เสาจราจร PU, TPU, EVA ต่างกันอย่างไร? เลือกวัสดุให้เหมาะกับงาน

เสาจราจร PU, TPU, EVA ต่างกันอย่างไร? เลือกวัสดุให้เหมาะกับงาน

Customers Also Purchased

เสาจราจรล้มลุกที่วางขายทั่วไป หน้าตาอาจคล้ายกันมาก ทั้งสีส้ม มีแถบสะท้อนแสง และสามารถโค้งงอได้ แต่พอดูรายละเอียดกลับพบว่าบางรุ่นระบุว่าเป็น PU บางรุ่นเป็น TPU และบางรุ่นเป็น EVA จนเกิดคำถามว่า ถ้าต้องเลือกจริง ๆ วัสดุแบบไหนเหมาะกับงานของเรามากกว่า?

คำตอบไม่ได้อยู่ที่ว่าวัสดุชนิดไหน “ดีที่สุด” แต่ต้องดูว่าเสาต้นนั้นจะเจอกับอะไรบ้าง ถ้าติดตั้งในจุดที่รถมีโอกาสเฉี่ยวหรือทับบ่อย ความยืดหยุ่นและการคืนรูปย่อมสำคัญ แต่ถ้าตั้งกลางแดดกลางฝนเป็นเวลานาน ความเหมาะสมกับสภาพอากาศก็ต้องนำมาคิดด้วย

ก่อนจะไปถึงเรื่องการเลือก ลองทำความรู้จัก PU, TPU และ EVA กันก่อน เพราะชื่อทั้งสามคำนี้ไม่ได้หมายถึงพลาสติกสามชนิดที่สามารถนำมาเรียงลำดับคุณภาพกันได้ตรง ๆ อย่างที่หลายคนอาจเข้าใจ

PU, TPU และ EVA ต่างกันตรงไหน?

PU หรือ Polyurethane เป็นชื่อของวัสดุในตระกูลโพลียูรีเทน ซึ่งสามารถปรับสูตรให้มีคุณสมบัติได้หลากหลาย ตั้งแต่วัสดุค่อนข้างแข็งไปจนถึงวัสดุที่มีความยืดหยุ่น จึงถูกนำไปใช้กับผลิตภัณฑ์หลายประเภท รวมถึงเสาจราจรล้มลุก

ส่วน TPU หรือ Thermoplastic Polyurethane จริง ๆ แล้วก็เป็นวัสดุในตระกูล polyurethane เช่นกัน เพียงแต่เป็น polyurethane ชนิดเทอร์โมพลาสติกที่สามารถนำไปขึ้นรูปด้วยกระบวนการผลิตแบบเทอร์โมพลาสติกได้ เพราะฉะนั้น การมองว่า PU กับ TPU เป็นวัสดุคนละตระกูลกันเลยจึงไม่ค่อยถูกนัก

TPU มีจุดเด่นที่น่าสนใจสำหรับงานลักษณะนี้หลายอย่าง ข้อมูลวัสดุ Elastollan ของ BASF ระบุถึงคุณสมบัติด้านความยืดหยุ่น ความสามารถในการคืนตัว และความทนต่อการขัดถูหรือสึกหรอ อย่างไรก็ตาม TPU มีหลายเกรดและสามารถออกแบบคุณสมบัติให้แตกต่างกันตามการใช้งานได้ จึงไม่ได้หมายความว่าเสาที่เขียนว่า TPU ทุกต้นจะมีคุณสมบัติเหมือนกันทั้งหมด

ขณะที่ EVA หรือ Ethylene Vinyl Acetate เป็นวัสดุคนละตระกูลกับ polyurethane เกิดจากการทำโคพอลิเมอร์ระหว่าง ethylene กับ vinyl acetate สามารถทำให้มีความยืดหยุ่นและความเหนียวได้ จึงพบการนำมาใช้ผลิตเสาจราจรเช่นกัน

EVA เองก็มีหลายสูตรเช่นเดียวกัน ข้อมูลทางเทคนิคจาก Celanese ระบุว่า ปริมาณ vinyl acetate มีผลต่อคุณสมบัติของวัสดุ เมื่อสัดส่วน vinyl acetate เพิ่มขึ้น ความยืดหยุ่นและความสามารถในการคืนตัวของ EVA สามารถเพิ่มขึ้น ขณะที่จุดอ่อนตัวลดลง ดังนั้น แม้เสาสองต้นจะเขียนว่า EVA เหมือนกัน ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องให้ความรู้สึกหรือมีสมรรถนะเหมือนกันทุกประการ

ถ้าจะจำแบบง่ายที่สุด PU เป็นชื่อตระกูลวัสดุที่ค่อนข้างกว้าง, TPU เป็น polyurethane ชนิดเทอร์โมพลาสติก ส่วน EVA เป็นวัสดุอีกตระกูลหนึ่ง แต่เมื่อนำมาทำเสาจราจร คุณสมบัติของผลิตภัณฑ์จริงยังขึ้นอยู่กับสูตรวัสดุและการออกแบบของผู้ผลิตด้วย

เสาจราจร PU TPU EVA ต่างกันอย่างไร เลือกวัสดุให้เหมาะกับงาน

ทำไมวัสดุของเสาจราจรต้อง “ยอมงอ” เมื่อถูกชน?

ลองนึกถึงเสาจราจรที่ติดอยู่ตรงทางเข้า-ออกลานจอดรถ เส้นแบ่งช่องทาง หรือบริเวณที่ต้องการกันพื้นที่ ตัวเสาอยู่ใกล้รถอยู่ตลอด จึงมีโอกาสถูกกันชนเฉี่ยว ล้อรถกดทับ หรือได้รับแรงกระแทกโดยไม่ตั้งใจ

ถ้าเสาชนิดนี้ทำจากวัสดุแข็งและไม่สามารถขยับตัวได้ เมื่อเกิดการชน แรงที่เกิดขึ้นอาจทำให้ตัวเสา ฐาน หรือจุดยึดได้รับความเสียหายได้ เสาจราจรล้มลุกจึงอาศัยความยืดหยุ่นของตัวเสาเพื่อให้โค้งตามแรงที่มากระทำ และในผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาสำหรับการคืนตัว ตัวเสาจะกลับเข้าใกล้ตำแหน่งเดิมเมื่อแรงนั้นหายไป

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงพบ PU, TPU และ EVA ในเสาจราจรประเภทนี้ เพราะวัสดุเหล่านี้สามารถนำมาพัฒนาให้มีความยืดหยุ่นได้

แต่คำว่า “ล้มลุก” ไม่ได้หมายความว่าจะขับรถทับอย่างไรก็ได้โดยไม่มีวันเสียหาย ความเร็วของรถ ทิศทางและมุมที่ชน อุณหภูมิ สภาพของพื้น วิธีติดตั้ง รวมถึงการถูกชนซ้ำ ๆ ล้วนมีผลต่ออายุการใช้งาน หากผู้ขายระบุจำนวนครั้งที่สามารถถูกทับหรือชนได้ จึงควรดูด้วยว่าตัวเลขนั้นมาจากการทดสอบแบบใดและมีเงื่อนไขอะไรประกอบ

ถ้าเป็น TPU จุดที่น่าสนใจคือการคืนตัวและความทนต่อการสึกหรอ

สำหรับบริเวณที่ตัวเสามีโอกาสสัมผัสกับรถอยู่เป็นประจำ TPU เป็นหนึ่งในวัสดุที่มีคุณสมบัติน่าสนใจ เนื่องจากสามารถผสมลักษณะของความยืดหยุ่นเข้ากับความแข็งแรงเชิงกลได้

BASF ระบุว่า TPU ในกลุ่ม Elastollan มีคุณสมบัติด้านความยืดหยุ่น การคืนตัว รวมถึงความทนต่อการขัดถูและการสึกหรอ คุณสมบัติเหล่านี้มีความเกี่ยวข้องกับเสาจราจรที่อาจต้องเจอทั้งการบิดงอ การเสียดสีกับยางรถ และการใช้งานซ้ำเป็นเวลานาน

อย่างไรก็ตาม มีรายละเอียดอีกเรื่องที่สำคัญสำหรับประเทศไทย คือ การติดตั้งกลางแจ้ง เพราะการเป็น TPU ไม่ได้หมายความว่าวัสดุนั้นจะทนต่อแสง UV และสภาพอากาศได้เท่ากันทุกเกรด ผู้ผลิตวัตถุดิบเองก็มี TPU หลายสูตร และบางสูตรได้รับการออกแบบด้าน UV หรือ weather resistance โดยเฉพาะ

ดังนั้น หากเสา TPU จะต้องอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน สิ่งที่ควรถามต่อจากคำว่า “ผลิตจาก TPU” คือ รุ่นนี้ออกแบบมาสำหรับงานกลางแจ้งหรือไม่ และมีข้อมูลเกี่ยวกับความทนต่อ UV หรือสภาพอากาศหรือเปล่า คำถามนี้มีประโยชน์กว่าการเห็นคำว่า TPU แล้วสรุปทันทีว่าเสาต้นนั้นต้องทนแดด

แล้วเสาจราจร PU ล่ะ?

ในตลาดพบเสาจราจรล้มลุกที่ผู้ผลิตระบุวัสดุเป็น PU หรือ Polyurethane อยู่ไม่น้อย โดยจุดประสงค์หลักก็คล้ายกัน คือทำให้ตัวเสามีความยืดหยุ่นเมื่อได้รับแรงกระแทกและสามารถคืนกลับขึ้นมาได้

ความยากอยู่ตรงที่คำว่า “PU” เป็นคำกว้าง หากหน้าสินค้าระบุเพียงว่า PU โดยไม่มีข้อมูลอื่น เราจะยังไม่รู้รายละเอียดของสูตรวัสดุมากพอที่จะนำไปเปรียบเทียบกับเสา TPU อีกรุ่นหนึ่งแล้วบอกว่าต้นไหนทนกว่า เพราะฉะนั้น ถ้าเจอเสา PU ที่กำลังสนใจ ลองข้ามคำถามว่า “PU ดีกว่า TPU ไหม?” แล้วดูข้อมูลของเสารุ่นนั้นโดยตรง เช่น สามารถโค้งและคืนรูปได้ในลักษณะใด ออกแบบสำหรับการถูกเฉี่ยวชนหรือไม่ ใช้งานกลางแจ้งได้หรือเปล่า และผู้ผลิตมีข้อมูลการทดสอบอะไรให้ตรวจสอบบ้าง

ถ้าข้อมูลเหล่านี้มีครบ เสาที่ระบุว่า PU ก็สามารถเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมได้โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนไปหา TPU เพียงเพราะชื่อวัสดุดูเฉพาะเจาะจงกว่า

เสาจราจร PU TPU EVA ต่างกันอย่างไร เลือกวัสดุให้เหมาะกับงาน

EVA ไม่ได้แปลว่าเป็นตัวเลือกรองเสมอไป

เมื่อพูดถึง EVA หลายคนอาจคุ้นชื่อจากโฟมหรือผลิตภัณฑ์ที่มีความนุ่ม แต่ EVA ไม่ได้มีเพียงรูปแบบเดียว และสามารถปรับคุณสมบัติของวัสดุได้ตามสูตรที่ใช้

ข้อมูลจาก Celanese ระบุคุณสมบัติของ EVA ในด้านความยืดหยุ่น ความเหนียว และความทนต่อแรงกระแทก ขณะที่ในตลาดก็มีผู้ผลิตที่นำ EVA มาใช้กับเสาจราจรล้มลุกจริง บางรายมีทั้งตัวเลือก PU และ EVA ในผลิตภัณฑ์ประเภทเดียวกัน

ดังนั้นจึงไม่ควรเหมารวมว่า EVA คือรุ่นประหยัด ส่วน PU หรือ TPU คือรุ่นคุณภาพสูงกว่าเสมอ หากไม่มีข้อมูลของผลิตภัณฑ์จริงมารองรับ เพราะเสา EVA ที่เลือกสูตรและออกแบบเหมาะกับงาน อาจตอบโจทย์พื้นที่นั้นได้ดีกว่าเสาวัสดุอีกชนิดที่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับสภาพเดียวกัน

หากกำลังดูเสาจราจร EVA สิ่งที่ควรสนใจจึงยังเป็นเรื่องเดิม ได้แก่ ความยืดหยุ่น การคืนรูปหลังได้รับแรง ความเหมาะสมกับการติดตั้งกลางแจ้ง และข้อมูลการใช้งานหรือผลทดสอบที่ผู้ผลิตมีให้

เลือก PU, TPU หรือ EVA ให้ลองเริ่มจาก “เสาต้นนี้จะเจออะไร?”

แทนที่จะเริ่มเลือกจากชื่อวัสดุ ลองเริ่มจากตำแหน่งที่จะนำเสาไปติดตั้ง จะช่วยตัดตัวเลือกได้ง่ายกว่า

ถ้าติดในลานจอดรถหรือจุดที่มีรถผ่านใกล้ตัวเสาตลอด โอกาสถูกเฉี่ยวหรือกดทับย่อมสูง สิ่งที่ควรให้น้ำหนักจึงเป็นการคืนตัวหลังรับแรง ความทนต่อการบิดงอและการใช้งานซ้ำ รวมถึงความแข็งแรงของฐานและจุดยึด หากกำลังพิจารณา TPU คุณสมบัติด้านความยืดหยุ่นและความทนต่อการสึกหรอก็เป็นประเด็นที่ควรนำมาเปรียบเทียบระหว่างรุ่น

ถ้าติดกลางแจ้งตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็น PU, TPU หรือ EVA ควรถามเรื่องความเหมาะสมกับ UV และสภาพอากาศเพิ่มเติม เพราะชื่อวัสดุเพียงอย่างเดียวไม่ได้ยืนยันว่าเสารุ่นนั้นถูกออกแบบมาให้ตากแดดตากฝนระยะยาว

ถ้าใช้สำหรับแบ่งแนวหรือกั้นพื้นที่ที่แทบไม่มีรถสัมผัสตัวเสา ความสามารถในการรับแรงชนซ้ำ ๆ อาจไม่ใช่ปัจจัยอันดับแรก ในกรณีนี้อาจให้น้ำหนักกับความเหมาะสมของขนาด ความสูง การมองเห็น แถบสะท้อนแสง วิธีติดตั้ง และงบประมาณมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเลือกสเปกด้านการรับแรงกระแทกสูงเกินลักษณะงาน

ส่วน พื้นที่ที่มีโอกาสถูกชนบ่อยมาก เช่น จุดเลี้ยวแคบหรือบริเวณที่รถตัดผ่านแนวเสาเป็นประจำ ต่อให้เลือกวัสดุที่ยืดหยุ่นได้ดี ก็ควรย้อนกลับมาดูตำแหน่งติดตั้งด้วย เพราะการแก้ปัญหาด้วยการเปลี่ยนเสาให้ทนขึ้นอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบ หากตำแหน่งของเสาทำให้รถต้องชนอยู่ตลอดเวลา

เสาจราจร PU TPU EVA ต่างกันอย่างไร เลือกวัสดุให้เหมาะกับงาน

ถ้ามีเสา 3 ต้นวางอยู่ตรงหน้า จะเลือกอย่างไร?

สมมุติว่าเรามีเสาจราจรสามรุ่น รุ่นหนึ่งระบุ PU รุ่นหนึ่ง TPU และอีกรุ่น EVA หากรู้ข้อมูลเพียงเท่านี้ ยังไม่ควรรีบเลือก TPU เพราะคิดว่าดีกว่า หรือเลือก EVA เพราะคิดว่าน่าจะถูกกว่า สิ่งแรกที่ควรทำคือเปิดดูสเปกของทั้งสามรุ่นแล้วเทียบในเงื่อนไขเดียวกัน

ลองดูว่าแต่ละรุ่นออกแบบให้คืนตัวหลังถูกชนหรือไม่ ใช้กลางแจ้งได้หรือเปล่า มีข้อมูลด้าน UV หรือไม่ ฐานยึดแบบใด ขนาดและความสูงเหมาะกับจุดติดตั้งหรือเปล่า และถ้าผู้ผลิตอ้างว่าสามารถถูกชนหรือทับซ้ำได้ มีข้อมูลการทดสอบรองรับคำกล่าวนั้นมากน้อยเพียงใด

เมื่อเทียบแบบนี้ เราอาจพบว่าเสา TPU เหมาะกับพื้นที่หนึ่ง ขณะที่เสา PU หรือ EVA อีกรุ่นเหมาะกับอีกพื้นที่มากกว่า ซึ่งเป็นวิธีเลือกที่มีเหตุผลกว่าการจัดอันดับวัสดุสามชนิดแบบตายตัว

สุดท้ายแล้ว วัสดุไหนดีที่สุดสำหรับเสาจราจร?

ถ้าต้องตอบให้สั้นที่สุดคือ ไม่มีคำตอบเดียวจากชื่อ PU, TPU หรือ EVA เพียงอย่างเดียว

TPU มีคุณสมบัติพื้นฐานหลายด้านที่น่าสนใจสำหรับเสาจราจรล้มลุก โดยเฉพาะความยืดหยุ่น การคืนตัว และความทนต่อการสึกหรอ ส่วน PU เป็นตระกูลวัสดุที่กว้างและสามารถออกแบบให้มีคุณสมบัติแตกต่างกันได้มาก ขณะที่ EVA ก็สามารถให้ความยืดหยุ่นและความเหนียว และถูกนำมาใช้ผลิตเสาจราจรจริงเช่นกัน

ดังนั้น เวลาเลือกเสาจราจร อย่าเพิ่งหยุดที่คำว่า “ทำจากอะไร” แต่ควรถามต่อว่า “เสารุ่นนี้ถูกออกแบบมาให้เจอกับอะไรได้บ้าง” เพราะเสาที่เหมาะกับลานจอดรถที่มีโอกาสถูกทับทุกวัน อาจไม่จำเป็นต้องเป็นเสาแบบเดียวกับที่ใช้แบ่งพื้นที่ซึ่งแทบไม่มีรถสัมผัสเลย

เมื่อเริ่มจากสภาพหน้างาน แล้วค่อยย้อนกลับมาดูวัสดุ การคืนตัว ความทนต่อสภาพอากาศ ฐานติดตั้ง และข้อมูลการทดสอบ การเลือกระหว่าง PU, TPU และ EVA ก็จะง่ายขึ้น และมีเหตุผลกว่าการตัดสินจากชื่อวัสดุเพียงสามตัวอักษร