Customers Also Purchased
เช้าวันหยุด คุณตั้งใจจัดห้องเก็บของให้เรียบร้อย พอย้ายกล่องออกก็เห็นชั้นไม้ที่อยากซ่อม พอซ่อมเสร็จก็นึกได้ว่าประตูควรทาสีใหม่ จากงานเล็กอย่างเดียวจึงกลายเป็นรายการยาวที่อยากทำให้จบก่อนเย็น และสิ่งที่เราเปลี่ยนตามงานมักเป็น อุปกรณ์เซฟตี้ ที่เราใส่อยู่ ไม่ว่าจะเปลี่ยนเครื่องมือ หยิบถุงมือมายกของ เปลี่ยนเป็นสว่าน แล้วค่อยคว้าแปรงทาสี แต่ของที่ใส่อยู่บนตัวอาจยังเป็นชุดเดิมตลอดวัน ทั้งที่อันตรายของแต่ละงานไม่เหมือนกัน!
แล้วแบบนี้จะต้องเปลี่ยน อุปกรณ์เซฟตี้ ทุกงานเลยไหม? มีแบบใส่รวดเดียวจบไหม? ในบทความนี้จะแหละครับ เราจะชวนคุณไปดูว่ามี อุปกรณ์เซฟตี้ อะไรบ้างที่ต้องมีไว้ ตั้งแต่เริ่มจัดของจนเก็บเครื่องมือกลับเข้าที่ โดยนำหลักเดียวกันไปใช้กับงานร้านค้า งานช่างเบื้องต้น หรือการดูแลพื้นที่ทำงานได้
รู้จัก อุปกรณ์เซฟตี้ ผ่านสิ่งที่ต้องป้องกัน
อุปกรณ์เซฟตี้ เป็นคำเรียกรวมของอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัย ส่วนอุปกรณ์ที่สวมเพื่อปกป้องร่างกายเรียกว่า อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล หรือ PPE ที่เราคุ้นหูกันนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็น แว่นนิรภัย ถุงมือช่าง หน้ากากอนามัย หมวกนิรภัย และรองเท้าเซฟตี้
ก่อนเลือกซื้อ ลองเปลี่ยนคำถามจาก “แล้วเราต้องมีอะไรบ้าง?” งานนี้อาจทำให้เราเจ็บตรงไหน และเกิดจากอะไร? ถ้าจับแผ่นไม้ที่มีเสี้ยน ต้องคิดถึงการป้องกันมือ ถ้ามีเศษวัสดุกระเด็น ต้องคิดถึงดวงตา ส่วนเสียงดังและฝุ่นก็ต้องประเมินแยกกัน
อย่างไรก็ตาม การใส่ อุปกรณ์เซฟตี้ ไม่ทำให้งานอันตรายกลายเป็นงานปลอดภัยโดยอัตโนมัติ ควรลดอันตรายที่ต้นทางก่อน เช่น เลือกวิธีทำงานที่เกิดฝุ่นน้อย ใช้อุปกรณ์ดูดฝุ่นที่เหมาะสม และจัดพื้นที่ให้ทำงานได้สะดวก แล้วใช้อุปกรณ์ป้องกันสำหรับความเสี่ยงที่ยังเหลืออยู่

ก่อนเริ่มงาน วางแพลนหน่อย
ลองเขียนงานที่จะทำลงกระดาษสั้น ๆ เช่น ย้ายกล่อง ซ่อมชั้นไม้ และทาสีประตู จากนั้นเขียนข้างแต่ละงานว่าใช้วัสดุอะไร เครื่องมืออะไร และทำตรงไหน ขั้นตอนนี้ช่วยให้เห็นเรื่องที่อาจลืมเมื่อทำงานต่อเนื่อง เช่น ต้องย้ายจากพื้นที่แห้งไปพื้นที่เปียก ต้องเปลี่ยนจากจับของทั่วไปไปสัมผัสผลิตภัณฑ์เคมี หรือมีคนในบ้านเดินผ่านบริเวณที่กำลังทำงาน
เตรียมคู่มือเครื่องมือและฉลากผลิตภัณฑ์ไว้ใกล้มือ ถ้าอ่านแล้วไม่แน่ใจว่าต้องป้องกันอันตรายแบบใด ให้สอบถามผู้ผลิต ผู้ขาย หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนเริ่ม ความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับอันตรายเป็นเหตุผลเพียงพอที่จะเลื่อนงานไว้ก่อน
ช่วงแรก ย้ายของ ต้องดูทั้งมือ เท้า และทางเดิน
เมื่อเริ่มจัดห้องเก็บของ ให้ตรวจสิ่งของก่อนจับ กล่องที่ดูธรรมดาอาจมีลวดเย็บ ขอบคม หรือชิ้นส่วนที่ยื่นออกมา อุปกรณ์เซฟตี้ อย่างถุงมือช่างสำหรับจับงานควรมีขนาดพอดีและเหมาะกับอันตรายของวัสดุนั้น ถ้าต้องจัดการของมีคม ให้ตรวจระดับการป้องกันการบาดของถุงมือช่าง อย่าสรุปจากความหนาหรือสีเพียงอย่างเดียว และอย่าคิดว่าถุงมือกันบาดทำให้จับใบมีดหรือขอบโลหะอย่างไรก็ได้
หากมีความเสี่ยงจากของตกใส่เท้า รองเท้าเซฟตี้ซึ่งเป็น อุปกรณ์เซฟตี้ ที่มีคุณสมบัติตรงงานอาจจำเป็น ส่วนความสามารถในการต้านการลื่นและการทะลุของของแหลมต้องตรวจแยกจากคุณสมบัติหัวรองเท้า รองเท้าคู่เดียวไม่ได้มีทุกคุณสมบัติเสมอไป
ก่อนยก ให้เปิดทางเดินและวางจุดปลายทางให้พร้อม ของที่หนักหรือใหญ่จนควบคุมลำบากควรใช้ตัวช่วยหรือให้ผู้อื่นช่วยตามความเหมาะสม อุปกรณ์เซฟตี้ อย่างถุงมือกับรองเท้าช่วยป้องกันบางอันตราย แต่ไม่ได้ทำให้เรายกของเกินกำลังได้
เมื่อเปลี่ยนจากย้ายของเป็นเจาะหรือขัด ให้ตรวจ อุปกรณ์เซฟตี้ ชุดใหม่ก่อนเปิดเครื่อง
ทันทีที่หยิบเครื่องมือไฟฟ้า ความเสี่ยงอาจเพิ่มจากการจับวัสดุเป็นเศษกระเด็น ฝุ่น เสียง และชิ้นส่วนที่เคลื่อนที่ ก่อนเปิดเครื่องจึงควรอ่านข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของรุ่นนั้นอีกครั้ง
แว่นนิรภัย ต้องเหมาะกับอันตรายที่คาดว่าจะเกิด แว่นสายตาหรือแว่นกันแดดทั่วไปไม่ควรถูกใช้แทน อุปกรณ์เซฟตี้ ป้องกันดวงตา และแว่นที่ป้องกันแรงกระแทกก็ไม่ได้หมายความว่าจะป้องกันฝุ่นหรือสารกระเด็นได้ทุกแบบ
อีกเรื่องที่ควรหยุดคิดคือถุงมือคู่เดิม เครื่องจักรบางประเภท เช่น สว่านแท่น มีความเสี่ยงที่ถุงมือจะถูกเกี่ยวเข้าไปกับชิ้นส่วนหมุน จึงไม่ควรเหมารวมว่าทุกครั้งที่ใช้เครื่องมือจำเป็นต้องสวมถุงมือเสมอ ให้ยึดคู่มือและข้อกำหนดของงานนั้น
หากทำงานที่เกิดฝุ่น ให้พิจารณาการควบคุมฝุ่นก่อนเลือกหน้ากาก การรู้ว่ากำลังขัดหรือเจาะวัสดุอะไรมีความสำคัญ เพราะฝุ่นจากวัสดุต่างชนิดอาจต้องใช้วิธีจัดการต่างกัน หากไม่ทราบส่วนประกอบของวัสดุเก่า ควรตรวจให้ชัดก่อนรบกวนผิววัสดุนั้น
งานมีเสียงดัง อย่ารอให้ทนไม่ไหวแล้วค่อยใช้ อุปกรณ์เซฟตี้ ป้องกัน
เสียงที่รู้สึกว่าพอทนได้ไม่ใช่หลักยืนยันว่าปลอดภัย ความเสี่ยงขึ้นอยู่กับระดับเสียงและระยะเวลาที่สัมผัส หากงานต้องใช้ อุปกรณ์เซฟตี้ ที่ป้องกันการได้ยิน ให้เลือก ที่อุดหู หรือ ที่ครอบหูลดเสียง ที่เหมาะกับสภาพงาน การเลือกไม่ควรดูเฉพาะตัวเลขลดเสียงบนกล่อง ต้องคำนึงถึงวิธีสวม ความพอดี และการได้ยินสัญญาณเตือนที่จำเป็นด้วย หากเป็นสถานที่ทำงาน ควรใช้ผลประเมินเสียงประกอบการเลือก
เมื่อใส่ ที่ครอบหูลดเสียง ร่วมกับแว่น ให้ตรวจว่าขาแว่นหรือเส้นผมรบกวนขอบเบาะหรือไม่ ถ้าใส่แล้วเจ็บจนอยากถอดบ่อย ควรแก้ความพอดีหรือเลือกแบบที่เหมาะกว่า หากต้องถอดเพื่อปรับหรือพัก ให้หยุดงานและออกจากบริเวณเสียงดังอย่างปลอดภัยก่อน การถอดอุปกรณ์เซฟตี้เป็นช่วง ๆ ระหว่างสัมผัสเสียงอาจทำให้การป้องกันโดยรวมลดลงมาก

ช่วงบ่ายเปลี่ยนเป็นทาสี หน้ากากและถุงมือต้องทบทวนอีกครั้ง
เมื่อเก็บงานขัดแล้วหยิบสีขึ้นมา อย่าใช้หน้ากากเดิมต่อเพียงเพราะยังดูสะอาด หน้ากากกรองอนุภาค เช่น N95 ไม่ได้ป้องกันก๊าซหรือไอระเหย จึงไม่ควรใช้ชื่อหน้ากากเป็นคำตอบสำหรับงานทุกประเภท เริ่มจากอ่านฉลากและเอกสารข้อมูลความปลอดภัยของสีหรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้ ซึ่งมักเรียกว่า SDS เอกสารนี้ช่วยให้ทราบอันตราย การระบายอากาศ และข้อแนะนำเรื่อง อุปกรณ์เซฟตี้
หากต้องใช้อุปกรณ์ป้องกันทางเดินหายใจ ต้องเลือกรุ่นและไส้กรองให้ตรงกับสารและระดับการสัมผัส อุปกรณ์กรองอากาศไม่ได้เติมออกซิเจน จึงไม่เหมาะกับพื้นที่ขาดออกซิเจน และไม่ควรนำไปใช้เป็นเหตุผลให้ลงมือในพื้นที่อับอากาศเอง
ถุงมือก็ต้องตรวจใหม่เช่นกัน ถุงมือที่ช่วยจับไม้หรือขนกล่องอาจไม่เหมาะกับสีและตัวทำละลาย ต้องดูข้อมูลการทนสารเคมีของรุ่นนั้น รวมถึงระยะเวลาที่ใช้และลักษณะการสัมผัส คำว่า “ถุงมือยาง” อย่างเดียวบอกความเหมาะสมได้ไม่ครบ
ใส่ครบแล้ว ต้องตรวจว่าใส่ร่วมกันได้
เมื่อเลือก อุปกรณ์เซฟตี้ ตรงงานแล้ว ให้ลองสวมพร้อมกันในพื้นที่ปลอดภัย แว่นอาจชนขอบหน้ากาก ที่ครอบหูอาจกดขาแว่น หรือหมวกอาจไม่รองรับอุปกรณ์เสริมที่ซื้อมา อุปกรณ์ชิ้นหนึ่งไม่ควรทำให้อีกชิ้นเลื่อนจนเสียการป้องกัน หากใช้ร่วมกันไม่ได้ ควรเปลี่ยนรุ่นหรือขนาดตามข้อมูลผู้ผลิต ไม่เจาะ ตัด หรือดัดแปลงเองเพื่อให้พอสวมได้
สำหรับหน้ากากชนิดแนบหน้า ควรเลือกให้เหมาะกับใบหน้าของผู้สวม มีการทดสอบความกระชับหรือ Fit Test โดยผู้มีความสามารถ และตรวจการแนบสนิทตามคู่มือทุกครั้งที่ใส่ การเช็กก่อนใช้งานไม่ทดแทนการทดสอบความกระชับ
ก่อนเริ่มงานถัดไป ใช้คำถามสี่ข้อ
ไม่จำเป็นต้องซื้อชุดใหม่ทุกครั้งที่เปลี่ยนงาน สิ่งที่ต้องทำคือทบทวนว่าของเดิมยังเหมาะหรือไม่ โดยใช้คำถามต่อไปนี้เป็นจุดเริ่มต้น หนึ่ง งานหรือวัสดุเปลี่ยนหรือยัง? จากย้ายของเป็นขัดไม้ จากขัดเป็นทาสี หรือจากพื้นที่แห้งเป็นพื้นเปียก ล้วนเป็นจังหวะที่ควรตรวจอันตรายใหม่
สอง อุปกรณ์ป้องกันอันตรายชนิดใหม่นี้ได้หรือไม่? ตรวจฉลาก รุ่น มาตรฐาน และข้อจำกัดการใช้งาน อย่าใช้รูปลักษณ์ที่คล้ายกันเป็นหลักตัดสิน สาม สภาพยังพร้อมหรือเปล่า? มองหารอยร้าว รอยฉีก สายรัดเสื่อม เบาะเสียรูป หรือชิ้นส่วนหลวม รวมถึงตรวจเกณฑ์เปลี่ยนตามคู่มือผู้ผลิต สี่ เมื่อใส่ครบแล้วทำงานได้ถูกต้องหรือไม่? ต้องมองเห็น จับเครื่องมือ และเคลื่อนไหวได้โดยที่ อุปกรณ์เซฟตี้ ทุกชิ้นยังอยู่ในตำแหน่งเหมาะสม ถ้าต้องถอดชิ้นใดออกเพื่อให้อีกชิ้นใช้ได้ ควรแก้ปัญหาก่อนเริ่ม
เลิกงานแล้ว การดูแลอุปกรณ์ยังไม่จบ
เมื่อทำงานเสร็จ อย่าโยน อุปกรณ์เซฟตี้ รวมกับเครื่องมือทันที แว่นนิรภัย อาจถูกของแข็งกดทับ หน้ากากอาจเสียรูป และสิ่งปนเปื้อนจากถุงมืออาจไปติดของใช้ชิ้นอื่น ทำความสะอาด อึปกรณ์เซฟตี้ แต่ละชนิด ของใช้ครั้งเดียวไม่ควรถูกซักหรือล้างเพื่อใช้ซ้ำโดยไม่มีคำแนะนำรองรับ ส่วนอุปกรณ์ใช้ซ้ำต้องตรวจว่าผู้ผลิตอนุญาตให้ใช้สารทำความสะอาดชนิดใด
จัดที่เก็บให้สะอาด แห้ง และเหมาะกับข้อกำหนดของสินค้า แยกชิ้นที่เสียหายออกจากของพร้อมใช้ พร้อมระบุให้ชัดว่าไม่ควรหยิบไปใช้งานต่อ
อุปกรณ์เซฟตี้ บางอย่างอาจต้องเปลี่ยนหลังได้รับแรงกระแทกหรือสัมผัสเหตุการณ์เฉพาะ แม้มองภายนอกแล้วไม่เห็นความเสียหาย จึงควรยึดเกณฑ์ของผู้ผลิต แทนการรอจนชิ้นส่วนแตกหรือขาดให้เห็นชัด
ซื้อ อุปกรณ์เซฟตี้ ให้คุ้ม เริ่มจากข้อมูลของงาน
ก่อนถามผู้ขายว่ารุ่นไหนขายดี ลองเตรียมข้อมูลว่าใช้ทำอะไร ใช้วัสดุหรือสารอะไร ใช้นานเท่าไร และมีอุปกรณ์ชิ้นไหนอยู่แล้ว หากมีฉลากผลิตภัณฑ์หรือรหัสรุ่นเครื่องมือ ให้นำข้อมูลนั้นไปด้วย ตรวจรายละเอียดสินค้าและเอกสารที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ รวมถึงอะไหล่ อุปกรณ์สิ้นเปลือง และวิธีดูแล เลือกขนาดให้เหมาะกับผู้ใช้จริง โดยเฉพาะของที่ต้องแนบใบหน้าหรือปรับเข้ากับศีรษะ
ความคุ้มค่าของ อุปกรณ์เซฟตี้ อยู่ที่เลือกตรง ใช้ถูก และดูแลได้ตลอดอายุการใช้งาน ของที่ซื้อมาแล้วต้องวางทิ้งเพราะใส่ไม่พอดี หรือป้องกันอันตรายผิดประเภท ย่อมไม่ตอบโจทย์แม้ราคาน่าสนใจ

TH
English






