Customers Also Purchased
เวลาพูดถึง สว่านไฟฟ้า แบบมีสายกับสว่านไร้สาย เราอาจมองเรื่องความสะดวก กำลังเครื่อง เช่น "วัตต์" ของ สว่านไฟฟ้า แรงแค่ไหนถึงจะเจาะงาน (และเจาะใจ) คุณ? จากนั้น ก็อาจดูเรื่องน้ำหนัก หรือระยะเวลาการใช้งานก่อนครับ แต่มีอีกคำถามหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือ ถ้าใช้งานเป็นประจำ แบบไหน “กินไฟ” มากกว่ากัน?
สว่านไฟฟ้า ต่อไฟบ้านโดยตรง และจะระบุกำลังไว้ อย่างเช่น 500W, 750W หรือมากกว่านั้น จึงดูเหมือนว่าเปิดใช้งานแต่ละครั้งน่าจะกินไฟพอสมควร ขณะที่เครื่องไร้สาย ใช้แบตเตอรี่ ทำให้ไม่ต้องเสียบปลั๊ก ขณะทำงาน เลยอาจให้ความรู้สึกว่าใช้ค่าไฟน้อยลง
แต่ถ้ามองในเชิงพลังงานจริง เรื่องนี้ไม่ได้ตัดสินจากคำว่า สว่านไฟฟ้า “มีสาย” หรือ “ไร้สาย” ครับ พลังงานที่อยู่ในแบตเตอรี่ของสว่านไร้สายก็ไม่ได้ได้มาฟรี สุดท้ายเรายังต้อง เสียบเครื่องชาร์จ และเครื่องชาร์จก็ดึงพลังงานมาจากระบบไฟฟ้า เพียงแต่เก็บเอาไว้ในแบตเตอรี่ก่อน แล้วค่อยใช้ภายหลัง
ถ้าถามว่า สว่านไฟฟ้า ค่าไฟสูงกว่าสว่านไร้สายจริงไหม? คำตอบสั้น ๆ คือ อาจ ไม่จริงเสมอไป ถ้าเครื่องที่ทำงาน ระดับใกล้เคียงกันมาเปรียบเทียบ และวัดจากปริมาณงาน ที่ทำได้จริง ค่าไฟของทั้งสองระบบไม่ได้ต่างกันมากนัก ความแตกต่างที่เห็นชัดกว่าในระยะยาวมักอยู่ที่ราคาแบตเตอรี่ จำนวนแบตเตอรี่ อายุการใช้งาน และรูปแบบการทำงานมากกว่า
เพื่อให้เห็นภาพ ลองแยกเรื่องนี้ออกทีละส่วนครับ
ก่อนเทียบค่าไฟ ต้องเข้าใจก่อนว่า Watt, Volt และ Ah ไม่ใช่ตัวเลขเดียวกัน
จุดที่ทำให้การเปรียบเทียบ สว่านไฟฟ้า มีสายกับไร้สาย สับสน สว่านสองประเภทนี้ มักแสดงหน่วยต่างกัน สว่านไฟฟ้ามีสายอาจระบุว่า 650W ส่วนเครื่องไร้สายกลับเขียนว่า 18V และแบตเตอรี่ 5.0Ah พอมองตัวเลขอย่างเดียวจึงไม่รู้ว่าจะเอา 650W ไปเทียบกับ 18V หรือ 5Ah ยังไง
สำหรับ สว่านไฟฟ้า ตัวเลข Watt หรือ W บอกกำลังไฟฟ้า ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของเครื่อง เช่น สว่านขนาด 650W หมายถึงเครื่องออกแบบ มาในระดับกำลังอินพุตประมาณนั้นภายใต้เงื่อนไขการวัดที่ผู้ผลิตกำหนด

ไม่ใช่ว่า ทุกครั้งที่แตะไก เครื่องจะดึงไฟ 650W เต็มตลอดเวลา เพราะกำลังไฟที่ใช้จริงเปลี่ยนไปตามรอบ โหลด และลักษณะงาน ส่วนแบตเตอรี่สว่านไร้สาย มักบอกเป็น Volt และ Ah ซึ่งต้องนำมาคำนวณต่อจึงจะมองเห็นปริมาณพลังงานคร่าว ๆ ที่แบตเตอรี่เก็บได้
แบตเตอรี่ 18V 5Ah มีพลังงานประมาณเท่าไหร่?
วิธีคิดแบบง่ายคือ พลังงาน Wh = Voltage × Ah ดังนั้นแบตเตอรี่ 18V 5Ah จะมีพลังงานตามค่าระบุประมาณ 18 × 5 = 90 Wh หรือคิดเป็นประมาณ 0.09 kWh
ถ้ามองเฉพาะตอนใช้งาน สว่านไร้สายดูเหมือนไม่กินไฟเลย แต่ความจริงคือเราได้ “จ่ายค่าไฟล่วงหน้า” ตอนชาร์จแบตเตอรี่ไปแล้ว
คำนวณ ค่าไฟ สว่านไฟฟ้า 650W แบบง่าย ๆ
สมมติเรามี สว่านไฟฟ้า 650W และเพื่อให้เห็นภาพง่ายที่สุด ลองสมมติว่าเครื่องทำงานที่กำลัง 650W ต่อเนื่อง หนึ่งชั่วโมงเต็ม ซึ่งในชีวิตจริง ถือว่าเป็นการสมมติที่ค่อนข้างหนัก เพราะงานเจาะทั่วไปไม่ได้กดไกต่อเนื่องหนึ่งชั่วโมง โดยไม่มีช่วงหยุด
650W เท่ากับ 0.65kW ดังนั้นหากทำงานหนึ่งชั่วโมง จะใช้พลังงาน 0.65kW × 1 ชั่วโมง = 0.65 kWh ถ้าสมมติค่าไฟรวมง่าย ๆ ที่ประมาณ 4.50 บาทต่อหน่วย ค่าไฟจากการเปิดสว่านไฟฟ้า ในเงื่อนไขนี้จะอยู่ที่ประมาณ 0.65 × 4.50 = 2.93 บาท
หรือไม่ถึง 3 บาทต่อชั่วโมง
แต่ในงานจริง เช่น เจาะรู แขวนชั้น ประกอบงานไม้ สว่านไฟฟ้า อาจหมุนจริงเพียงไม่กี่นาทีจากเวลาทำงานทั้งชั่วโมง สมมติเราใช้งานรวมจริงประมาณ 15 นาที แม้คิดด้วยกำลัง 650W เต็มตลอดช่วงนั้น พลังงาน ก็อยู่ที่ประมาณ 0.1625 kWh หรือคิดเป็นค่าไฟเพียงประมาณ 0.73 บาท
แม้ตัวเลข 650W บนตัวเครื่องจะดูสูง แต่สำหรับเครื่องมือที่เปิดใช้งานเป็นช่วงสั้น ๆ ค่าไฟต่อวันอาจ ไม่ได้สูงอย่างที่คิดเลย
ค่าไฟในการชาร์จแบตเตอรี่ เทียบกับการใช้ สว่านไฟฟ้า มีสาย?
กลับมาที่ตัวอย่างแบตเตอรี่ 18V 5Ah ซึ่งมีพลังงานตามค่าระบุประมาณ 90Wh หรือ 0.09kWh ถ้าสมมติระบบชาร์จมีประสิทธิภาพประมาณ 85% เพื่อใช้เป็นตัวอย่างในการคำนวณ พลังงานที่ดึงจากเต้ารับเพื่อชาร์จกลับจนเต็มจะอยู่ราว 90Wh ÷ 0.85 ≈ 106Wh หรือประมาณ 0.106 kWh เมื่อคิดด้วยค่าไฟสมมติ 4.50 บาทต่อหน่วย จะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 0.106 × 4.50 ≈ 0.48 บาท
หมายความว่า การชาร์จแบตเตอรี่ 18V 5Ah จากระดับต่ำ กลับจนเต็มหนึ่งครั้ง มีค่าไฟในระดับประมาณ ไม่ถึงหนึ่งบาท ตามสมมติฐานนี้ มองตรงนี้แล้ว สว่านไร้สายดูเหมือนชนะขาด เพราะชาร์จแบตครั้งหนึ่งเสียค่าไฟประมาณครึ่งบาท ขณะที่สว่านมีสาย 650W เปิดเต็มหนึ่งชั่วโมง เกือบ 3 บาท
มีปัญหาคือ เรากำลังเอา แบตเตอรี่หนึ่งก้อน ไปเทียบกับ การทำงานต่อเนื่องหนึ่งชั่วโมง โดยไม่ได้ดูว่าสว่านไฟฟ้า กับไร้สายสามารถทำงานได้เท่ากัน หรือไม่ครับ
ต้องเทียบ “งานที่ได้” ไม่ใช่แค่เวลา หรือจำนวนครั้งที่ชาร์จ
ถ้าต้องการตอบให้ได้ว่า สว่านไฟฟ้ากับสว่านไร้สาย แบบไหนประหยัดไฟกว่า เราควรเปรียบเทียบจากงานที่ทำได้ เช่น เจาะเหล็กขนาดเดียวกันจำนวน 100 รู เจาะไม้ด้วยดอกเดียวกัน หรือขันสกรูจำนวนเท่ากัน มากกว่าดูเพียงว่าเครื่องหนึ่งเปิดหนึ่งชั่วโมง แต่อีกเครื่องหนึ่งใช้แบตหนึ่งก้อน
แบตเตอรี่ 18V 5Ah ที่มีพลังงานประมาณ 90Wh ไม่สามารถจ่ายพลังงาน 650W ได้นานหนึ่งชั่วโมง เพราะหากสมมติให้จ่าย 650W อย่างต่อเนื่อง พลังงาน 90Wh ในทางทฤษฎีจะรองรับได้เพียงประมาณ 8 นาทีกว่า ๆ เองครับ ในชีวิตจริงยังมีข้อจำกัดจากประสิทธิภาพ ระบบป้องกัน อุณหภูมิ และการจ่ายกระแสของแบตเตอรี่เข้ามาเกี่ยวข้องอีก
ถ้าต้องการปริมาณพลังงานในระดับใกล้กับสว่านมีสาย 650W ที่ทำงานหนึ่งชั่วโมงเต็ม เราอาจต้องใช้พลังงานจากแบตเตอรี่หลายก้อน หรือชาร์จหลายรอบ เมื่อรวมพลังงานทั้งหมดแล้ว ค่าไฟจากการชาร์จ ก็อาจเข้าใกล้ระดับเดียวกัน
สว่านไฟฟ้า Watt สูงกว่า ไม่ได้แปลว่า จะเสียค่าไฟเพิ่ม
อีกความเข้าใจผิดคือ สว่านไฟฟ้าเครื่องหนึ่ง 500W และอีกเครื่อง 800W เครื่อง 800W จะต้องเสียค่าไฟมากกว่าแน่นอน ความจริงต้องดูระยะเวลา และโหลดด้วย
สมมติ สว่านไฟฟ้า 500W ต้องใช้เวลาเจาะงานหนึ่งชิ้น 60 วินาที ขณะสว่านที่มีกำลังสูงกว่าสามารถทำงานเดียวกันได้ใน 35 วินาที บางสถานการณ์เครื่องกำลังสูงอาจทำงานเสร็จเร็วจนใช้พลังงานรวมต่ำกว่าก็ได้

แบตเตอรี่ มีอายุการใช้งาน นี่คือต้นทุนที่ต้องคิด
แบตเตอรี่ Lithium-ion ไม่ได้มีอายุใช้งานตลอดไป ทุกครั้งที่ชาร์จ และคายประจุ เซลล์จะค่อย ๆ เสื่อมตามอายุ จำนวนรอบการใช้งาน อุณหภูมิ และสภาพการเก็บรักษา เมื่อใช้งานไปหลายปี ความจุที่ใช้งานได้จริงอาจลดลง จนถึงจุด ที่ต้องซื้อแบตเตอรี่ใหม่
สว่านไฟฟ้า มีสายไม่มีแบตเตอรี่ที่ต้องเปลี่ยนตามรอบอายุ จึงได้เปรียบในงานประจำจุดหรืองานที่ใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน แม้ตัวเครื่องจะดึงไฟจากเต้ารับโดยตรงตลอดการทำงานก็ตาม แต่อย่าลืมว่า สว่านไฟฟ้า มีสาย ไม่มีแบตหมด แต่ต้องระวังความร้อน มากขึ้น
ใช้ สว่านไฟฟ้า เดือนละไม่กี่ครั้ง ค่าไฟแทบไม่ใช่ประเด็นหลัก
สำหรับงานทั่วไปที่หยิบสว่านไฟฟ้ามาแขวนชั้น เจาะผนัง ประกอบเฟอร์นิเจอร์ หรือซ่อมของในบ้านเป็นครั้งคราว ความแตกต่างของค่าไฟระหว่าง สว่านไฟฟ้ามีสาย และสว่านไร้สาย แทบไม่มีน้ำหนัก พอที่จะใช้เป็นเหตุผลหลัก ในการเลือกซื้อ ครับ
สมมติใช้สว่านไฟฟ้า 650W เวลาหมุนจริงเดือนละสองชั่วโมง แม้คิดที่กำลังเต็มตลอดสองชั่วโมง ใช้พลังงานประมาณ 1.3 kWh หรือคิดจาก ค่าไฟสมมติ 4.50 บาทต่อหน่วยอยู่ที่ประมาณ 5.85 บาทต่อเดือนเท่านั้น
ในสถานการณ์นี้ การเลือกระหว่างสองระบบควร ดูเรื่องอื่นมากกว่า เช่น ต้องเดินไปทำงานหลายจุดหรือไม่ มีปลั๊กไฟใกล้พื้นที่ทำงานหรือเปล่า ต้องทำงานบนที่สูง หรือไม่ ต้องการน้ำหนักเบา หรือกำลังต่อเนื่อง และมีแบตเตอรี่ในแพลตฟอร์มเดียวกันอยู่แล้วหรือยัง
หากมีเครื่องมือไร้สายหลายชนิดที่ใช้แบตร่วมกันอยู่แล้ว การเพิ่มสว่านไร้สายอีกหนึ่งตัว ก็อาจคุ้มมาก ไม่จำเป็นต้องซื้อแบตเตอรี่และเครื่องชาร์จใหม่ทุกครั้ง
สว่านไฟฟ้า กับไร้สาย แบบไหนประหยัดต้นทุนกว่า กันแน่?
ถ้าถามเฉพาะว่า สว่านไฟฟ้ามีสาย ค่าไฟสูงกว่าสว่านไร้สายหรือไม่ คำตอบคือ ไม่สามารถสรุปแบบนั้นได้ ครับ
สว่านไฟฟ้า อาจแสดงตัวเลข Watt สูง และดึงไฟจากเต้ารับโดยตรง แต่เครื่องไร้สาย ก็ต้องใช้ไฟเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ และยังมีการสูญเสียระหว่างการชาร์จ การเก็บพลังงาน และการจ่ายพลังงานออกจากแบตเตอรี่ ถ้าต้องทำงานปริมาณเท่ากัน พลังงานรวมที่ใช้จริง แทบไม่ได้ต่างกันมากจนมีผลต่อค่าใช้จ่าย
สิ่งที่ต่างกันชัดกว่าคือ รูปแบบต้นทุน
สว่านไฟฟ้า จ่ายต้นทุนพลังงานตรง ๆ ผ่านค่าไฟ ขณะใช้งาน ส่วนสว่านไร้สายมีค่าไฟตอนชาร์จซึ่งค่อนข้างต่ำ แต่มีต้นทุนของแบตเตอรี่ และเครื่องชาร์จเพิ่มเข้ามา รวมถึง ต้องคำนึงถึงอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ในระยะยาว

สรุป ค่าไฟต่างกันน้อยกว่าที่คิด รูปแบบการใช้งาน คือตัวตัดสินความคุ้ม
สำหรับใคร ที่เห็น สว่านไฟฟ้า 650W หรือ 800W แล้วกังวลว่า จะกินไฟมากกว่าเครื่องไร้สายหลายเท่า ไม่จำเป็นต้องกังวลขนาดนั้นครับ เพราะเครื่องมือประเภทสว่าน ไม่ได้ทำงานต่อเนื่องหลายชั่วโมง เหมือนเครื่องจักรที่เปิดตลอดวัน ค่าไฟจากการใช้งานทั่วไปจึงค่อนข้างต่ำ
สุดท้ายแล้ว คำถามที่เหมาะสมจึงอาจไม่ใช่ “สว่านไฟฟ้ากับสว่านไร้สาย อะไรกินไฟมากกว่า?” เลย แต่คือ “เราต้องจ่ายทั้งหมดเท่าไหร่ เพื่อปริมาณงานที่เท่ากัน?”
เมื่อมองด้วยวิธีนี้จะเห็นชัดขึ้นครับว่า สว่านไฟฟ้า ไม่ได้เป็นตัวกินค่าไฟ อย่างที่ภาพของสายไฟ และตัวเลข Watt ทำให้หลายคนรู้สึก และสว่านไร้สาย ก็ไม่ได้ใช้พลังงานฟรี แค่เปลี่ยนจากการรับไฟตรง ๆ มาเป็นการเก็บพลังงานไว้ในแบตเตอรี่ก่อนใช้งาน
เครื่องไหน “คุ้มกว่า” จริง ๆ คำตอบจะอยู่ที่ รูปแบบงาน มากกว่าแค่คำว่า สว่านไฟฟ้า หรือไร้สาย
TH
English




