วิธีการเลือกซื้อสว่าน ด้วยตัวเอง !!

                                  


วิธีการเลือกซื้อสว่าน ด้วยตัวเอง !!
        สว่านเป็นเครื่องมือสำคัญของงานอุตสากรรมการผลิต เกือบทุกชนิดต้องอาศัยกรรมวิธีการเจาะรูเพื่อประกอบชิ้นส่วนต่างๆเข้าด้วยกัน งานเจาะรูต้องใช้เครื่องมือตัดคือ ดอกสว่าน กับเครื่องเจาะ เพื่อทำการตัดเจาะชิ้นงานให้เกิดรูปทรงกระบอกที่ชิ้นงาน และงานการเจาะหมายถึงกระบวนการทำให้เกิดรูกลมทรงกระบอกขึ้นบนวัสดุงาน โดยใช้เครื่องมือที่เรียกว่าดอกสว่าน หรือดอกไขควง โดยมีจุดประสงค์ต่างๆเพื่อย้ำหมุด จับยึดด้วยนัตสกรู หรือทำเกลียว เป็นต้น


สว่านไฟฟ้า (Drill , Hammer Drill)


โดยสว่าน จะแบ่ง ได้ดังนี้คือ


สว่านไฟฟ้าเป็นเครื่องมือ ที่ basic ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่โดยจะออกแบบในลักษณะงานที่ต่างๆกันไป สว่านชนิดนี้จะใช้ดอกสว่านแบบก้านกลม ปีจจุบันสว่านไฟฟ้ามีหัวสว่านอยู่ 2 แบบแรกจะใช้จำปา หรือ กุญแจขันหัวสว่านเพื่อเปลี่ยนดอกสว่านและอีกชนอดคือสามารถใช้ มือบิดหัวสว่านเพื่อทำการเปลี่ยนดอกสว่าน ได้เลย โดยสว่านไฟฟ้าสามารถ และบริษัทผู้ผลิตจะแบ่งออกเป็นตามขนาดของการเจาะ โดยมีดังนี้


สว่าน 6.5 mm.หรือสว่าน 2 หุน (1/4”) สว่านน้ำหนักเบา เหมาะสำหรับถือมือเดียว งานส่วนใหญ่ใช้สำหรับเจาะเหล็กรูเล็กๆไม่เกิน 6.5 mm.และใช้งานในที่สูงหรือต้องถือเป็นเวลานาน นิยมนำมาใช้กับดอกไขควงเพื่อขันกรูเพื่อประกอบติดตั้งงานต่างๆ สว่าานชนิดนี้

สว่าน 10 mm. หรือ สว่าน 3 หุน (3/8”) สว่านขนาดมาตรฐาน นิยมใช้งานกันอย่างแพร่หลาย น้ำหนักจะอยู่ที่ประมาณ 1.5 กิโล แต่น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นก็แลกมาด้วยกำลังไฟที่แรงขึ้น สามารถ เจาะ เหล็กได้ประมาณ 10 mm.ใช้ในงานเจาะ ประกอบติดตั้งได้ดี โดยส่วนมากเจาะได้แค่ไม้ และเหล็ก

สว่าน 13 mm.หรือสว่าน 4 หุน (1/2”) สว่านประเภทนี้จะมีระบบกระแทกเพิ่มขึ้นมาอีก 1 ระบบ เป็นสว่าน 2 ระบบเพื่อให้ผู้ใช้สามารถเจาะปูน คอนกรีต ได้โดยตัวสว่าน จะมีสวิทย์ ที่สามารถสับเปลี่ยน เพื่อหมุนเจาะธรรมดา (เจาะไม้และเหล็ก) และปรับเพื่อเจาะแบบกระแทก (คอนกรีต , ปูน) ด้วย ขนาด และน้ำหนักไม่ใหญ่มากและความเอนกประสงค์ของมัน จึงเหมาะกับเป็นสว่านที่ผู้คนมักจะนำมาติดบ้านไว้ใช้เจาะเล็กๆ น้อยๆ เช่นแขวนรูป ฝังพลุ๊ก วางชั้นโชว์

สว่าน 16 mm.หรือสว่าน 5 หุน สว่านชนิดนี้เหมาะกับช่างมืออาชีพ และ พ่อบ้านที่ใช้งานหนัก เพราะสว่านชนิดนี้ถึงแม้จะกำลังสูงและใช้เจาะรูใหญ่ได้ถึง 16mm.(เหล็ก) แต่ก็เป็นสว่านที่มีน้ำหนักพอสมควร ไม่สามารถจับมือเดียวได้สว่านชนิดนี้มี 2 ระบบเช่นกันคือ เจาะปกติ (เจาะไม้และเหล็ก) และเจาะกระแทก (คอนกรีต , ปูน)โดย อาจจะมีสว่าน 16mm. บางประเภทที่ไม่มีระบบกระแทก ใช้สำหรับเจาะไม้และเหล็กโดยเฉพาะโดยอาศัยกำลังการเจาะของตัวสว่านทำให้ตัวสว่านเจาะรูได้ใหญ่ขึ้น

สว่าน 20 mm.หรือสว่าน 6 หุน โดยมากแล้วสว่านนี้จะไม่ค่อยใส่ระบบ เจาะกระแทกมา เพราะสว่านที่เจาะปูนขนาด 20 mm. นั้นส่วนมากจะใช้เป็นสว่านโรตารี่สำหรับเจาะปูนและคอนกรีตโดยเฉพาะ จึงทำให้สว่านชนิดนี้ออกแบบมาสำหรับ งานที่เฉพาะเจาะจง โดยส่วนมากใช้สำหรับเจาะไม้ และเหล็กที่ต้องการขนาดและกำลังสูง เช่นไม้ไผ่ ไม้ที่มีขนาดใหญ่ เหล็ก I-beam C-beam

สว่านหัวงอ สว่านหัวงอเป็นสว่านที่ออกแบบมาพิเศษ ใช้สำหรับ การเข้าพื้นที่แคบๆ และเจาะพื้นที่ ที่ยากจะเข้าถึงแบบสว่านธรรมดาไม่สามารถเจาะได้ โดยสว่านหัวงอส่วนมากจะมีขนาดไม่ใหญ่มากมักจะใช้เจาะหน้างาน เพื่อแก้ไขปัญหาหน้างานโดยจะมีขนาดไม่เกิน 13mm.


เครื่องขันสกรู (Impact Driver)

เครื่องขันสกรู หรือไขควงกระแทก (Impact Driver) สว่านกระแทกชนิดนี้ ใช้หลักในการตอกแบบค้อนช่วยในงานเพิ่มแรงบิด โดยออกแบบมาให้ใช้งานในการ ขัน ประกอบโดย โดยเฉพาะทำให้ หัวของสกรูไม่เกิดอาการหัวรูด ขันได้แน่นสนิท โดยใช้กำลังของผู้เจาะน้อยลงอีกด้วย ไขควงกระแทกจะใช้กับดอกไขควง หรือดอกสว่านที่มีลักษณะก้นดอกเป็นหกเหลี่ยม หรือก้านแบบ HEX ซึ่งการเปลี่ยนดอกนั้นทำได้อย่างรวดเร็วมาก เพียงแค่ดึงปลายออกเท่านั้นเอง


สว่านโรตารี่ (Rotary hammer drill)

สว่านโรตารี่ เป็นสว่านที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานเจาะคอนกรีตโดยเฉพาะแบ่งตามลักษณะของขนาด จะแบ่งได้ดังนี้ 

1.สว่านโรตารี่ 2 กิโล เป็นสว่านโรตารี่ยอดนิยมที่พกพาสะดวก เจาะปูนได้ ประมาณ 18-28 mm. แล้วแต่ยี่ห้อ ส่วนใหญ่ตัวทุ่นวางในแนวนอน ใช้ดอกระบบ SDS-PLUS

2.สว่านโรตารี่ 3 กิโล สว่านขนาดนี้จะมีกำลังและน้ำหนักสูงกว่า 2 กิโล เจาะปูนได้ 32- 35 mm.ตัวทุ่นโดยมากแล้วจะวางในแนวตั้ง และโดยมากสว่านรุ่นนี้ก็จะใช้การจับดอกแบบ SDS-PLUS 

4.สว่านโรตารี่ 4 กิโล สว่านรุ่นนี้จะเป็นการผสมผสานทางด้านสว่าน และสกัด ทำให้โดดเด่นในเรื่องของการสกัดมาก มีให้เลือกทั้งรูปแบบ ของระบบ SDS-PLUS และ SDS-MAX เจาะได้ 45mm.

5.สว่านโรตารี่ 5 กิโล สว่านขนาดใหญ่ที่สุดตัวนี้ เจาะได้ถึง 52mm. เหมาะกับการเจาะพื้น และสกัด ส่วนใหญ่ใช้ระบบ sds-max


สว่านโรตารี่ยังแยกระบบได้อีก  2 แบบ มีทั้งแบบ 2 ระบบ และแบบ 3 ระบบ โดยแยกระบบแรกใช้เจาะแบบธรรมดา สำหรับเจาะไม้ เจาะเหล็กและเจาะปูนได้ ระบบที่สองจะมีระบบกระแทก ช่วยในการเจาะคอนกรีต ผนังโดยเฉพาะ ส่วนสว่านแบบ 3 ระบบ จะมีระบบขึ้นมาอีกแบบ คือการเพิ่มระบบสกัด ซึ่งเป็นการสร้างแรงกระแทกที่สูงมาก  ช่วยในการสกัดทำลายปูนได้ง่ายขึ้น บางรุ่นสามารถเปลี่ยนหัวจับดอกสว่านเป็นเเบบก้านกลมได้ เพื่อให้สามารถใช้กับดอกเจาะไม้ เจาะปูนได้สะดวก สว่านโรตารี่ มีหลายรุ่นให้เลือกใช้ตามความเหมาะสมดังนี้ สว่านโรตารี รุ่น 2 ระบบ มีขนาดเล็ก กำลังไฟฟ้าไม่สูงมาก เหมาะสำหรับงานที่ไม่หนักมาก ช่างมือใหม่ ใช้งานทั่วไป มีขนาดรุ่นตั้งเเต่ 18 -24 mm. (เจาะเหล็กได้สูงสุด13 mm , เจาะไม้ได้สูงสุด32mm.) สวานโรตารี รุ่น3 ระบบ เป็นรุ่นมาตรฐาน ที่ใช้ทั่วไปทั้งช่างมืออาชีพเเละสมัครเล่น มีขนาดตั้งเเต่ 24-28 mm. (เจาะเหล็กได้สูงสุด13 mm , เจาะไม้ได้สูงสุด32mm.)



      ในสว่านโรตารี่นั้นจะมีการใช้ดอกสว่านต่างจากสว่านทั่วไป เป็นสว่านที่สามารถเปลี่ยนดอกได้รวดเร็ว ง่ายดาย เพราะสว่านโรตารี่เป็นสว่านที่ใช้งานหนักต้องการการจับและรองรับแรงกระแทกที่หนักหน่วงจึงทำการออกแบบการจับดอกเป็นดังนี้คือ

1.SDS PLUS ใช้เจาะผนังอิฐ ปูน คอนกรีต คอนกรีตเสริมเหล็ก สามารถสกัดพื้นปูน กระเบื้อง พื้นยางมะตอย หรือคอนกรีตได้หลายรูบแบบขึ้นอยู่กับรูปเเบบของดอกสกัด เช่น ทรงปากเเหลม ปากเเบน ดอกสกัดกระเบื้อง เป็นต้น   มีขนาดตั้งเเต่ 28-52 mm.

2.ระบบ SDS MAX เป็นระบบที่ใช้กับสว่านกระเเทกขนาดกลาง-ใหญ่ .ใช้งานค่อนข้างหนัก มีระบบกระเเทกที่เเข็งเเรงกว่าระบบ

3.ระบบ SPLINE เป็นระบบที่เหมาะกับการใช้งานหนักมากกว่าอีกสองรุ่น ให้พลังในการบิดเเละการกระเเทกสูง ระบบการล็อคดอกที่มีร่องถึง12ร่อง ช่วยในการยึดเกาะของดอก เเละเพิ่มเเรงบิด


       เนื่องจากสว่านโรตารี่นั้นออกแบบมาให้จับก้านแบบมีเขี้ยวแต่หากผู้ใช้บางครั้งจะใช้จับดอกสว่านก้านกลมเพื่อเจาะ ไม้และเหล็กก็สามารถทำได้เช่นกัน โดย ทำได้ดังนี้ 

1.ใช้สว่านโรตารี่ที่เปลี่ยนหัวได้

2.ใช้อะแดปเตอร์เพื่อเปลี่ยนหัวเป็นหัวสว่านก้านกลม


สว่านไร้สาย (Cordless Drill)

สว่านไร้สายเป็นสว่าน ที่อาศัยพลังงานจากแบตเตอรี่ ทำให้ไม่ต้องพึ่งพาพลังงานจากไฟฟ้าปัจจุบันสว่านไร้สายได้รับความนิยมขึ้นเรื่อยๆเพราะความสะดวก รวดเร็วไม่ต้องหาปลั๊กเสียบไฟฟ้า อีกทั้งประสิทธิภาพสว่านไร้สายรุ่นใหม่ๆก็ดีขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้แทบจะเทียบเท่าสว่าน ที่่ใช้แหล่งพลังงานจากไฟฟ้าเลยทีเดียว เพราะในอดีตนั้นสว่านหรือเครื่องมือไร้สายใช้พลังงานจาก แบตเตอรี่ที่เรียกว่า NI-cD นิเกิลแคตเมียม ซึ่งแบตเตอรี่ชนิดนี้เมื่อเวลาพลังงานใกล้หมดกำลัง โวลต์ (Volt) ก็จะตกลงเรื่อยๆและการคลายประจุก็เร็วทำให้แบตเตอรี่มีอายุสั้น แต่เทคโนโลยีสมัยใหม่ ได้นำแบตเตอรี่ชนิด ใช้ LI-ion ลิเธียมไอออน มาใช้ทำให้การคลายปะจุช้าลง ประสิทธิภาพการใช้งานสูงขึ้น กว่ารุ่นก่อน นั่นเอง


        สว่านไร้สายมักจะแบ่งประเภทจาก โวลต์ (Volt) ให้ได้ใช้ใช้ตาม ลักษณะงานและกำลัง โดยปัจจุบันสว่านไร้สายก็มีรูปแบบไม่น้อยกว่าสว่านที่ใช้ไฟฟ้า  เรามาดูกันดีกว่าว่า สว่านไร้สาย แบ่งออกได้เป็นกี่รูปแบบ

สว่านไร้สาย 4.8v.สว่านไร้สายแบบชนิดแรงดันต่ำนี้มักจะเหมาะกับการขันแบบไขควงหรือติดบ้านเพื่อทำการซ่อมแซมต่อเติมวัสดุสิ่งของต่างๆ สว่านชนิดนี้จึงมักนิยมมาเป็นชุดเพื่อให้สะดวกในการใก้มือสมัครเล่นเก็บรักษาไม่เหมาะ กับมืออาชีพที่ต้องการกำลังสูงๆ

สว่านไร้สาย 10.8v. หรือ 12v.สว่านไร้สายขนาดยอดนิยมที่มีความสามารถหลากหลายคล่องแคล่วน้ำหนักเบาโดย สว่านไร้สายรุ่นนี้ ช่างไฟฟ้า ช่างประกอบเฟอร์นิเจอร์ และช่างอื่นๆมากมายมักจะมีติดไว้ที่ตัว อย่างน้อยคนละตัวแน่นอน โดย สว่านไร้สายในรุ่นนี้ก็มี หลายแบบด้วยเช่น แบบ brushless สว่านขันฝ้า หรือแม้กระทั่งสว่านไขควงกระแทก สว่านรุ่น 10.8v.หรือ 12v. ก็มีด้วยเช่นกัน จึงทำให้สว่านในรุ่นี้เหมาะกับมืออาชีพที่ต้องการน้ำหนักเบาและมือสมัครเล่นที่ต้องการ สว่านประสิทธิภาพสูง

สว่านไร้สาย 18v. หรือ 20v. สว่านไร้สายสำหรับมืออาชีพ ที่มีทั้งประสิทธิภาพ สว่านรุ่นนี้ ผู้ผลิตมักจะใช้เป็นเรือธง หรือ ตัวชูโรง ซึ่งเป็นรุ่นที่สำคัญมากสำหรับสว่านไร้สาย เทคโนโลยีใหม่ๆมักจะถูกนำมาใช้กับสว่านรุ่นนี้ก่อน จึงทำให้ทำให้สว่าน 18v. เหมาะกับการใช้งานหนัก แบบมืออาชีพเพราะด้วยกำลังของสว่านก็เพียงพอที่จะคลอบคลุมในการเจาะ สว่าน 18v. ยังมีสว่านหลายแบบ ทั้ง สว่านไร้สาย เครื่องขันสกรู บล็อคไร้สาย หรือแม้กระทั่งสว่านโรตารี่ สว่านไร้สายใน segment นี้มีด้วยเช่นกัน

สว่านไร้สาย 36v.. หรือ 40v.สว่าน ขนาดใหญ่นี้โดยมากยังไม่เป็นที่นิยมมากนักเพราะน้ำหนัก และ ราคายังสูงอยู่มักจะอยู่ในสว่านโรตารี่ เครื่องใหญ่ๆซะมากกว่า


สว่านแท่น (Drill press)

สว่านแท่นหรือแท่นเจาะ ออกแบบมาสำหรับงานเจาะที่ต้องการการรูที่เที่ยงตรง โดยใช้การกดจากแรงโน้มถ่วงของโลก กดมาในแนวตรงทำให้สามารถเจาะรูที่ลึกได้โดยไม่เบี้ยวส่วนมากสว่านแท่นใช้กับดอกสว่าน ที่เป็นก้านกลมสามารถเจาะชิ้นงานในลักษณะต่างๆได้ร่วมกับปากกาจับชิ้นงานจับวัสดุไว้ไม่ให้เคลื่อนที่ ตัวสว่านแท่นเองสามารถปรับรอบให้ช้าและเร็วได้โดยอาศัยสายพาน หรือ สวิทย์ ในการปรับรอบความเร็วในการเจาะตามลักษณะวัสดุที่ต่างๆกัน โดยแท่นเจาะ สามารถแบ่งออกมาแบบหลักๆได้ตามขนาดดังนี้

สว่านแท่น 6 mm.สว่านแท่นตัวเล็กเหมาะกับงาน diy เจาะพลาสติก ไม้เล็กๆ

สว่านแท่น 13 mm.สว่านแท่น วางโต๊ะ size ยอดฮิต ทำงานได้เอนกประสงค์ทั้งงานไม้ งานเหล็ก DIY หรือแม้กระทั่งมืออาชีพ ขนาดความสูงของแท่นเจาะมักจะไม่เกิน 70 cm.

สว่านแท่น 16 mm.เครื่องเจาะแบบขนาดมาตฐานมักจะวางอยู่ที่ workshop หรือโรงกึงเหมาะกับการเจาะที่หลากหลายตัวสว่านมีทั้งแบบตั้งพื้นและ วางบนโต๊ะโดยความสูงของตัวสว่านจะอยู่ในช่วง 80 cm.- 160 cm.

สว่านแท่น 25 mm.สว่านแท่นตั้งพื้น เหมาะกับงานที่เป็นระบบอุตสาหกรรมต้องการใช้งานตลอดทั้งวัน โดยสว่านชนิดนี้จะมีความสูง โดยประมาณ 165 cm.

สว่านแท่น 32 mm.สว่านแท่นขนาดใหญ่ที่สุด มีน้ำหนักสูง มักจะใช้งานสำหรับ อุตสากรรมเป็นหลัก กำลังสว่านแท่นชนิดนี้มักจะอยู่ที่ 1200w. ความสูงก็จะประมาณ 170 cm.


สว่านแม่เหล็ก (Magnetic drill)

คุณเคยต้องเจาะเหล็กๆหนาหน้างานไหม? นี่ครับคือคำตอบ สว่านแม่เหล็กเป็นสว่านที่ออกแบบเฉพาะสำหรับงานเจาะเหล็ก ตัวของสว่านจะมีลักษณะเป็นแท่นเจาะและมีแม่เหล็กติดตรงฐานสว่าน ตรงฐานสว่านนี้เองที่เป็นตัวยึดกับชิ้นงานโดย อาศัยพลังแม่เหล็กแบบใช้ไฟฟ้าทำการปล่อยพลังแม่เหล็กออกมาเกาะชิ้นงานและวัสดุทำให้สว่านกลายเป็นแท่นเจาะที่ติดกับชิ้นงานไปเลยไม่ว่าจะเป็น แนวตั้ง แนวนอน สามารถติดได้หมด เมื่อทำการติดแล้วก็กดคันโยกสว่านลงบนชิ้นงานเพื่อเจาะโดยสว่านแม่เหล็กนั้นจะสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 แบบคือ

สว่านแม่เหล็กแบบหัวสว่าน สว่านแม่เหล็กชนิดนี้สามารถใช้กับดอกสว่านทั่วไปได้ จับดอกก้านกลมได้เลย ส่วนมากสามารถเจาะเหล็กได้หนาไม่เกิน 16mm.

สว่านแม่เหล็กแบบหัว TAPER สว่านแม่เหล็กชนิดนี้มักจะใช้คู่กับ ดอกสว่านแบบ jetbroach (เจ็ทบอช) ซึ่งสามารถเจาะเหล็กหนาๆได้อย่างรวดเร็ว



สว่าน คอริ่ง (Coring drill)

เช่นเดียวกับสว่านแท่นแม่เหล็ก มีไว้สำหรับเจาะเหล็ก งั้นสว่านคอริ่งก็มีไว้สำหรับเจาะปูนโดยตัวสว่านนั้นจะมีลักษณะเป็นแท่นเจาะ ตัวขาของสว่านสามารถเกาะปูนได้ เมื่อทำการเจาะปูนหนาๆตัวสว่านจะเคลื่อนที่เป็นเส้นตรงทำให้เจาะวัสดุหนาๆไม่เบี้ยว โดยจะใช้ดอกลักษณะเป็นทรงกระบอก สามารถเจาะปูนหรือคอนกรีตได้ตั้งแต่ 2”- 14” เลยทีเดียว โดยสว่านคอริ่งนั้นมีขนาดโดยมากดังนี้

สว่านคอริ่งขนาด 4” ลักษณะตัวสว่านเป็นมือจับเหมือนสว่านทั่วไปเจาะได้สูงสุดไม่เกิน 4 นิ้วโดยส่วนมากใช้เจาะผนังหรือเพดานที่ไม่หนามาก เพื่อทำการร้อยท่อผ่านรู สามารถพกพาสะดวก

สว่านคอริ่งขนาด 6” นิ้ว ตัวสว่านไม่ใหญ่มากเจาะได้สูงสุด 6” ลักษณะเป็นแท่นเจาะ การกดสว่านเป็นคันโยก

สว่านคอริ่งขนาด 8” นิ้ว เป็นสว่านคอริ่งที่ใช้งานได้หลากหลาย ทั้ง การใช้งานแบบเจาะฝังท่อน้ำดี และท่อน้ำทิ้งในการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ที่ใช้พื้นแบบ โพสเทนชั่น มักจะใช้สว่านคอริ่งขนาด 8” ในการเจาะ

สว่านคอริ่งขนาด 14” นิ้ว เป็นสว่านขนาดใหญ่ที่สุดในการเจาะคอนกรีต เจาะได้ถึง 14’’ ด้วยพลังวัตสูงจึงทำให้น้ำหนักเยอะด้วย ยังเป็นสว่านที่ยังใช้งานแบบเฉพาะกลุ่ม ยังไม่แพร่หลายมากนัก เพราะขนาดที่ใหญ่และราคาที่ยังสูงอยู่นั่นเอง