หน้าหลัก | เกี่ยวกับเรา | บทความ | ติดต่อ | วิธีการสั่งซื้อ
top-icon top-icon top-icon
TH

เครื่องมืองานไม้พื้นฐานที่คุณต้องมี

แนะนำ เครื่องมือช่าง พื้นฐานสำหรับงานไม้ เพื่อก่อร่างสร้างพื้นฐานที่สำคัญสำหรับผู้ที่สนใจในงานไม้โดยเฉพาะ ช่างไม้หลายคนสร้างสรรค์ชิ้นงานที่มีประโยชน์และใช้งานได้ยาวนาน แต่ไม่ว่าคุณจะเป็นช่างฝีมือหรือมือสมัครเล่นก็ตาม คุณก็ต้องมีเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับงานไม้ ในบทความนี้เราจะแนะนำเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับงานไม้พื้นฐานที่คุณต้องมี

ตลับเมตร 

เครื่องมือวัดที่ได้รับการพัฒนามาจากไม้บรรทัด ตลับเมตรจะช่วยอำนวยความสะดวกในการวัดระยะที่ไกลเกินกว่าไม้บรรทัดธรรมดาๆ ตลับเมตรเป็นไม้บรรทัดชนิดหนึ่งที่มีความยืดหยุ่น เทปวัดทำจากวัสดุหลายประเภทรวมทั้งใยแก้วพลาสติกและผ้า เป็นเครื่องมือวัดที่ใช้กันทั่วไปในปัจจุบัน โดยทั่วไปคำว่า "ตลับเมตร" หมายถึงตลับเมตรแบบม้วนขึ้นและหดได้เองซึ่งออกแบบมาสำหรับช่างไม้ เทปวัดจริงที่เรียกว่า 'ริบบิ้น' มักสร้างจากวัสดุโลหะที่แข็งซึ่งสามารถทำให้แข็งได้เมื่อจำเป็น แต่ยังสามารถม้วนขึ้นเพื่อใช้งาน และจัดเก็บได้ง่าย 

ตลับเมตร เป็นเครื่องมือเพื่อใช้ในการวัดระยะหรือขนาดเพื่อกำหนดตำแหน่งของชิ้นงาน หรือการตรวจสอบระยะสำหรับความกว้างความยาว หรือความสูงและความหนาของชิ้นงานไม้ เทปวัดจะมีการอ่านค่าอิมพีเรียล การอ่านเมตริก หรือทั้งสองอย่าง เป็นเครื่องมือวัดทั่วไป เพื่อที่จะได้สะดวกในการใช้งานทุกประเภท ไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็ตาม อย่าปล่อยให้ใบเทปและขอเกี่ยวหมุนกลับโดยไม่มีการควบคุมด้วยความเร็วเต็มที่เมื่อกรอกลับ แม้ว่าความสามารถในการคืนใบเทปอย่างรวดเร็วในเคสอาจดูเหมือนเป็นฟังก์ชันที่มีประโยชน์ แต่ก็อาจเป็นอันตรายได้มากในแต่ละปีที่ผู้คนจำนวนมากได้รับบาดเจ็บจากการดีดกลับอย่างรวดเร็ว เราแนะนำให้ผู้ใช้ใช้แว่นตานิรภัย เมื่อทำงานที่ต้องใช้สายวัดด้วยเหตุผลนี้ 

วิธีการอ่านตลับเมตร

1. ค้นหา/อ่านเครื่องหมาย ในเทปวัดมาตรฐานเครื่องหมายที่ใหญ่ที่สุดคือเครื่องหมายนิ้ว (ซึ่งโดยทั่วไปจะมีจำนวนมากที่สุดหากมี) 

2. เมื่อการเพิ่มลดลงความยาวของเครื่องหมายก็เช่นกัน ตัวอย่างเช่น½ "มีเครื่องหมายใหญ่กว่า¼" ซึ่งมีเครื่องหมายใหญ่กว่า⅛ "เป็นต้น

3. อ่าน 1 นิ้ว ช่องว่างจากเครื่องหมายที่ใหญ่ที่สุดไปยังอีกอันหนึ่งคือ 1 นิ้ว

4. อ่านหนึ่งนิ้วครึ่ง หลักการเดียวกับการอ่านหนึ่งนิ้วคราวนี้จะอ่านช่องว่างระหว่างเครื่องหมายที่ใหญ่เป็นอันดับสองและใหญ่ที่สุดเท่านั้น คุณสามารถคิดว่าเครื่องหมายครึ่งนิ้วเป็นครึ่งทางระหว่างนิ้วเต็ม

5. เครื่องหมายที่เหลือเป็นไปตามรูปแบบที่คล้ายกัน ¼" เป็นครึ่งหนึ่งของ½" ⅛ "เป็นครึ่งหนึ่งของ¼" ส่วนใหญ่เครื่องหมายเทปวัดไปมีขนาดเล็กเป็น1/16" เทปนี้แบ่งอีกครั้งหนึ่งลงไป. 1/32"


ฉากเหล็ก 

มีการออกแบบประกอบด้วยฐานและชุดใบมีดทำมุม 90° อาจมีรอยบากเล็กน้อยที่ฐานเพื่อป้องกันการสะสมของเศษซากที่อาจหลุดจากการวัด ในการใช้สี่เหลี่ยมช่างเครื่อง อุปกรณ์นี้มีความแม่นยำสูงสุด โดยมีความคลาดเคลื่อนน้อยมากสำหรับข้อผิดพลาด ได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้ในงานไม้ที่ซับซ้อน ซึ่งการทำมุมที่แม่นยำเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากข้อผิดพลาดอาจสร้างปัญหาร้ายแรงเกี่ยวกับการทำงานโดยปกติแล้ว ฉากเหล็กจะมีหมุดหลายอันสำหรับยึดใบมีด 

เครื่องมือนี้สามารถใช้เพื่อตรวจสอบมุมที่มีอยู่สำหรับความเหลี่ยม หรือเพื่อปรับองค์ประกอบของโครงการเพื่อสร้างมุมฉากที่สมบูรณ์แบบ สิ่งสำคัญคือต้องเก็บช่องสี่เหลี่ยมของช่างเครื่องไว้ในที่ปลอดภัยซึ่งไม่น่าจะตึง เมื่อเวลาผ่านไป แรงผลักและดึงสามารถเปลี่ยนมุม ทำให้แม่นยำน้อยลง ขนาดเครื่องมือสามารถเป็นข้อพิจารณาที่สำคัญเมื่อเลือกเครื่องมือที่จะใช้งาน สี่เหลี่ยมขนาดใหญ่อาจยุ่งยากกว่าและอาจจัดการได้ยากกว่า ชิ้นงานขนาดเล็กเหมาะอย่างยิ่งสำหรับงานขนาดเล็ก แต่ไม่มีความแม่นยำเพียงพอสำหรับชิ้นงานขนาดใหญ่ สี่เหลี่ยมจัตุรัสเล็กๆ สามารถใช้ตัดเฉือนบางอย่างได้ เช่น การตักมุมของไม้ เป็นต้น 

ฉากเป็น ถือเป็นฉากเหล็กที่เหมาะสำหรับการใช้งานที่ต้องการปรับเปลี่ยนองศาในการเข้ามุม โดยฉากเป็นนี้สามารถปรับองศาได้อย่างอิสระเพื่อปรับให้ได้มุมตามต้องการ จึงถือเป็นฉากวัดที่ใช้งานได้อย่างอเนกประสงค์ อีกทั้งด้ามจับยังมักจะทำจากไม้หรือพลาสติก ส่วนใบฉากทำจากเหล็กและสามารถแยกใบกับด้ามจับออกจากกันได้ หลังจากได้มุมตามความต้องการการแล้วผู้ใช้สามารถล็อกองศาที่ต้องการด้วยสลักเพื่อป้องกันความคลาดเคลื่อน

ฉากตาย โดยจะมีมุมมาตรฐานจากโรงงานกำหนดไว้ที่ 90 องศา จึงเหมาะสำหรับงานช่างที่ต้องการการเข้ามุม 90 องศาเป็นประจำ เพราะสามารถใช้ได้เลยโดยไม่ต้องปรับมุม แต่ฉากตายนี้มาพร้อมกับความสามารถในการวัดมุม 45 องศา ซึ่งฉากตายมักพบเห็นได้ทั่วไปในงานช่างแทบทุกประเภท และมักจะทำจากโลหะแข็ง เช่น อะลูมิเนียม สเตนเลส เหล็กเคลือบ เป็นต้น 


เลื่อยมือ

การเลื่อย คือ  การตัดชิ้นงานออกด้วยใบเลื่อยที่มีคมเล็กๆหลายๆคม คล้ายคมสิ่วหรือคมสกัด จํานวนมาก เรียงกันเป็นแถวฟันใบเลื่อยจะกัดชิ้นงานพร้อมๆ กันทีละหลายฟันให้เป็นรองจนขาดออกจากกัน ในงานไม้ และช่างไม้ เลื่อยมือ ใช้ในการตัดไม้เป็นรูปทรงต่างๆ โดยปกติแล้วจะทำเพื่อเชื่อมชิ้นส่วนเข้าด้วยกัน และแกะสลักวัตถุที่ทำด้วยไม้ พวกเขามักจะทำงานโดยมีจุดแหลมของสารบางอย่างที่แข็งกว่าไม้ที่ถูกตัด เลื่อยมือนั้นคล้ายกับเลื่อยวงเดือน แต่มีขอบคมด้านเดียวแบน วัสดุสำหรับใบเลื่อยแตกต่างกัน แต่จะมีเลื่อยอยู่ 3 ปรเภทที่มักจะใช้ในการทำงานไม้คือ 

1. เลื่อยลันดา : เป็นเลื่อยที่มีมือจับทางด้านโคนของใบเลื่อย โดยฟันของใบเลื่อยลันดา จะเป็นชนิดสำหรับการตัดไม้โดยเฉพาะ ซึ่งใบเลื่อยจะเป็นแผ่นบางปลายเรียว แต่โคนใบจะใหญ่และยึดแน่นกับที่จับ เราจะเห็นเลื่อยชนิดนี้กันบ่อยที่สุด เพราะสามารถใช้ได้ทั้งตัดและงานโกรกไม้ โดยฟันเลื่อยที่ค่อนข้างถี่ 10-12 ซี่ ต่อ 1 นิ้ว ใช้สำหรับตัดขวางเนื้อไม้เพื่อให้เกิดรอยตัดที่เรียบ ส่วนฟันเลื่อยหยาบหรือฟันห่าง 5-6 ซี่ ต่อ 1 นิ้ว สามารถตัดไม้ได้อย่างรวดเร็ว เหมาะกับงานตัดตามแนวยาวของเนื้อไม้ โดยมีความยาวของใบเลื่อยให้เลือกใช้งานตั้งแต่ 14-28 นิ้ว ตามขนาดของหน้าตัดของไม้

2. เลื่อยฉลุ : ใช้กับงานไม้ เหมาะสำหรับงานตัดโค้ง ทำลวดลาย เวลาใช้งานต้องขึงใบเลื่อยกับด้ามและคันเลื่อยให้ตึง ใบเลื่อยมีขนาดค่อนข้างเล็กมากเหมือนเส้นลวด มีความอ่อนตัว เหมาะกับชิ้นงานที่มีขนาดไม่ใหญ่ ไม่หนา มากนัก เพื่อให้ได้รูปทรงตามที่ต้องการ

3. เลื่อยลอ : มีลักษณะคล้ายเลื่อยสันแข็งต่างกันที่ด้ามจับซึ่งเป็นด้ามยาว ฟันเลื่อยมีทั้งชนิดหยาบและละเอียด ใบเลื่อยกว้าง 2.5 นิ้ว ยาว 8 นิ้ว 10 นิ้วและ 12 นิ้ว แต่ที่นิยมใช้กันคือ 10 นิ้ว เหมาะสำหรับใช้บากปากไม้เพื่อทำเดือยเข้าไม้แบบต่างๆ และงานไม้ที่ต้องการความประณีตเป็นพิเศษ ควรใช้งานร่วมกับปากกาจับชิ้นงานเพื่อให้ทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถใช้ร่วมกับกล่องตัดปรับมุมได้ด้วย 


กบไสไม้

ถือว่าเป็นเครื่องมือสำหรับงานไม่โดยเฉพาะ เพื่อใช้ในการขัดผิวไม้ให้เรียบตรงและได้ฉาก หรือปรับหน้าไม้ตามที่ต้องการ อีกทั้งยังสามารถลบเหลี่ยม ไสลบคม ของผิวไม้ให้ออกมาสวยงาม กบไส้ไม้ที่ไสด้วยมือจะมีอยู่ 2 ประเภท คือ กบฝรั่ง เป็นกบไสไม้ที่รางกบทำจากโลหะ และกบไทยหรือกบไสที่รางกบทำด้วยไม้เนื้อแข็ง ซึ่งกบไทยมีใช้แพร่หลายในประเทศไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันโดยกบไส้ไม้สามารถแบ่งได้ออกเป็น 2 ชนิดคือ 

1. กบล้าง เป็นเครื่องมือสำหรับไสผิวไม้ที่ยังไม่เคยผ่านการไสแต่งด้วยกับชนิดอื่น กบล้างจึงเป็นเครื่องมือชนิดแรงซึ่งทำหน้าที่ปรับแต่งผิวไม้ โดยทั่วไปกบล้างจะมี 3 ชนิด ซึ่งมีความแตกต่างกันตามขนาดและความยาวของกบ เพื่อให้มีความสะดวกต่อการใช้งานดั้งนี้ 

- กบล้างยาว ความยาวของรางกบล้างยาวประมาณ 16-20 นิ้ว กบล้างยาวนี้มีความจำเป็นมากสำหรับการผลิตงานเครื่องไม้ ซึ่งจะใช้ไสล้างหรือลบรอยเลื่อยบนผิวไม้ก่อนใช้กบผิว และมีอีกหน้าที่สำคัญ คือ ใช้สำหรับไสไม้ให้ตรงได้แนว 

- กบล้างกลาง ความยาวของกบล้างกลางยาวประมาณ 14-14 นิ้วใช้ไสไม้เพื่อให้ได้ตามขนาดตามต้องการ แต่ก็สามารถทำหน้าที่แทนกบล้างสั้นและล้างยาวได้ แต่ทั้งนี้ไม่ควรจะไสไม้ที่มีความยาวให้เป็นเส้นตรง และจะต้องไสด้วยความระมัดระวังเพราะอาจทำให้ชิ้นงานคดได้ 

- กบล้างสั้น ความยาวของกบล้างสั้นยาวประมาณ 6-8 นิ้วใช้ไสไม้ในงานหยาบที่ไม่ต้องการความประณีต หรือไสไม้ลักษณะเป็นแผ่นบางโค้งที่ไม่สามารถใช้กบล้างกลาง และกบล้างยาวได้ 

2. กบผิว กบผิวเป็นเครื่องมือสำหรับไสแต่งผิวไม้ให้เรียบ ตรง ได้ระดับ ซึ่งจะต้องใช้คู่กับกบล้าง โดยใช้กบล้างไสก่อนแล้วใช้กบผิวแต่งตาม การไสกบผิวจะทำให้ผิวไม้มีความละเอียดและตรงได้ระดับ มากกว่ากบล้างและเป็นการไสไม้ด้วยเครื่องมือไสแต่งผิวไม้ครั้งสุดท้าย ก่อนจะใช้ดระดาษทรายขัดตาม ทั้งนี้กบผิวที่นิยมใช้จะมี 3 ชนิดดังนี้ 

- กบผิวยาว มีความยาวประมาณ 16-20 นิ้วโดยส่วนใหญ่มีหน้าที่ไสไม้ให้เรียบเป็นเส้นตรง หลังจากไสไม้ด้วยกบล้างยาวแล้ว โดยเฉพาะใช้ไสไม้เพื่อเพลาะไม้นั่นเอง 

- กบผิวกลาง มีความยาวประมาณ 10-14 นิ้ว ใช้สำหรับไสไม้หลังจากไสด้วยกบล้างยาว และกบล้างกลางมาแล้ว กบผิวกลางนั้นไสไม้ที่มีขนาดไม่ยาวมาก

- กบผิวสั้น มีความยาวประมาณ 6-8 นิ้วใช้แต่งผิวไม้เพื่อให้ผิวไม้มีความเรียบมากขึ้น หลังจากไสด้วยกบล้างแล้ว กบผิวสั้นจะใช้ไสผิวไม้หน้ากว้างโดยไสผ่านไม่เจาะจง ซึ่งจะไสเพื่อเปลี่ยนแปลงลักษณะของไม้ และไม่ต้องการจะไสไม้ให้มีลัษณะเป็นเส้นตรง และการไสต้องไสเฉลี่ยทุกๆด้านของผิวหน้าให้เท่ากันด้วย


สิ่ว

สิ่วมีหลายชนิด เช่นสิ่วปากบางหรือสิ่วแต่ง หรือสิ่วเจาะที่ใช้สำหรับเจาะช่องใส่เดือย นอกจากนี้ยังใช้สำหรับตกแต่งขูดผิวไม้หรือปากไม้ให้เรียบ หรือให้ได้ร่องรูตามที่ต้องการ โดยสิ่วจะประกอบด้วยใบและด้าม ใบสิ่วทำจากเหล็กกล้าสูงรูปทรงแบนและมีความบางที่ปลายคม สิ่วที่มีคุณภาพปลายจะคมกริบและไม่บิ่นง่าย โดยวิธีการใช้งานจะใช้คมสิ่วกดลงไปบนเนื้อไม้ จากนั้นตอกหรือใช้แรงขูด และคอยบังคับทิศทางสิ่วไปในตำแหน่งตามที่ต้องการ ซึ้งสิ่วเจาะจะมีความหนาและมีความกว้างและความคมน้อยกว่าสิ่วปากบาง การใช้งานจึงต้องใช้ค้อนช่วยตอก เพื่อให้สิ่วกินเนื้อไม้ทีละน้อยให้ได้ระดับความลึกตามที่ต้องการ จึงค่อยตกแต่งร่องหรือรูให้เรียบร้อย โดยสิ่วจะแบ่งออกเป็น 5 ชนิด 

1. สิ่วปากบาง เป็นสิ่วสำหรับตอก ปาด เฉือน ส่วนมากจะใช้ในงานที่ไม่ต้องเก็บรายละเอียดมากนัก หรือใช้กับงานไม้ที่มีขนาดใหญ่ ลักษณะของสิ่วจะมีความกว้างมากกว่าความหนา แต่มีลักษรณะใบสิ่วบางเหมือนกับใบกับไสไม้ มีความกว้างของคมสิ่วตั้งแต่ 1/4-11/4นิ้ว 

2. สิ่วหน้าโค้ง ใบสิ่วมีลักษณะเป็นคมโค้งคล้ายเล็บมือ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า สิ่วเล็บมือ ซึ่งจะใช้ในงานลบมุมนอก หรือสำหรับขุดพื้นที่ที่ต้องการให้โค้งลึกหรือเว้าภายใน โดยสิ่วชนิดนี้จะมีขนาดความกว้างของคมสิ่วหลายขนาดตามความละเอียดของงานตั้งแต่ 3/16 - 11/4 นิ้ว 

3. สิ่วหน้าตรง ลักษณะของคมใบสิ่วจะเป็นเส้นตรง และปลายตรงกันเสมอกัน จะใช้สำหรับเจาะพื้นผิวไม้ให้ได้ตามที่ต้องการ ขนาดความกว้างของคมสิ่วที่ใช้จะมีหลากหลายขนาดตามความละเอียดของงาน 

4. สิ่วปากเสี้ยว ใบสิ่วจะมีลักษณะคมเป็นเส้นตรง แต่ปลายจะเฉียงจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง โดยสิ่วประเภทนี้ใช้ขุดในงานที่มีความแคบ หรือเป็นซอกและยาวเรียว โดยที่สิ่วประเภทอื่นๆ ไม่สามารถเข้าได้ถึง ความกว้างของคมสิ่วที่ใช้จะมีหลายขนาดตามความละเอียดของงาน 

5. สิ่วตัววี ปลายสิ่วมีลักษณะเป็นรูปตัววี หรือใช้เป็นเหล็กสอยเพื่อเดินเส้น ความกว้างของคมสิ่วที่ใช้จะมีหลายขนาดตามความละเอียดของงาน ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ในงานแกะสลักไม้ 


ค้อน

เครื่องมือสำหรับตอกหรือทุบบนวัตถุอื่น สำหรับการใช้งานเช่น การตอกตะปู การจัดชิ้นส่วนให้เข้ารูป การทุบทลายวัตถุ ค้อนอาจได้รับการออกแบบมาให้ใช้งานเฉพาะทาง และมีรูปร่างกับโครงสร้างที่หลากหลาย แต่มีโครงสร้างพื้นฐานที่เหมือนกันคือด้ามจับและหัวค้อน ซึ่งน้ำหนักจะค่อนไปทางหัวค้อนมากกว่า แรงที่กระทบเป้าหมายจะมากเท่าใด ขึ้นอยู่กับมวลของค้อน และความเร่งของการตอก ดังนั้นเมื่อค้อนยิ่งหนักมากและหวดด้วยความเร่งมาก แรงที่ได้จากค้อนยิ่งมากตามไปด้วย แต่จะมีค้อนประเภทนึงที่เหมาะกับงานไม้ที่สุดนั่นก็คือ ค้อนหงอน 

ค้อนหงอน : เป็นเครื่องมือสำหรับตอกหรือทุบวัตถุตามต้องการ งัดเพื่อรื้อถอน ซึ่งค้อนหงอนจะนิยมมาใช้กับงานไม้เพราะมีหงอนที่สามารถใช้ถอนดอกตะปูได้ โดยค้อนอาจจะมีรูปร่างเหมาะสมกับงานช่างเฉพาะด้าน แต่มีโครงสร้างพื้นฐานที่เหมือนกันคือ ด้ามจับและหัวค้อน เนื่องจากหัวค้อนทำจากโลหะทั้งอัน เพื่อให้เกิดแรงกระทบที่ตรงเป้าหมาย และสะดวกต่อการใช้งาน 

เคล็ดลับในการใช้ค้อน

- สวมอุปกรณ์ป้องกันดวงตาเวลาใช้งาน แต่ตะปูอาจหัก และกระเด็นเข้าหาคุณ เศษไม้อาจแตกออก และกระเด็นออกไป หรือชิ้นส่วนของหน้าค้อนเองก็อาจหัก และบินได้เอง

- ถือค้อนให้ถูกต้อง ในการจับค้อนอย่างถูกต้อง ให้จับไว้ใกล้ปลายด้าม ทำความคุ้นเคยกับความรู้สึก แกว่งไปมาอย่างอิสระในมือของคุณ ค้อนที่ทำมาอย่างดีจะมีความสมดุลที่ดี และมีส่วนที่กว้างหรือกว้างเล็กน้อยที่ปลายด้ามจับ

- เจาะรูนำร่อง เป็นอีกวิธีหนึ่งในการหลีกเลี่ยงการแยก รวมทั้งทำให้ตะปูตอกได้ง่ายขึ้นในไม้เนื้อแข็งหนาแน่น คือการเจาะรูนำร่องในเนื้อไม้ โดยใช้ดอกสว่านที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กกว่าด้ามตะปูที่คุณใช้อยู่เล็กน้อย การเจาะรูนำร่องจะลดกำลังการยึดของตะปูลงเล็กน้อย แต่เป็นเทคนิคที่ดีในการติดตั้ง ตัดแต่งหรืองานอื่นๆ ที่ไม่ต้องการกำลังยึดสูงสุด


ตัวยึด ตะปู / สกรู : สุดท้ายของอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้เลย หากไม่มีสิ่งนี้อุปกรณ์ก่อนหน้าๆ ก็ดูจะไม่มีความหมายเลยก็คือ ตัวยึดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นตะปู ตัวสกรู ตะขอยึดต่างๆ นั่นเอง ซึ่งอุปกรณ์ตัวยึดเหล่านี้นั้นมีขนาดและวัสดุหลากหลายมากๆ ในท้องตลาด เราแนะนำให้เหมาซื้อเป็นกล่องๆ เก็บหลายๆ แบบเอาไว้ เพื่อที่ว่าไม่ว่างานช่างประเภทไหนก็จะมีของสำรองไว้นั่นเอง 

สกรูไม้ สกรูเหล่านี้มีลักษณะเรียว ด้านล่างส่วนหัวเป็นส่วนไหล่ของด้ามที่ใส่เข้าไปในรูที่เจาะชิ้นบนสุด จากนั้นคุณจะได้ส่วน 'เกลียว' เกลียวเรียว และสุดท้ายปลายที่เล็กกว่า ข้อเสียของสกรูไม้คือเพื่อให้จับได้อย่างมีประสิทธิภาพ พวกเขาจำเป็นต้องเจาะรูที่มีความกว้างต่างกันสามแบบ (ใช้ดอกสว่านพิเศษในบางครั้งหรือดอกสว่าน 3 แบบ) จริงๆแล้วสกรูไม้ไม่ได้ใช้งานอีกต่อไปแล้ว คนส่วนใหญ่ที่ฉันรู้จักใช้สกรูโลหะแผ่นหรือสกรูก่อสร้างที่ต้องเจาะรูเพียง 1 รูบวกรูในไม้ที่จับ (ขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อย)


คำแนะนำสุดท้ายสำหรับมือใหม่สำหรับช่างไม้คือการลงทุนใน เครื่องมือช่าง ที่มีคุณภาพ นั่นคือสิ่งที่คุณต้องให้ความสำคัญ