให้ของเหลวผ่านได้ บ่าวาล์วก็มีหลักการคล้ายกัน เพียงแต่ชนิดวัสดุและโครงสร้างจะแตกต่างกันไปตามการออกแบบของบอลวาล์วแต่ละรุ่น

การสึกไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุเพียงอย่างเดียว สภาพของของไหลก็มีส่วน หากของไหลมีอนุภาคแข็งหรือสิ่งสกปรกปะปนอยู่ อนุภาคเหล่านั้นอาจเข้าไปสะสมหรือสร้างความเสียหายบริเวณผิวที่ใช้ปิดวาล์วได้

อีกพฤติกรรมที่ควรระวังคือการนำบอลวาล์วที่ออกแบบสำหรับงานเปิด-ปิดไปใช้หรี่การไหลเป็นเวลานาน Swagelok ระบุว่า บอลวาล์วส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานในตำแหน่งเปิดเต็มที่หรือปิดเต็มที่ และการใช้งานในตำแหน่งเปิดบางส่วนเป็นเวลานานอาจเพิ่มการสึกของ Seat และส่วนประกอบอื่นภายในวาล์วได้ ดังนั้น การหมุนบอลวาล์วไว้ครึ่งหนึ่งเพื่อให้น้ำไหลเบาลงอาจดูเหมือนใช้งานได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าบอลวาล์วทุกชนิดเหมาะกับการทำหน้าที่ควบคุมอัตราการไหลแบบนั้นต่อเนื่อง

บ่าวาล์วยังดี แต่ผิวลูกบอลก็เป็นรอยได้

เวลาพูดถึงบอลวาล์วรั่ว คนมักนึกถึงซีลหรือบ่าวาล์วก่อน แต่ผิวของลูกบอลเองก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะเป็นอีกด้านหนึ่งของพื้นผิวที่ต้องประกบกันเพื่อหยุดน้ำ

หากมีเศษแข็งไหลผ่านวาล์วแล้วทำให้ผิวลูกบอลเกิดรอย หรือพื้นผิวได้รับความเสียหายจากสภาพการใช้งานที่ไม่เหมาะสม บ่าวาล์วก็อาจไม่สามารถแนบกับลูกบอลได้เต็มที่เหมือนเดิม รอยเพียงบางตำแหน่งอาจกลายเป็นเส้นทางเล็ก ๆ ให้ของไหลผ่านขณะวาล์วปิดอยู่

ตรงนี้จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม การออกแรงกดด้ามวาล์วให้แน่นกว่าเดิมจึงไม่ใช่คำตอบของทุกกรณี ถ้าปัญหาเกิดจากพื้นผิวภายในเสียหาย ต่อให้ด้ามอยู่ในตำแหน่งปิดมากแค่ไหน รอยที่เกิดขึ้นก็ยังอยู่เหมือนเดิม

บอลวาล์วปิดแล้วแต่น้ำยังไหลผ่าน เกิดจากอะไรได้บ้าง

ด้ามเหมือนปิดแล้ว แต่ลูกบอลด้านในอาจยังไปไม่สุด

อีกกรณีที่ควรแยกออกจากปัญหาการสึก คือวาล์วยังเดินทางไปไม่ถึงตำแหน่งปิดอย่างที่ควรจะเป็น

สำหรับบอลวาล์วแบบคันโยกทั่วไป สังเกตเบื้องต้นได้จากตำแหน่งด้าม โดยเมื่อเปิด ด้ามมักอยู่ในแนวเดียวกับทางไหล และเมื่อปิดจะตั้งฉากกับแนวท่อ ตามหลักการที่ระบุไว้ในคู่มือของผู้ผลิต อย่างไรก็ตาม หากกลไกมีความผิดปกติหรือมีสิ่งกีดขวางการหมุน การดูตำแหน่งด้ามจากภายนอกเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะบอกว่าด้านในปิดได้สมบูรณ์

กรณีบอลวาล์วที่ใช้ชุดขับหรือ Actuator จะมีรายละเอียดเพิ่มขึ้น เพราะต้องพิจารณาการตั้งตำแหน่งของชุดขับด้วย เอกสารแก้ปัญหาของ Valmet ยกตัวอย่างว่าการตั้งระยะหยุดของ Actuator ไม่ถูกต้อง รวมถึงความเสียหายของ Seat หรือชิ้นส่วนปิดวาล์ว สามารถเกี่ยวข้องกับอาการวาล์วรั่วผ่านขณะอยู่ในตำแหน่งปิดได้

สำหรับบอลวาล์วตามบ้านหรือระบบที่ใช้มือหมุนทั่วไป ไม่จำเป็นต้องคิดซับซ้อนถึงขั้นนั้น แต่หลักสำคัญเหมือนกันคือ อย่าดูแค่ว่าด้ามอยู่ตรงไหน ต้องพิจารณาด้วยว่ากลไกภายในไปถึงตำแหน่งปิดจริงหรือไม่

บางครั้งวาล์วไม่ได้เสีย แต่เลือกมาไม่เหมาะกับงาน

บอลวาล์วที่หน้าตาเหมือนกันไม่ได้หมายความว่าจะนำไปใช้แทนกันได้ทุกระบบ เพราะวัสดุของตัวเรือน ลูกบอล บ่าวาล์ว และซีลอาจแตกต่างกัน รวมถึงขีดจำกัดด้านแรงดันและอุณหภูมิของแต่ละรุ่นด้วย

หากวาล์วถูกนำไปใช้กับของไหล อุณหภูมิ หรือแรงดันที่อยู่นอกเงื่อนไขที่ผู้ผลิตกำหนด ชิ้นส่วนภายในอาจเสื่อมเร็วกว่าที่ควรและส่งผลต่อความสามารถในการปิดวาล์วในที่สุด

โดยเฉพาะงานที่ไม่ใช่น้ำทั่วไป เช่น สารเคมี ของไหลอุณหภูมิสูง หรือระบบอุตสาหกรรม การเลือกบอลวาล์วจึงไม่ควรดูเพียงว่า “ขนาดท่อตรงกันไหม” แต่ต้องตรวจสอบความเข้ากันได้ของวัสดุ รวมถึงค่าความดันและอุณหภูมิที่วาล์วรุ่นนั้นรองรับจากข้อมูลของผู้ผลิตด้วย

ก่อนคิดว่าบอลวาล์วเสีย ลองแยกก่อนว่า “รั่วตรงไหน”

คำว่า “บอลวาล์วรั่ว” อาจหมายถึงคนละอาการกัน และการแยกให้ออกตั้งแต่แรกจะช่วยให้หาสาเหตุได้ตรงจุดขึ้น

ถ้าปิดบอลวาล์วแล้ว ยังมีน้ำผ่านไปยังท่ออีกฝั่ง ทั้งที่ตัววาล์วด้านนอกแห้งดี ปัญหาจะอยู่ในกลุ่มการปิดกั้นของไหลภายใน จึงควรนึกถึงตะกอน บ่าวาล์ว ผิวลูกบอล และตำแหน่งการปิดเป็นหลัก

แต่ถ้าน้ำ ซึมออกมารอบก้านวาล์ว รอยต่อ หรือบริเวณตัวเรือน นั่นเป็นการรั่วออกภายนอก ซึ่งเกี่ยวข้องกับชิ้นส่วนและตำแหน่งอื่น ไม่ควรเหมารวมว่าเป็นเพราะบ่าวาล์วปิดน้ำไม่สนิท

การแยกสองอาการนี้ให้ออกจึงสำคัญกว่าการรีบถอดวาล์ว เพราะอย่างน้อยจะช่วยให้รู้ว่าควรเริ่มตรวจสอบจากด้านในทางไหล หรือจากจุดซีลภายนอกของตัววาล์ว

ปิดไม่สนิท อย่าแก้ด้วยการฝืนด้ามให้แน่นขึ้นอย่างเดียว

เมื่อเจอวาล์วปิดแล้วน้ำยังไหล สิ่งที่หลายคนนึกถึงคือออกแรงหมุนเพิ่มอีกนิด เผื่อวาล์วจะปิดสนิทกว่าเดิม แต่ถ้าด้ามเดินทางถึงตำแหน่งหยุดตามปกติแล้ว การฝืนต่อไม่ได้ช่วยกำจัดตะกอนที่ติดอยู่ ไม่ได้ทำให้บ่าวาล์วที่สึกกลับมาเรียบ และไม่ได้ลบรอยบนผิวลูกบอล

สิ่งที่ควรทำคือเริ่มจากสังเกตว่ารั่วผ่านด้านในหรือรั่วออกภายนอก จากนั้นดูประวัติการใช้งานของวาล์ว เช่น เพิ่งติดตั้งหรือใช้มานานแล้ว ระบบมีตะกอนมากหรือไม่ และวาล์วถูกใช้เปิด-ปิดตามปกติหรือถูกเปิดค้างครึ่งหนึ่งเป็นประจำ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยจำกัดสาเหตุที่เป็นไปได้ก่อนตัดสินใจถอดตรวจ ซ่อม หรือเปลี่ยนวาล์ว

หากเป็นบอลวาล์วในระบบแรงดันสูง ไอน้ำ ก๊าซ สารเคมี หรือของไหลอันตราย ไม่ควรถอด คลายข้อต่อ หรือเปิดตัววาล์วเพื่อตรวจสอบขณะที่ระบบยังมีแรงดัน การแยกระบบและทำให้แน่ใจว่าไม่มีแรงดันหรือพลังงานตกค้างต้องทำตามขั้นตอนความปลอดภัยของระบบและคำแนะนำของผู้ผลิต

บอลวาล์วปิดแล้วแต่น้ำยังไหลผ่าน เกิดจากอะไรได้บ้าง

บอลวาล์วปิดสนิทหรือไม่ เรื่องสำคัญอยู่ข้างใน

ภาพที่เราเห็นจากภายนอกมีเพียงด้ามวาล์ว แต่สิ่งที่ตัดสินว่าน้ำจะหยุดหรือยังไหลต่ออยู่ด้านใน ระหว่าง ลูกบอลกับบ่าวาล์ว ถ้าสองส่วนนี้สะอาด อยู่ในสภาพดี และเคลื่อนเข้าสู่ตำแหน่งปิดได้ตามที่ออกแบบ วาล์วก็สามารถทำหน้าที่ปิดกั้นของไหลได้ตามสมรรถนะที่กำหนด แต่เมื่อมีตะกอนคั่น บ่าวาล์วสึก ผิวลูกบอลเสียหาย หรือตำแหน่งการปิดคลาดเคลื่อน ก็อาจเกิดช่องทางให้น้ำผ่าน แม้ด้ามด้านนอกจะดูเหมือนปิดสุดแล้วก็ตาม

เพราะฉะนั้น ถ้าบอลวาล์วปิดแล้วน้ำยังไหล อย่าเพิ่งสรุปว่าต้องออกแรงหมุนให้แน่นกว่าเดิมหรือเปลี่ยนวาล์วทันที การรู้ก่อนว่า น้ำรั่วตรงไหน และอะไรทำให้พื้นผิวภายในปิดไม่สนิท จะช่วยให้แก้ปัญหาได้ตรงจุดกว่า และยังช่วยป้องกันไม่ให้ปัญหาเดิมเกิดซ้ำกับวาล์วตัวใหม่ด้วย